เป็นที่รู้กันว่า ในแวดวงสังคมไฮโซมักมีเซเลบฯ คนดังรุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่มากมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นลูกหลานนามสกุลดัง และมีดีกรีนักเรียนนอกเพอร์เฟกต์โปร์ไฟล์ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่เซเลบฯ สาวสวย 'มัดมุก-แพรดาว พานิชสมัย' ลูกสาวสุดรักสุดหวงของ 'พล.อ.ไพโรจน์-เกล็ดดาว พานิชสมัย' ที่เพิ่งเรียนจบจากประเทศอังกฤษมาหมาดๆ ก็เช่นกัน …
ไทยรัฐออนไลน์เปิดคอลัมน์ใหม่กิ๊กชื่อว่า "ไฮโซโปรไฟล์" สัปดาห์นี้มีโอกาสกระทบไหล่เธอในงานฉลองสุดยิ่งใหญ่ ครบรอบปีที่ 10 ของสยามพารากอน (Siam Paragon 10th Anniversary : the Prismatic Celebration) เลยไม่พลาดคว้าโอกาสทองนี้ พูดคุยทำความรู้จักกับเธอแบบเอกซ์คลูซีฟกันมากขึ้น … ยิ่งได้นั่งใกล้เธอระยะประชิด บอกเลยว่าเสน่ห์ของเธอชวนดึงดูดจนละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ !
ชื่อ นามสกุล : แพรดาว พานิชสมัย
นิกเนม : มัดมุก
ที่มาของนิกเนม : เพราะพี่สาวชื่อ 'มัดหมี่' !
อายุ : 24 ปี
วันเกิด : 14 ม.ค. 35
ส่วนสูง น้ำหนัก : 165 เซนติเมตร - 56 กิโลกรัม
พี่น้อง : มีพี่สาวหนึ่งคนชื่อ 'มัดหมี่'
การศึกษา : จบจากมหา'ลัย SOAS ในประเทศอังกฤษ คณะ International Management
อาชีพปัจจุบัน : Sales executive ที่สยามพิวรรธ์
อาหารที่ชอบ : ข้าวผัดกะเพรา
ที่เที่ยวสุดโปรด : Lake Como, Italy
สิ่งที่เกลียด-กลัวสุดๆ : คางคก และกบ (อี๋เลยล่ะ !)
คติประจำใจ : You can have it all, just not all at once
สิ่งที่คาดหวังในอนาคต : อยากมีครอบครัว และธุรกิจเป็นของตัวเอง
...
ทำไมถึงเลือกเรียน Management
เพราะเราอยากจะทำธุรกิจ มีบริษัทของตัวเอง ซึ่งคณะนี้เราคิดว่าตอบโจทย์ได้ดีนะ มันเป็นพื้นฐานที่ดีของการทำงาน Management ที่เราเรียนสอนพื้นฐานทุกอย่างเลย ทั้งพื้นฐานเกี่ยวกับการตลาด การจัดการ และไฟแนนซ์ มีเรียนหมด เราชอบนะ มันเป็นคณะที่ครอบคลุมมากเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานที่จำเป็น และสำคัญสำหรับการทำงาน จนถึงตอนนี้เราเรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว เราคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกนะ และต่อไปในอนาคตก็สามารถเอาความรู้นี้ กับประสบการณ์การทำงานตอนนี้ มาใช้ในการประกอบธุรกิจของเราเองในด้านการบริหารจัดการได้
นอกจากคณะนี้เราก็เลือกเรียน Law of property ด้วย เป็นเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นิดๆ ซึ่งงานที่เราทำอยู่ตอนนี้ มันก็ต้องดีลกับ Tenant ผู้เช่า แล้วก็พื้นที่อะไรต่างๆ มันก็เลยมีอะไรที่เราดึงมาใช้ได้เยอะเหมือนกัน ...
ยาก-ง่ายของคณะ Management
ยากนะ แน่นอนมันต้องมีความยากอยู่แล้ว เพราะเราเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ไหนจะหลักสูตรเนื้อหาที่เราต้องเรียน มันต้องทำการบ้านมากขึ้น อ่านมากขึ้น เลกเชอร์มากขึ้น แต่ถึงมันจะยาก พอเรียนจบมาเราก็ได้อะไรเยอะนะ อย่างน้อยเราก็มีประสบการณ์กับแต่ละโปรเจกต์ที่เราทำ
งานที่ทำอยู่ตอนนี้ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ใช่ มันทำให้เราโตขึ้นจากแต่ก่อนเยอะเลย ทั้งต้องมีความรับผิดชอบในตัวเองมากขึ้น รู้จักตรงต่อเวลาเพราะต้องดีลงานกับลูกค้า พบปะคนมากมาย แต่อย่านึกถึงตอนเรียนนะ มันคนละแบบกันเลย อันนี้พอเข้าสู่ความเป็นจริงแล้ว มันก็สนุกไปอีกแบบ หลายคนอาจจะชอบตอนเรียนมากกว่า เพราะคิดว่ามันสบาย และมีอิสระกว่าตอนทำงาน ทว่าเรารู้สึกชอบ และสนุกไปกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้นะ
ทำงานหนักขนาดนี้ มีเคล็ดลับการดูแลตัวเองยังไงบ้าง
ง่ายๆ เลย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มันจะช่วยอยู่แล้วให้เราสดชื่น นอนหลับสบายขึ้น มีเคล็ดลับดูแลหุ่นสวยไหม ? (หัวเราะ) หุ่นไม่สวยเลยจริงๆ นะ คือเราเป็นคนชอบกินมาก และกินเยอะมากๆ แต่นั่นยิ่งเรากินเยอะ เราก็ยิ่งต้องเผาผลาญเยอะ ฉะนั้นเราก็จะแอกทีฟนิดหนึ่ง อาศัยเดินให้เยอะๆ อย่างเวลาทำงานก็ต้องเดินอยู่แล้วไปสำรวจที่โน่นที่นี่ แล้วก็หมั่นออกกำลังกายให้มันสมดุลกันมากกว่า ถ้าวันไหนเรารู้สึกตัวว่า โอ้ มายก๊อด !! เราใส่ชุดนี้ไม่ได้แล้ว มันน่าเกลียดแล้ว เราก็จะงดกินข้าวเย็น หรือลดข้าวเย็นกินให้น้อยที่สุด
...
ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวในวันสุดชิล
วันว่างๆ ก็อยู่กับเพื่อน กับครอบครัว อย่างทุกวันอาทิตย์ก็จะเป็นวันดูหนังกับครอบครัว แล้วเราก็เป็นคนชอบเล่นกีฬาอยู่แล้ว อย่างเล่นโยคะ ต่อยมวย ว่างๆ ก็จะแบ่งเวลาไปออกกำลังกายบ้าง
การแต่งตัวสไตล์ 'มัดมุก'
สไตล์มิกซ์แอนด์แมตช์เลย แต่จะไม่ใช่คนแต่งตัวหวานมาก โทนสีชมพูจะไม่มีเลย เราแต่งตัวไม่ได้ขึ้นกับแบรนด์เนม ถ้าอะไรที่มันเข้ากับเรา เข้ากับลุคเรา ก็จับมาอแดปใส่ได้หมด แต่ยังไงก็ตามต้องดูสถานที่ที่เราจะไปด้วยนะ ถ้าไปทำบุญ-ไปวัด จะมาใส่ขาสั้นก็คงดูไม่เหมาะ ถ้าไปปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนก็อีกอย่างหนึ่ง สมมติว่างานมีธีม เราก็จะจัดเต็ม สู้เลย ! (หัวเราะ) ทว่าเป็นงานธรรมดาๆ หน่อย ทานข้าวกับก๊วนเพื่อน เราก็อาจใส่เป็นกางเกงยีนส์ เสื้อยืด หรือเสื้อที่มันดูทะมัดทะแมง หรืออย่างเวลาไปทำงาน เราก็จะใส่สูท เพราะเราเป็นคนชอบใส่สูทอยู่แล้ว เข้ากับกางเกงบ้าง กระโปรงบ้าง แล้วแต่วันเลยมิกซ์แอนด์แมตช์กันไป แต่ต้องแต่งให้เรียบร้อยขึ้นมาหน่อย เพราะว่าเราไปทำงาน ยังไงก็ตาม รองเท้าเราต้องใส่ส้นสูงตลอดนะ เราเป็นคนที่ติดส้นสูงมากๆ ที่บ้านนี่มีเต็มเลย
...
แหล่งช็อปปิ้งสุดโดน
สยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน (หัวเราะ) ถ้าเป็นแบรนด์ไทย เราชอบ 'เซเลด้า' มาก จริงๆ แบรนด์ไทยเราซื้อในสยามเซ็นเตอร์อยู่แล้ว เพราะมันมีทุกอย่าง ทุกแบรนด์เลย
บุคลิกแบบไหน แนวไหนที่เป็นเรา !
เราว่า เราเป็นคนตรงไปตรงมานะ พูดตรงๆ (ตรงมากก..ก) จะไม่มีมุมง๊องแง๊งเหมือนเด็กๆ อะไรขนาดนั้น เพื่อนหลายๆ คนก็บอกว่าเราเซลฟ์มาก แล้วก็เป็นคนหัวเราะดัง คือจริงใจมั้ง รึเปล่า ? (หัวเราะ) จริงๆ แล้วเราเป็นคนต๊องๆ นะ ไม่มีอะไรเลย ไม่หยิ่งด้วย ! ถามว่านิสัยเราคล้ายพี่สาวไหม จริงๆ ก็มีส่วนคล้ายกันนะ ตรงที่เป็นคนร่าเริงเหมือนกัน ไม่หยิ่งเลย แต่อาจจะต่างกันตรงที่เที่ยว พี่มัดหมี่จะชอบไปแนวอาร์ตแกลลอรี มิวเซียมอะไรต่างๆ ส่วนเราก็จะเป็นอีกแนวหนึ่งเลย … ชอบกันคนละอย่าง งั้นแบบนี้เวลาไปเที่ยวด้วยกันล่ะ ? ถ้าพี่มัดหมี่อยากไปแกลลอรี แต่เราอยากไปอีกที่หนึ่ง เราก็จะมาเจอกันคนละครึ่งทาง แบบเสนอไอเดียงั้นไปที่นี่ๆ แทนล่ะกัน มันมีอะไรอาร์ตๆ แล้วก็มีอะไรที่เราชอบด้วย เป็นการตกลงกันด้วยดี (หัวเราะร่า)
...
สุดท้ายสิ่งที่คาดหวังในอนาคตกับชีวิต และการทำงาน
การทำงานตอนนี้ทำให้เราโตขึ้นไปอีกสเตป สิ่งที่คาดหวังต่อไปก็คงเป็นการมีธุรกิจของตัวเอง ซึ่งตอนนี้มันมีหลายอย่างที่เราชอบเลย ก็ค่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ ช่วงนี้มันเป็นช่วงหาประสบการณ์ ลองดูในหลายๆ อย่างว่าเราชอบอันไหน ถนัดอันไหนมากที่สุด แล้วอนาคตไปไกลก็ต้องมีครอบครัว ซึ่งเราก็อยากมีครอบครัวที่ดี และอบอุ่น … มันก็เป็นความฝันของผู้หญิงทุกคนล่ะ !