ความรู้ความสามารถของคนไทยไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว ยิ่งวงการแพทย์ยุคนี้มีคุณหมอคลื่นลูกใหม่ ช่วยกันสร้างชื่อให้กับประเทศจำนวนไม่น้อย หนึ่งใน นั้นมีชื่อของ นพ.สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ คนหนุ่ม ที่กำลังมาแรงกับการทำเรื่องมีบุตรยากให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยนำความรู้ความสามารถที่ได้รับทั้งจากเมืองไทยและต่างประเทศมาประสานเข้ากับการทำงานของโรงพยาบาลเจตนิน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองไทย

จริงๆแล้วเส้นทางชีวิตของ คุณหมอสมเจตน์ ไม่ได้เกิดมาเพื่อประกอบอาชีพแพทย์สักทีเดียว เพราะในครอบครัวไม่มีใครเป็นแพทย์เลย อาศัยว่าเรียนดีมา ตั้งแต่เด็ก และทางเลือกของเด็กเรียนดีเมื่อก่อนนี้ ถ้าไม่เลือกเรียนวิศวะ ก็ต้องเรียนแพทย์ เจ้าตัวจึงเลือกเรียนแพทย์ ที่จุฬาฯ และเน้นทางด้านสูตินรีแพทย์ แถมยังเจาะลึกไปที่เรื่องการมีบุตรยาก เพราะเป็นอะไรที่น่าสนใจและท้าทายความสามารถ เมื่อเรียนจบแล้ว คุณหมอสมเจตน์ ก็ยังไม่หยุดที่จะหาความรู้ให้มากขึ้น จึงไปเรียนต่อที่ University of California, Los Angeles ด้านมีบุตรยาก ซึ่งนับเป็นความโชคดีของคุณหมอ ที่อาจารย์ที่ไปอยู่ด้วย ได้ย้ายไปเป็นหัวหน้าของสถาบันวิจัยที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา (The National Institutes of Health) คุณหมอจึงได้ไปทำงานด้านวิจัยกับสถาบันนี้อีกปีครึ่ง ทำให้ช่วงเวลา 3 ปีที่อยู่อเมริกาเป็นช่วงที่มีความสุขกับการเรียนรู้มาก

เมื่อตักตวงความรู้มาจนเต็มอิ่ม และต้องกลับมาทำงานในเมืองไทย คุณหมอสมเจตน์ ได้ ส่งอีเมล์ ข้อมูลมาหา "อ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์" แห่งโรงพยาบาลเจตนิน เพื่อขอโอกาสเข้ามาคุยเรื่องงาน และทุกอย่างเหมือนลงตัวไปหมด เพราะไม่เพียงแต่จะได้รับโอกาสให้มาช่วยงานที่โรงพยาบาลเจตนิน แต่ยังได้รับโอกาสให้ทำงานในส่วนของการดูแลผู้มีบุตรยากเป็นการเฉพาะ ณ ศูนย์เทคโนโลยีช่วยการเจริญ-พันธุ์และวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที.

จากการที่ได้ทำงานอยู่ในฟิวส์นี้ คุณหมอสมเจตน์ บอกว่า จริงๆแล้วการมีบุตรยากเป็นภาวะที่ป้องกันได้ สาเหตุหลักอันหนึ่งคือ ผู้หญิงตั้งครรภ์เมื่ออายุมากขึ้น เพราะไลฟ์สไตล์คนยุคนี้กว่าจะแต่งงานก็อายุ 30 กว่าแล้ว คุณภาพของไข่ก็จะเป็นไปตามอายุ คืออายุยิ่งมาก ปริมาณไข่ก็ยิ่งน้อยลงและมีความแข็งแรงน้อยลง ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมีลูกอยู่ที่อายุ 25 จึงมีเทคโนโลยีแช่แข็งไข่ไว้ก่อนในช่วงที่ผู้หญิงอายุยังไม่มาก ยังไม่พร้อมแต่งงาน แต่มีความตั้งใจที่จะแต่งงานและมีลูกในวันข้างหน้า

และที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นสำหรับคู่สามีภริยา คือเทคโนโลยีในการตรวจโรคทางพันธุกรรม ที่ช่วยให้เด็กเกิดมาไม่เป็นโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย ที่พ่อแม่เป็นพาหะ และลูกที่เกิดมามีโอกาสติด 25 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนให้เด็กเกิดมาไม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย รวมถึงเด็กแคระ ก็สามารถเลือกที่จะไม่ให้เป็นเด็กแคระได้ ฯลฯ "ผมทำงานแบบนี้ เป็นงานที่ไม่มีวันหยุด แต่ผมไม่เคยรู้สึกเดือดร้อนกับการไม่ได้ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่เดือดร้อนที่จะโดนตาม กลางดึก เพราะผมมีความสุขและสนุกกับงานที่ทำ"...เป็นความสุขที่ได้เลือกแล้วสำหรับคุณหมอมือดีอีกคนหนึ่งของเมืองไทย.

...