ด้วยความคลุกคลีอยู่กับเสียงดนตรีมาตั้งแต่เด็ก จิริสุภา–สิริวัจน์ วาริการ สองพี่น้องครอบครัววาริการ จึงมีความสามารถด้านดนตรีเป็นเลิศ และเข้ามาสานต่อธุรกิจโรงเรียนสอนดนตรีของครอบครัว พร้อมทั้งสร้างสรรค์งานดนตรี จนเป็นที่น่าจับตามอง
จิจี้–จิริสุภา พี่สาวคนโต และ แอนดี้–สิริวัจน์ ลูกชายคนกลางของ สมเกียรติ–วรินทรา วาริการ เจ้าของโรงเรียนดนตรียามาฮ่า คีตรินทร์ รามคำแหง ที่ตั้งมากว่า 30 ปี ทั้งคู่เป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น โดยเฉพาะ “จิจี้” ที่เล่าว่า เรียนเปียโนมาตั้งแต่ 4 ขวบกับคุณแม่ และตอนอายุ 14 ปี ได้รับรางวัลหลายรายการ เช่น รางวัลยามาฮ่า ไทยแลนด์ มิวสิค เฟสติวัล, รางวัล Circle Award From Chinese Music Teacher Association of North California จึงได้ทุนให้ไปเรียนที่ Idyllwild Arts Academy ที่สหรัฐฯ ต่อด้วยทุนเรียนปริญญาตรีที่ Eastman School of Music และทุนเรียนปริญญาโทที่ San Francisco Conservatory of Music และเพิ่งกลับมาเมืองไทยได้ไม่นาน
ส่วนน้องชาย แอนดี้ เล่าว่า คุณแม่เป็นคนตั้งโรงเรียนนี้ ทำให้ลูกๆทั้ง 3 คนโตมากับเสียงดนตรี ตอนอายุ 10 ขวบ ตนได้ไปเรียนที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา จนจบไฮสกูล แล้วกลับมาเรียนปริญญาตรี Industrial Engineering จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ม.ธรรมศาสตร์ และไปต่อปริญญาโท Innovation Entrepreneurship and Management ที่อิมพีเรียล คอลเลจ ที่อังกฤษ กลับมาก็เข้ามาช่วยงาน ด้วยการขยายสาขา 2 ที่พาซิโอ รามคำแหง ตนดูทั้งงานบริหารและงานสอน ส่วนจิจี้ พี่สาว ทำหน้าที่เป็นครูสอนทั้ง 2 แห่ง
ด้านสาวนักดนตรีคนเก่งเล่าว่า “ที่ทางบ้านไม่ได้บังคับพวกเราเลยว่าต้องเป็นนักดนตรี ท่านปล่อยให้เป็นธรรมชาติ ทำให้เราได้ค้นพบตัวเองและเห็นว่าดนตรีเป็นสิ่งที่เรารัก ดังนั้นนอกจากจะเป็นครูสอนแล้ว จิจี้ยังได้มีโอกาสเป็นนักดนตรีแสดงในงานต่างๆ และที่ภูมิใจมากที่สุด การได้เป็นผู้เรียบเรียงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ “รัก” ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และการเรียบเรียงเพลงสารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตน์ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ชุดเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ และล่าสุดคือ ร่วมแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2558 ร่วมกับ BSO String Quartet ในวันที่ 21 พ.ย.นี้ เวลา 19.00 น. ณ อาคารสยามกลการ ชั้น 5 ปทุมวัน”
...
ในส่วนความสำเร็จของ 2 พี่น้องคู่นี้ พี่สาวคนโตของครอบครัว บอกว่า เราทั้งคู่เป็นคนที่ทำอะไรแล้วต้องทำให้สุดๆไปเลย ทุ่มเทเต็มที่ ไม่ได้คาดหวังว่าจะแข่งกับคนอื่น นอกจากแข่งกับตัวเอง และเรามีความสุขในสิ่งที่เราทำสำเร็จ ที่เรามีในวันนี้ ไม่ใช่พรสวรรค์อย่างเดียว แต่เป็นพรแสวงด้วย การมีพรสวรรค์ถ้าไม่มีการพัฒนาก็ไม่สามารถอยู่ในที่ที่เรายืนอยู่ตอนนี้ได้ เราต้องมีความชอบและมีความพยายามในการทำงานในสิ่งนั้นๆด้วย ...คีย์ความสำเร็จของนักดนตรีรุ่นใหม่ไฟแรงคู่นี้.