จากความฝันเล็กๆที่อยากพัฒนาที่ดินของครอบครัวให้เจริญงอกงามเพื่อต่อยอดความมั่งคั่ง สองสามีภรรยาวิสัยทัศน์ไกลผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท เค.อี. “กวีพันธ์ และศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์” ได้ชุบชีวิตถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ซึ่งเดิมเป็นเพียงทุ่งหญ้ารกร้าง ให้กลายเป็นเมืองใหม่ “เบเวอรี่ฮิลล์เมืองไทย” ขึ้นทำเนียบเป็นหนึ่งในทำเลทองฮอตที่สุดของกรุงเทพมหานครในวินาทีนี้จนใครต่อใครอยากล้วงลึกรู้จักชีวิตและเบื้องหลังความสำเร็จของการสร้างอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายหมื่นล้าน ที่สามารถเรียกเสียงฮือฮาทุกครั้งที่ขยับตัว

ก่อนจะบุกเบิกธุรกิจอสังหาฯ พื้นฐานเดิมครอบครัวทำอะไรมาก่อนคะ

ที่บ้านไม่เคยมีแบล็กกราวนด์ด้านนี้ แต่เนื่องจากคุณพ่อผมทำธุรกิจโรงผลิตสุราแม่โขง ในยุคบุกเบิกร่วมกับคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี และได้ซื้อที่ดินสะสมไว้พอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็นย่านเอกมัย-รามอินทรา โดยมีที่ดินแปลงใหญ่ประมาณ 300 กว่าไร่ อยู่บริเวณถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ผมในฐานะลูกชายคนเดียวจึงขอคุณพ่อนำที่ดินบางส่วนมาพัฒนา สมัยก่อนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แถวนี้เป็นทุ่งหญ้าหมดเลย ยังไม่มีถนนตัดผ่าน ไม่มีความเจริญ

...

พิสูจน์ฝีมือว่าทำได้ ด้วยโครงการอะไรเป็นโครงการแรก

ผมเริ่มโปรเจกต์สร้างหมู่บ้านเป็นโครงการแรก เมื่อปี 2001 ชื่อว่า “คริสตัล วิลล์” เป็นทาวน์โฮมกะทัดรัด พื้นที่ใช้สอย 200-250 ตารางเมตร ราคา 5 ล้านบาท ทำมา 30-40 ยูนิต ขายเดือนเดียวก็หมด ตอนนั้นได้รับการตอบรับดีมาก เพราะยังไม่มีใครทำบ้านลักษณะนี้ และเป็นโลเกชั่นใหม่ที่คนแถวนั้นมีกำลังซื้อ เราเป็นเจ้าแรกๆที่บุกเบิกหมู่บ้านระดับไฮเอนด์ในย่านนั้น โดยหลังจากนั้นไม่นาน ผมได้สร้างหมู่บ้านคริสตัล พาร์ค ราคาเริ่มต้นที่ 20-80 ล้านบาท มีประมาณ 60 กว่ายูนิต เป็นบ้านสไตล์แคลิฟอร์เนียเจ้าแรกๆในเมืองไทย เราจะไม่ทำเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเหมือนเจ้าอื่นๆ แต่จะมีคอร์ตยาร์ด มีหน้าต่างเยอะ สามารถมองเห็นวิวสวนได้จากทุกห้อง เราเป็นเจ้าแรกที่ใช้วัสดุเหมือนบ้านในอเมริกาเลย คุณภาพเทียบเท่ากับบ้านในแคลิฟอร์เนีย แต่จ่ายเงินน้อยกว่ามาก เมื่อผสมระหว่างรูปแบบดีไซน์ และทำเลที่ดีกว่าย่านอื่นๆ เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทำให้ประสบความสำเร็จมาก ปิดโครงการได้ภายในปีเดียว

