{ads}
จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คุ้นหูกับประโยคที่ว่า ปีหน้าฉันจะลดความอ้วน ฉันจะออกกำลังกายมากขึ้น ฉันจะเลิกช็อปปิ้ง ฉันจะ… แต่จนแล้วจนรอด มันก็ไม่เคยสำเร็จหรือเป็นไปตามที่พูดซะที ไม่ว่าจะผ่านไปปีแล้วปีเล่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น คำตอบคือ ใจคุณไม่แข็งพอ หรือคิดว่านั่นเป็นเพียงแค่ลมปาก ที่พัดมาพร้อมสายลมหนาว และพร้อมจะจางหายไปกับสายลม

แต่ถ้าคุณลองคิดดูว่า จะดีแค่ไหน ถ้าวันหนึ่งลมปากที่ดีๆเหล่านั้นจะเป็นจริงๆขึ้นมาได้ เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จะชวนไปฟังความปรารถนาของเหล่าคนดังที่ตั้งมั่นจะให้เป็นจริงในปี 2010 ให้ได้กัน

จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์
สาวร่างเล็ก บอกว่าสิ่งที่ตั้งใจจะทำให้ได้ภายในปีหน้า มี 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ อยากหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง
เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ออกกำลังกายเลย แต่ที่รูปร่างยังดูผอมเพรียวเพราะเป็นคนที่ระบบเผาผลาญดี ซึ่งจริงๆแล้วทุกครั้งที่มี
คนทักว่าผอมลงจะเศร้ามาก เพราะว่าเรารู้สึกว่าเราไม่อยากดูผอมบอบบาง แต่เราอยากดูเป็นคนที่มีน้ำมีนวล บึกบึน

สำหรับความตั้งใจที่ 2 นั้นเป็นเรื่องภายในจิตใจ คือ เราอยากเป็นคนอารมณ์ดี จิตใจดี แม้ว่าที่ผ่านมาเราจะไม่ได้เบียดเบียน
หรือทำร้าย ทำให้ใครเสียใจโดยตรง แต่บางครั้งเพราะหน้าตาหรือนำ้เสียงของเราก็ทำให้คนอื่นไม่สบายใจหรือเสียใจโดยที่
เราไม่รู้ตัว พอมารู้ทีหลังก็ทำให้เรารู้สึกแย่ ดังนั้นในปีหน้าเราจึงอยากให้เป็นปีที่ดีๆ ให้เราพูดอะไร ทำอะไรไปก็มีแต่สิ่งดี

...

มิ้น- อรรถวดี จิรมณีกุล ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม
ขณะที่อีกหนึ่งนักร้องสาวเซเล็บ มิ้น- อรรถวดี จิรมณีกุล บอกว่าความปรารถนาที่อยากให้เป็นจริงในปีหน้า คงหนีไม่พ้นเรื่องของอัลบั้มที่อยากให้ประสบความสำเร็จ รวมถึงธุรกิจที่ร้านอาหาร “Embassy” ร้านอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนที่ทำร่วมกับเพื่อนๆ จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ส่วนที่เกี่ยวกับตัวเองคงเป็นเรื่องของการออกกำลังกาย เพราะทุกวันนี้พอยุ่งกับงานก็ละเลย ไม่ได้ออกกำลัง ในปีหน้าเลยตั้งใจว่าจะออกกำลังกายให้มากขึ้น และทำเป็นประจำ ถึงขนาดว่าถ้าวันไหนไม่ทำ ร่างกายจะรู้สึกว่าเหมือนขาดอะไรไป ปิดท้ายที่ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดัง ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม บอกว่าความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ อยากให้ในหลวงทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง แต่ถามถึงความปรารถนาที่เกี่ยวกับตัวเองจริงๆ ก็ขอให้ยังมีกัลยาณมิตรที่ยังอยู่กับเราทุกวันนี้ ยังอยู่เหมือนเดิมไม่ไปไหน และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าไม่มีกัลยาณมิตรเหล่านี้มาคอยด่า คอยเตือน คอยช่วยเหลือ เราก็คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ต่อไป