ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดธุรกิจครอบครัว วาริญญา ปูรานิธี ทายาทโรงงานผลิตกระป๋องทุกชนิด แม้จะไม่ใช่สายงานที่ถนัด แต่ด้วย ใจที่ชอบเรียนรู้งาน และไม่หยุดการพัฒนาตนเอง ทำให้ผู้บริหารสาวไฟแรงคนนี้เป็นที่น่าจับตามอง

เป้-วาริญญา ผู้บริหารสาววัย 32 ปี แนะนำตัวเองว่า “ตอนนี้เป้เป็นผู้ช่วยรองประธานและกรรมการฝ่ายการเงินและจัดการ ช่วยคุณแม่ (ฉวิวรรณ ปูรานิธี) ดูแลบริษัท สุนทรเมทัลอินดัสทรี้ส์ จำกัด, บริษัท สุนทรเมทัลแคน จำกัด, บริษัท เอส. ที.ฟิลเตอร์ จำกัด, บริษัท สุนทรเมทัลแพค จำกัด และบริษัท เอส.ที.ทริลเลี่ยน ทรานสปอร์ต จำกัด ธุรกิจของเราเป็นธุรกิจของครอบครัว เริ่มจากอากง ซึ่งมาจากเมืองจีน มาเปิดร้านเล็กๆแถวบางรัก ผลิตกระป๋องด้วยมือ และทำกระป๋องรดน้ำต้นไม้ จนสุดท้ายปาป๊า (วัฒนา ปูรานิธี) ซึ่งเป็นลูกคนโต กับคุณอา 3 คนพี่น้องได้ช่วยกันขยายงาน กลายเป็นโรงงานผลิตกระป๋องเหล็กทุกชนิด ซึ่งตอนนี้เป้เป็นยุคที่ 3 มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน เป้เป็นคนสุดท้อง เรามาช่วยงานที่บ้าน 4 คน พี่สาวอีก 2 คน เป็นหมอตาและหมอฟัน”

เป้ เล่าต่อว่า ที่จริงตัวเองไม่ได้ชอบธุรกิจของที่บ้านนัก ชอบแฟชั่นและการท่องเที่ยวมากกว่า เลยเลือกเรียนปริญญาตรี คณะ Ecotourism and Hospitality Management,International College of Sustainability Studies มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พอจบคุณแม่อยากให้เข้ามาช่วยงาน ดูแลเรื่องการเงินและการต่างประเทศ ทำได้สักพักก็ขอไปเรียนต่อปริญญาโท ด้าน Southeast Asian Studies Program ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในความรู้สึกคิดว่าความรู้เรายังไม่แน่นพอ เลยขอที่บ้านไปเรียนต่อปริญญาโทอีกใบ ที่ประเทศอังกฤษ โดยเลือกเรียนด้านการเป็นผู้นำที่คณะ Leadership and Talent Management Goldsmith, University of London และได้กลับมาช่วยงานอย่างเต็มตัวเมื่อไม่กี่ปี พร้อมกับ ขอทำงานที่ชอบในธุรกิจส่วนตัวไปด้วย โดยขายเครื่องประดับเพชรและพลอย ในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก ในชื่อแบรนด์ Shades of Diamonds

...

“คุณแม่จะเป็นคนสนับสนุนลูกๆ ให้เรียนเยอะค่ะ คุณแม่จะสอนเสมอว่า การเรียนไม่มีสิ้นสุด เราต้องไม่หยุดศึกษาหาความรู้และพัฒนาตนเอง ช่วงที่เป้เรียนปริญญาโทใบแรก ก็เรียนไปทำงานไป มาหยุดตอนไปเรียนที่อังกฤษ 3 ปี ตอนนี้กลับมาได้ 2 ปีแล้ว ก็ได้ช่วยงานอย่างเต็มตัว การทำงานธุรกิจครอบครัว เป้ว่าเราก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานไปอีกอย่างคือ ถ้าเราไม่รู้เรื่องอะไร เราก็ต้องเข้าหาผู้ใหญ่ พนักงานทุกคนล้วนเป็นอาจารย์ของเป้ค่ะ เพราะบางคนทำงานมาก่อนเราอีก นอกจากนี้ ปาป๊าก็จะสอนเสมอในการทำงาน ต้องตรงต่อเวลา และซื่อตรงต่อลูกค้า หน้าตาชื่อเสียง เครดิต อย่าให้เสีย เป็นสิ่งสำคัญ ในการทำงานค่ะ เวลาทำงานเป้จึงต้องละเอียดและรอบคอบ การได้ไปเรียนต่อก็ทำให้เราได้เรียนรู้ การวางคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งงานด้วย”

สำหรับภาระหน้าที่ของคนเจนฯที่ 3 ในการสืบทอดธุรกิจนั้น เป้ บอกว่า “นอกจากเน้นในเรื่องคุณภาพงานและคุณธรรมในการทำงาน ที่รุ่นปู่รุ่นพ่อสร้างชื่อมาไม่ให้เสียแล้ว เราก็ต้องศึกษาเทรนด์ใหม่ๆในโลกธุรกิจ ซึ่งวันหนึ่งกระป๋องเหล็กไม่เป็นที่นิยม เราก็ต้องหาวัสดุอื่นอย่างอะลูมิเนียม
ต่อไป”.