ตอนนั้นวาดฝันว่าจะต้องขยายอาณาจักรใหญ่โตขนาดนี้เลยไหม

(ยิ้ม) เรามีที่ดินแถวนั้นเยอะ ซึ่งเป็นโลเกชั่นใหม่ที่กำลังบูมมากๆ ผมจึงคิดว่าในเมื่อเราสร้างหมู่บ้านแล้ว ก็น่าจะสร้างตรงนี้ให้เป็นเมืองใหม่ที่มีทุกอย่างครบ ตรงนี้เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้ทำ “โครงการเดอะ คริสตัล” เป็นคอมมิวนิตี้มอลล์เต็มรูปแบบแห่งแรกของไทย เฟสแรกไม่รวมที่ดินลงทุนไป 500-600 ล้านบาท ทุกอย่างเราคัดสรรมาหมดว่าน่าจะเหมาะกับลูกค้าและผู้อยู่อาศัยในย่านนั้น เปิดปุ๊บก็บูมเลย ปีนี้เปิดมา 9 ปีเต็ม ขยายไปถึงเฟส 3 แล้ว คนยังให้การตอบรับดีอยู่ ถือเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์เอาต์ดอร์แห่งแรก สมัยก่อนคนอาจไม่กล้าทำ เพราะกลัวแดดกลัวฝน แต่พอทำแล้วปรากฏว่าลูกค้าชอบ ได้มานั่งแฮงก์เอาต์กันทั้งวัน คอมมิวนิตี้มอลล์รูปแบบนี้เป็นที่นิยมมากในอเมริกา ซึ่งผมไปเรียนหนังสือและใช้ชีวิตอยู่ 10 ปี ก็นำความประทับใจในสิ่งที่เจอมาเป็นแรงบันดาลใจ ก่อนจะลงมือทำโครงการ ผมกับคุณตุ๋ม (ศุภานวิต) ต้องตระเวนไปดูโครงการและหมู่บ้านแถวแคลิฟอร์เนียมาเป็นร้อย บ้านแถวนั้นน่าอยู่มาก และเป็นแอเรียคอมมิวนิตี้ที่ดี เหมาะกับชีวิตครอบครัวคนยุคใหม่ ตอนทำ “โครงการคริสตัล ดีไซน์เซ็นเตอร์” (CDC) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ “เดอะ คริสตัล” ผมก็ได้ไอเดียจากอเมริกา ทุกเมืองในอเมริกามีดีไซน์เซ็นเตอร์หมด แต่เมืองไทยยังไม่เคยมี ผมอยากพัฒนาแถวนั้นให้เป็นเมืองใหม่แบบเบเวอรี่ฮิลล์ เลยตั้งใจสร้าง CDC ให้เป็นที่พบปะคุยงานของคนย่านนั้น เราทำหมู่บ้านเลยรู้จักซัพพลายเออร์เยอะ หลายเจ้าไม่มีหน้าร้านของตัวเอง เวลาจะสั่งของต้องไปดูไกลถึงโรงงาน เราเลยชวนมาเปิดโชว์รูมที่ CDC ก็ได้พันธมิตรเยอะ พอมีดีไซน์เซ็นเตอร์ ทำให้มีช่องทางการขายมากขึ้น โปรเจกต์นี้ลงทุนหมื่นล้านบาท

...

ลูกค้าของเดอะคริสตัลเป็นกลุ่มไหน

ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบน เรามีทุกอย่างครบที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ อยากให้เดอะคริสตัลเป็นบ้านหลังที่สอง มานั่งแฮงก์เอาต์ นั่งทำงาน นั่งคุยงาน แล้วค่อยจับจ่ายใช้สอย คือจะไม่เน้นฮาร์ดช็อปปิ้ง แต่เน้นการสร้างบรรยากาศให้คนอยากมา เมื่อมานั่งแฮงก์เอาต์ แล้วสบายใจ เดี๋ยวก็อยากซื้อโน่นซื้อนี่เอง

ได้ยินว่าโปรเจกต์ใหม่ล่าสุดของ เค.อี. กรุ๊ป ก็ฮอตระดับทอล์กออฟเดอะทาวน์

...

