ขณะที่สหรัฐอเมริกา พบสตรีป่วยเป็นมะเร็งเต้านม มากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งชนิดต่างๆ โดยแต่ละปีพบผู้ป่วยใหม่กว่า 230,000 ราย ขณะที่ประเทศไทย มะเร็งเต้านม คือ สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย และพบว่า 1 ใน 10 ของหญิงไทยต้องเผชิญกับโรคมะเร็งเต้านม ทางการสหรัฐฯจึงทุ่มงบประมาณเพื่อเร่งรัดความคืบหน้าการวิจัยด้านการแพทย์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นการรักษาทางการแพทย์ และการให้ยาในปริมาณที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแบบจำเพาะต่อบุคคล โดยใช้ข้อมูลดีเอ็นเอของคนไข้เป็นตัวบ่งบอกข้อมูลต่างๆในร่างกาย เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัย และการจ่ายยา
แนวทางการรักษานี้ รศ.นพ.นรินทร์ วรวุฒิ แพทย์ประจำหน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ อธิบายว่า มะเร็งเป็นโรคที่ซับซ้อน นักวิจัยต้องเข้าใจลึกซึ้งถึงพันธุศาสตร์ ของมะเร็ง การรักษาแบบมุ่งเพียงเป้าหมายเดียว ไม่ได้เหมาะสำหรับผู้ป่วยทุกคน เนื่อง จากผู้ป่วยแต่ละคนมีปัจจัยแวดล้อมของโรคมะเร็งต่างกัน แนวคิดในการวิเคราะห์เนื้องอกของผู้ป่วยแต่ละรายเพื่อกำหนดการให้ยาที่ทำงานได้ดีที่สุด จึงเป็นก้าวใหม่ทางการแพทย์ที่มีความเป็นไปได้ในการพิชิตมะเร็ง ปัจจุบันวงการแพทย์ได้ยกระดับความจำเพาะให้เป็นการรักษาที่มีศักยภาพ พร้อมไปกับการลดผลข้างเคียงที่เป็นพิษให้น้อยลง ดังนั้น เมื่อเป็นมะเร็ง การแพทย์ส่วนบุคคลสามารถใช้รูปแบบที่หลากหลายเพื่อจัดการ ได้แก่ ทดสอบเซลล์มะเร็งของผู้ป่วย เพื่อหาการรักษาที่เหมาะสม ทดสอบทางพันธุศาสตร์เพื่อตัดสินใจว่า ผู้ป่วยสามารถใช้ยาที่จำเพาะเจาะจงได้หรือไม่
...
เมื่อสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ชัดเจนว่า ผู้ป่วยจะมีการตอบสนองต่อยาอย่างไร ก็ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรับยาที่เหมาะสมมากขึ้น ประสิทธิภาพการรักษาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่าย ย่นระยะเวลาในการดูแลสุขภาพรวมถึงอาการข้างเคียงที่เกิดจากยา นอกจากนี้ การแพทย์ส่วนบุคคล สามารถจัดการก่อนเป็นมะเร็งในบุคคลกลุ่มเสี่ยง โดยทดสอบพันธุศาสตร์เพื่อตรวจสอบว่า มีโอกาสการกลายพันธุ์ของเซลล์แล้วพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้หรือไม่
สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง ชวนรับฟังเรื่อง “พิชิตมะเร็งด้วยนวัตกรรม” โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่ 15 พ.ย. เวลา 13.00-16.00 น. ที่ห้องสยามมกุฎราชกุมารี อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย (เพชรบุรี 47) สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2664-0078.