ข่าว
100 year

เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ สถาปัตยกรรมที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติใน 4 มหามงคลวโรกาส

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ม.ค. 2559 05:01 น.
SHARE

พุทธศักราช 2559 ถือเป็นปีมหามงคลอันยิ่งใหญ่ ที่มีวาระสำคัญๆให้พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้ปลื้มปิติยินดีและร่วมเฉลิมฉลองใหญ่กันอีก เริ่มจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษาด้วย

หนึ่งในโครงการที่จะจัดขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งใหญ่นี้ คือ การก่อสร้าง “เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” ที่ สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา ดำริขึ้น เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติในวาระสำคัญของล้นเกล้าล้นกระหม่อมทั้งสองพระองค์ รวมทั้งเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ในโอกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 5 รอบพระชันษา ในปี พ.ศ. 2558 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัย ลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่จะทรงมีพระชันษา 60 ปี ในปี พ.ศ.2560 โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ.2559 นี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือนยอดหลังนี้ว่า “เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” อันมีความหมายว่า “สร้างในวาระสำคัญหลายประการ” อีกทั้งยังทรงเลือกสถานที่การก่อสร้างด้วยพระองค์เอง โดยตั้งอยู่บริเวณด้านทิศตะวันออกของพระนั่งอนันตสมาคม ในพระราชวังดุสิต ทั้งนี้จากหลักฐานภาพเก่าในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพลับพลาโถง ที่บริเวณดังกล่าว เพื่อประทับในการทอดพระเนตรการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม ในช่วงเวลา 3 ปี และเมื่อขุดลงไปก็พบฐานรากโบราณของพลับพลาเดิมอีกด้วย

สำหรับเรือนยอดที่มีมาแต่เดิม จะมีรูปแบบศิลปะชั้นสูงสุดของสถาปัตยกรรมไทย เป็นอาคารที่ใช้ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ และศาสนา การสร้างเรือนยอดจึงไม่ใช้กับสามัญชนคนธรรมดา โดยมีลักษณะเป็นอาคารที่มีหลังคาเป็นเครื่องยอดแบบต่างๆ เช่น แบบ มณฑป แบบยอดปรางค์ แบบยอดปราสาท แบบยอดมงกุฎ และแบบยอดเจดีย์ เป็นต้น ส่วนการใช้สอยเรือนยอดนั้น จะเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ซึ่งพระมหากษัตริย์ในรัชกาลก่อนๆ ทรงใช้เรือนยอดศาลาโปร่งเป็นที่เปลื้องเครื่องทรง ก่อนเสด็จฯเข้าวัด โดยใช้ม่านกั้นปิดเสาทั้ง 4 ด้าน หรือใช้เป็นสถานที่ประทับเพื่อทอดพระเนตรขบวนแห่ต่างๆ และใช้เป็นที่ขึ้นลงพระราชยานคานหาม รวมทั้งใช้เป็นสถานที่ให้เข้าเฝ้าฯ

เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ จะมีลักษณะเป็นเรือนยอดโถงแบบจตุรมุข ซึ่งมีลักษณะอาคารโล่งไม่มีฝาผนังทั้ง 4 ด้าน มีเพียง พื้นเสา และหลังคา ซึ่งเรือนยอดโถงในลักษณะนี้ ในพระบรมมหาราชวัง มีองค์เดียวคือ พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ซึ่งเป็นปราสาทไม้องค์เล็กบนกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นปราสาทโถงแบบจตุรมุข ใช้เป็นพลับพลาสำหรับประทับพระราชยานรับส่งเสด็จ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตรา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระที่นั่งที่สร้าง ถือเอาแบบ พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทองค์นี้ คือ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาศน์ กลางสระน้ำในพระราชวังบางปะอิน และเมื่อปี พ.ศ.2501 กรมศิลปากรได้เคยจำลองแบบไปจัดสร้างเป็น “ศาลาไทย” ในงานมหกรรมนานาชาติ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และในปี พ.ศ. 2509 เมื่อมีงานแสดงสินค้านานาชาติ กรุงเทพมหานคร ได้สร้างศาลาไทยแบบพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทกลางสระน้ำ ในบริเวณงาน ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง

สำหรับรูปแบบของเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ นั้น มีลักษณะเป็นเรือนโถง มีเรือนยอด 9 ยอดตามรัชกาล นับเป็นเรือนยอดที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ส่วนเรือนยอดที่มีอยู่แล้ว คือ “พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท” ในพระบรมมหาราชวัง สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งมีเพียง 5 ยอด เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ จึงเป็นเรือนยอด 9 ยอดหลังแรกในกรุงรัตนโกสินทร์

ลักษณะเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์หลังนี้ เป็นเรือนโถงหน้าบัน ทั้ง 9 ยอดจะมีพระปรมาภิไธย, พระนามาภิไธย และอักษรพระนามของทุกพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร, สมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดช วิกรม พระบรมราชชนก, สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรม ราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราช กุมารี และ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ นี้ จัดสร้างด้วยโลหะแทนการใช้ไม้ เพื่อความสะดวกในการซ่อมแซมในอนาคต ภายในจะตกแต่งด้วยภาพแกะสลักไม้ รวมทั้งตัวโถงเพดาน ส่วนรอบๆ เรือนยอดโถงจะมีช้างเผือกในรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีทั้งหมด 10 เชือก วางประจำในแต่ละด้าน

การก่อสร้างเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ นับเป็นการรวมใจของช่างฝีมือทั้งระดับปรมาจารย์และลูกศิษย์ในสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดโรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดา ขึ้น เมื่อปีพ.ศ. 2521 ปัจจุบันได้ยกสถานะขึ้นเป็น “สถาบันสิริกิติ์” ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2553 โดยเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมศิลปาชีพแก่นักเรียนศิลปาชีพ ที่ทรงรับมาจากครอบครัวชาวนา ชาวไร่ ผู้ยากจน ไม่มีที่ทำกิน ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี โรงฝึกศิลปาชีพ “สถาบันสิริกิติ์” ได้พัฒนาและดำเนินงานอย่างก้าวกระโดด ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นล้วนเป็นประณีตศิลป์ชั้นสูง มีความวิจิตรงดงามถึงระดับ “ฝีมือช่างหลวง” หรือ “ช่างแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ได้แก่ ช่างถมทองช่างเครื่องเงินเครื่องทอง ช่างคร่ำ ช่างลงยาสี ช่างปักผ้า ช่างแกะสลักไม้ ช่างเขียน ลายช่างทอผ้า และ ฯลฯ สร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้น ล้วนเป็นศิลป์แผ่นดินที่ทรงคุณค่ายิ่ง แสดงถึงเอกลักษณ์ เกียรติ ศักดิ์ และเกียรติภูมิของงานประณีตศิลป์ไทยให้ชาวโลกได้ชื่นชม ในงานศิลป์แผ่นดิน ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทั้งหมดนี้ก็ล้วนมาจากสายพระเนตรอันยาวไกลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อย่างแท้จริง

ผลงาน “เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” หลังนี้ จึงเป็นผลงานที่เกิดจากฝีมือพสกนิกรชาวไทย ที่ล้วนเป็นลูกหลานชาวไร่ ชาวนา ผู้ยากจน บางคนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่ได้รับพระราชทานโอกาสให้เข้ามาฝึกปรือฝีมือ จนกลายเป็นช่างหลวง ที่จะฝากผลงานเป็นศิลป์ของแผ่นดินอันยิ่งใหญ่อีกชิ้นงานหนึ่ง

ทีมข่าวหน้าสตรี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์สถาปัตยกรรมพระราชวังดุสิตศิลปะชั้นสูงสถาปัตยกรรมไทยข่าวสตรีข่าวไทยรัฐไทยรัฐฉบับพิมพ์ข่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้