คุณกวีพันธ์ : อันนี้เป็นไอเดียคุณตุ๋มล้วนๆ ต้องให้คุณตุ๋มเล่าให้ฟัง

คุณตุ๋ม : “โครงการคริสตัล วีรันด้า” จะเป็นคอนเซปต์ใหม่มากๆ เป็นครั้งแรกที่จะมีคอมมิวนิตี้มอลล์ที่หรูหราระดับโรงแรมห้าดาว เรามีพื้นที่ตรงหน้าหมู่บ้านอีก 30 กว่าไร่ จึงพัฒนาขึ้นมาเป็นเฟส 3 ต่อขยายจาก “โครงการเดอะ คริสตัล” เฟส 1 และเฟส 2 เพื่อเติมเต็มกับสิ่งที่คอมมิวนิตี้มอลล์เดิมยังขาดอยู่ ตุ๋มตั้งใจสร้างที่นี่ให้เป็นช็อปปิ้งมอลล์ระดับไฮเอนด์ ที่โก้หรูที่สุด โดยวางโพสิชั่นนิ่งให้เป็นช็อปปิ้งมอลล์ไฮลักชัวรี่ รูปลักษณ์เป็นอาคาร 4 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร เราจะเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์แห่งแรกที่ตกแต่งในบรรยากาศหรูหราแบบโรงแรมห้าดาวสไตล์คอนเทมโพรารี่ เอเลแกนซ์ ถึงจะเป็นอินดอร์ทั้งหมด แต่ก็รายล้อมด้วยสวนสวยๆ

“คริสตัล วีรันด้า” มีทีเด็ดอะไรใหม่ๆดึงดูดนักช็อป

คุณตุ๋ม : เยอะเลยค่ะ (ยิ้มหวาน) พันธมิตรทุกเจ้าตั้งใจดีไซน์คอนเซปต์ใหม่หรูสุดทันสมัยสุดเพื่อ “คริสตัล วีรันด้า” ไม่ว่าจะเป็น โรงภาพยนตร์ SFX ที่หรูหราและมีระบบเสียงทันสมัยสุด ลงทุนถึง 200 ล้านบาท หรือจะเป็นฟิตเนส เฟิร์ส ก็ดีไซน์ให้เปิดรับวิวได้ 360 องศา อีกโซนคือ “คริสตัล บูทิค สโตร์ แฟชั่น” เป็นครั้งแรกที่มีการคัดสรรแบรนด์แฟชั่นระดับท็อปมารวมกัน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำกว่า 200 แบรนด์ สร้างสีสันคึกคัก เราแบ่งโซนออกเป็น 5 เหลี่ยมคริสตัล โดยเหลี่ยมแรกชูคอนเซปต์ “Friendly Fun” มีโรงหนัง SFX, ร้านเลโก้ช็อปสโตร์แห่งแรกในเมืองไทย, ร้านหนังสือ Asia Books ที่ไม่เหมือนสาขาอื่น และ Playground สนามเด็กเล่นแนวใหม่นำเข้าจากฟินแลนด์ ส่วนเหลี่ยมที่สอง มาในไอเดีย “Flavourful Food” คัดสรรร้านอาหารอินเทรนด์ และคาเฟ่ชื่อดังมารวมอยู่ที่นี่ เรายังเตรียมคริสตัลเลาจน์ไว้บริการลูกค้าแบบโรงแรมห้าดาว สำหรับเหลี่ยมที่สามคือ “Fit and Firm” ครอบครัวเราชอบออกกำลังกายมาก เลยตั้งใจทำโซนเฉพาะเอาใจคนรักการออก กำลังกาย เมื่อร่างกายฟิตแล้ว ก็ต้องดูแลการเงินให้เฟิร์มด้วย เป็นครั้งแรกที่ธนาคารกรุงเทพ และบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จะเปิด BBL Exclusive Lounge เพื่อให้เทรดหุ้น และให้คำปรึกษาการลงทุน พร้อมเปิดบริการตู้นิรภัย ส่วนเหลี่ยมที่สี่ ตอบสนองนักช็อปที่ชื่นชอบแฟชั่น, ความงาม และไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในคอนเซปต์ “Fabulous Fashion, Cosmetic, Lifestyle and IT” โดยจะคัดสรรแฟชั่นเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่ เก๋ไก๋มาไว้ใน “คริสตัล บูทิค สโตร์ แฟชั่น” เรื่องความสวยงาม แบรนด์เอลก้าก็ทำคอนเซปต์ใหม่หมดในโซน “คริสตัล บิวตี้ สโตร์” เน้นบริการเอ็กซ์คลูซีฟ ส่วนใครที่ชื่นชอบสินค้าไอที บอกเลยว่าเราจะมีร้าน Drone ที่แรกในเมืองไทย ขณะที่เหลี่ยมที่ห้า “Full of Fascination” จะรวมงานดีไซน์ชั้นเลิศระดับโลกไว้ทั่วทั้งศูนย์เพื่อสร้างบรรยากาศช็อปปิ้งและการพักผ่อนโก้หรูที่สุด ตุ๋มนำเข้าแชนเดอเลียอลังการขนาดกว่า 8 เมตร มาประดับประดา พร้อมลิฟต์แก้ว และโถงดีไซน์ด้วยกระจกสีแชมเปญ พื้นโถงลวดลายเหลี่ยมคริสตัล แม้แต่ห้องน้ำยังแต่งด้วยหินอ่อนอิตาลี

