พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการ “20 ปี... เราไม่ลืม” เนื่องในวาระครบรอบการสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นปีที่ 20 ซึ่ง พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา ผอ.ฝ่ายการตลาดองค์กร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่า เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 2 นี้จะมีการน้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า ผ่านนิทรรศการ “ปรัชญาของผู้สร้างแรงบันดาลใจ” รวมทั้งกิจกรรมสนุกหลากหลาย ภายใต้ แนวคิด “สีสัน สืบสาน บันดาลใจ” สำหรับคนทุกเพศทุกวัย อาทิ การปิดถนนคนเดิน เป็นกาดชนเผ่า งานแสดงผลิตภัณฑ์
งานมือ, อาหาร จากชุมชนพื้นเมือง, การแสดงและการละเล่นชนเผ่า และฐานกิจกรรม DIY ประกอบด้วย การทำตุงสาย, รถฟอร์มูล่า ดอย เป็นต้น โดยจะจัดขึ้นในทุกสุดสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 26 พ.ย.58-3 ม.ค.59 ที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งจะเป็นงานท่องเที่ยวที่จัดขึ้นส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ผู้บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงกล่าวต่อว่า โครงการ “20 ปี...เราไม่ลืม” นี้ จะประกอบด้วยกิจกรรมเผยแพร่พระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่า ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ ให้เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาจจะไม่รู้จักพระองค์ และคนรุ่นก่อนที่มีความทรงจำเกี่ยวกับพระองค์อยู่บ้าง แต่อาจเลือนรางไปบ้างแล้ว โดยมุ่งหวังว่า กิจกรรมในโครงการฯ จะเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตอย่างมีความหมาย และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามตามรอยพระองค์ท่าน โดยโครงการได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.2558 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต และจะดำเนินอย่างต่อเนื่องถึงเดือน ก.ค.2559
ในส่วนกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ ทางมูลนิธิฯ ได้จัดทำแฟนเฟจ facebook.com/friendsofmfl, Friends of Mae Fah Luang เพื่อนำเสนอเรื่องราวและพระราชจริยวัตรที่มีคุณค่าของพระองค์ สิ่งที่ทรงเชื่อ สิ่งที่พระองค์ทรงทำให้แก่แผ่นดิน กลับมาเล่าให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักพระองค์ท่านได้ทราบ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เขาใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า รวมทั้งการได้มีการแต่งเพลง “ปรับใจ” โดย บอย โกสิยพงษ์ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี รวมทั้งยังจะเผยแพร่หลักการพัฒนาตามตำราแม่ฟ้าหลวง ที่สมเด็จย่าได้พระราชทานไว้เป็นสัจธรรมอันมีค่า ซึ่งได้นำมาปรับใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนมากมาย โดยแนวทางการทำงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นั้น ได้กลายเป็นต้นแบบ ไม่เฉพาะในประเทศ แต่ได้ขยายไปในต่างประเทศ อาทิ การเข้าไปช่วยทำโครงการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, อัฟกานิสถาน และอินโดนีเซีย.