“อย่าให้โอกาสหลุดลอย” คติประจำใจของสาวไฟแรง “อรุชา สีมารัตน์” คุณหนูสู้งาน ทายาทรุ่นที่ 3 ของธุรกิจแป้ง “มองเล่ย่ะ” ที่ไม่ยอมทิ้งโอกาสในการสร้างธุรกิจของตัวเองไปพร้อมๆกับการพัฒนาต่อยอดธุรกิจของครอบครัว
อรุชา หรือ แป้งร่ำ ลูกสาวคนโตวัย 27 ปี ของ ลักษณ์วิไล ชินพันธุ์—สหัส สีมารัตน์ เจ้าของบริษัท 3P-Access จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แป้งน้ำยี่ห้อ “มองเล่ย่ะ” ที่โด่งดังในอดีต เธอใช้ชีวิตในวัยเรียนอยู่ต่างประเทศทั้งสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ก่อนมาเรียนต่อด้าน Graphic Design ที่สถาบัน Raffles สาขาในเมืองไทย พอจบก็เข้ามาช่วยกิจการของที่บ้าน แป้งร่ำ เล่าว่า ธุรกิจมองเล่ย่ะทำมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ จนมาถึงคุณพ่อ ชื่อแป้งร่ำก็มาจากแป้งมองเล่ย่ะ นี่แหละค่ะ สมัยก่อนเรามีโรงงานผลิตเอง แต่ตอนนี้เราจ้างเขาผลิต แต่ยังเป็นผู้จัดจำหน่ายเอง ตอนที่มาเรียนงานแป้งก็ต้องไปเรียนรู้งานทุกแผนก และได้เข้ามาช่วยคุณแม่ดูแลเรื่องการตลาด ซึ่งตลาดของเรายังเน้นต่างจังหวัด พอเข้า ACE ก็ขยายการตลาดไปต่างประเทศด้วย แต่ถึงแม้จะโกอินเตอร์ เราก็ยังจะรักษาภาพลักษณ์ความเป็นออริจินัลเหมือนเดิม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เราไว้
“ธุรกิจของมองเล่ย่ะไปได้ด้วยดี ทำให้แป้งร่ำมีโอกาสมองหาอย่างอื่นทำไปด้วย แต่ด้วยความที่เป็นคนสุขภาพไม่ค่อยดี เลยได้ศึกษาข้อมูลเรื่องสุขภาพ จนไปเจอผลิตภัณฑ์ ProAngu 9+ ของ Nature’s Sunshine ซึ่งเป็น Nitric Oxide ที่จะช่วยเสริมสร้างและป้องกันการเกิดของโรคต่างๆ จึงอยากทำการตลาดสร้างธุรกิจนี้ ซึ่งใครบอกว่าเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดี คนจะไม่ค่อยมีกำลังซื้อ แต่แป้งร่ำมองกลับกัน เมื่อเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนระมัดระวังในการใช้จ่าย และระมัดระวังสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วย เพราะถ้าป่วยต้องจ่ายหนัก เทรนด์ของการดูแลใส่ใจสุขภาพ ป้องกันการเกิดโรคต่างๆ จึงมาแรง ธุรกิจนี้ที่ผ่านมานับว่าดีเลยทีเดียว ตอนนี้เลยอยากโฟกัสธุรกิจผลิตภัณฑ์ธรรมชาตินี้ให้มั่นคงก่อน เพราะเห็นโอกาสการเติบโต ส่วนกิจการที่บ้านมั่นคงอยู่แล้ว เลยขอคุณแม่มาลุยงานนี้อย่างเต็มตัวก่อน” แป้งร่ำเล่าอย่างฉะฉาน
...
เมื่อต้องจับงาน 2 ด้านที่แตกต่างกัน นักธุรกิจสาวคนนี้บอกว่า ประสบการณ์จากงานทั้ง 2 อย่างเอื้อให้เราเห็นมุมกว้างของการทำงานมากขึ้น อย่างทำงานที่บ้าน เราเป็นเจ้าของก็ต้องดูแลงานบริหารหมดทุกอย่าง ทั้งบัญชี การผลิต การจัดจำหน่าย ต้องมีความละเอียดรอบคอบ ใส่ใจทุกอย่าง และรักในสิ่งที่ทำ แล้วก็ได้เอาความรู้สึกนี้มาใช้กับงานส่วนตัว งานใหม่ที่ทำมาปีกว่านี้ เราไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจคนเดียว การทำงานเป็นทีม ได้เรียนรู้งานในการเข้าถึงคน รวมไปถึงเรียนรู้ถึงโอกาสทาง การตลาด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญทำให้เราเติบโตในเรื่องความคิดและทัศนคติ งานทั้งสองอย่างจึงเป็นส่วนผสมที่ดี อยู่ที่เราจะเอาส่วนไหนไปใช้ให้เป็นประโยชน์ .....แง่คิดดีๆของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าสนใจเลยทีเดียว.