...

มีเคล็ดลับในการค้นหาแพสชั่นใหม่ๆมาจากไหนมากมาย

คุณตุ๋ม : ตุ๋มทำทุกอย่างด้วยแพสชั่นจริงๆ เราสองคนชอบเดินทาง ชอบดูโครงการต่างๆ และชอบพักตามโรงแรม เพื่อเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจใหม่ๆ เงินอาจจะไม่ใช่เป้าหมายที่หนึ่งของเรา แต่อยากทำสิ่งที่ดีที่สุด จัดเต็มให้ลูกค้าแล้วลูกค้าแฮปปี้ เราก็มีความสุข โดยส่วนตัวชอบเรื่องดีไซน์และแต่งบ้าน พอมาทำหมู่บ้านก็จัดเต็มทุกอย่างเหมือนอยู่เอง อลังการมากๆก็ต้องโครงการบ้านเดี่ยว “แกรนด์ คริสตัล” มี 40 ยูนิต ตั้งใจทำให้เป็นบ้านเดี่ยวสไตล์แคลิฟอร์เนียที่หรูหราที่สุดในเอเชีย ราคาตั้งแต่ 50-200 ล้านบาท เปิดโครงการปี 2006 ก็ขายหมดแล้ว หลายคนซื้อเงินสดด้วยซ้ำ

เศรษฐกิจฝืดเคืองขนาดนี้ ต้องคอยเบรกมาดามไหมคะ

คุณกวีพันธ์ : เบรกไม่อยู่ (หัวเราะ) เราอยากเติมเต็มมากกว่า เราต้องมีจุดขายของเรา มันเป็นอะไรที่หรูหรา แต่เข้าถึงได้นะ ไม่ใช่ต้องแต่งตัวแบรนด์เนมมาเดิน ลูกค้าเราใส่ขาสั้นมาเดินเยอะแยะ วงการค้าปลีกแข่งขันกันดุเดือด แต่ของเราจะเน้นนีชมาร์เก็ต เราตั้งใจให้คอมมิวนิตี้มอลล์ของเราเป็นลิฟวิ่งรูม เป็นบ้านหลังที่สองของคนย่านนี้ ไม่ต้องเข้าเมือง แต่เราคัดสรรสิ่งดีที่สุดเหมาะกับไลฟ์สไตล์มาให้ครบหมด

คุณตุ๋ม : เราพยายามใช้เงินอย่างฉลาดและคุ้มค่าที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามีความสุขที่สุด รอยยิ้มของลูกค้าคือรางวัลที่ชื่นใจที่สุดเลยค่ะ.

ทีมข่าวหน้าสตรี