จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาช่วยสร้างคุณภาพชีวิตคนในสังคมให้ดีขึ้น โดยภูมิใจนำเสนอ “ผลงานนวัตกรรมสหสาขาวิชา” ในการประดิษฐ์คิดค้นของคณาจารย์ จาก คณะแพทยศาสตร์ และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ร่วมกันศึกษาวิจัยนวัตกรรมด้าน “วิศวกรรมทางการแพทย์” แล้วพัฒนาต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์ เพื่อพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม
ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า ผลงานนวัตกรรมครั้งนี้เป็นการสืบสานปณิธานของจุฬาฯ ในการเป็นแหล่งความรู้และมีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งยังเป็นการตอบรับการเปลี่ยนแปลงของศาสตร์ทาง การแพทย์ในปัจจุบัน ที่เน้นการบูรณาการความรู้จากศาสตร์หลากหลายสาขา ในการพัฒนาและประยุกต์ความรู้ด้านต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ อันจะก่อเกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและทำให้มีชีวิตที่ยืนยาวยิ่งขึ้น โดยผลงานเหล่านั้น ได้แก่ การพัฒนาแขนหุ่นยนต์ที่ควบคุมด้วยคลื่นสัญญาณสมอง และที่ควบคุมด้วยเครื่องกล ในการฝึกร่วมกับระบบเกมเสมือนจริง เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, ชุดตรวจไตวายเฉียบพลันระยะเริ่มต้น ด้วยชิปเคมีไฟฟ้าอิมมูโนเซ็นเซอร์, ผลงานเท้าเทียมคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับผู้พิการขาขาด และผลงานกระดูกเทียม ที่สามารถสั่งตัดได้ในวันเดียว
...
สำหรับการใช้หุ่นยนต์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมีผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 80 ต้องเป็นอัมพาตครึ่งซีกนั้น เป็นวิธีการฟื้นฟูสมัยใหม่ที่นำหลักการฝึกเคลื่อนไหวซ้ำๆ เช่นเดียวกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากระตุ้นให้เกิดการฟื้นตัว และแสดงผลเป็นภาพแบบ 3 มิติ เป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้รับการฟื้นฟูและหุ่นยนต์ ผลที่ได้นอกจากสามารถฝึกซ้ำๆได้เป็นจำนวนครั้งที่มากกว่า เมื่อเทียบกับการฝึกแบบดั้งเดิมแล้ว ยังช่วยลดงานของนักกิจกรรมบำบัดกายภาพบำบัดด้วย ส่วนชุดตรวจไตวาย เป็นการพัฒนาชิปเคมีไฟฟ้าจากวัสดุนาโนคอมพอสิตที่มีความไวสูงต่อการตรวจวัด สามารถพกพานำไปใช้งานได้ทุกที่ ซึ่งช่วยผู้ป่วยที่มีอาการภาวะไตวายเฉียบพลันระยะเริ่มต้นได้รู้ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน
ส่วนเท้าเทียมคาร์บอนไฟเบอร์ เป็นการพัฒนาประดิษฐ์ข้อเข่าเทียมและเท้าเทียมสำหรับผู้พิการขาขาด ให้มีขาเทียมที่มีคุณภาพดี ในต้นทุนเหมาะสม สามารถผลิตได้เองในประเทศ ลดการนำเข้ากายอุปกรณ์จากต่างประเทศที่มีราคาแพง สุดท้ายกระดูกเทียม เป็นการสร้างไฟล์ภาพ 3 มิติ จากเครื่อง CT Scan ตรงกระดูกส่วนที่เสียหายของผู้ป่วยและส่งภาพนั้นมาที่ห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างชิ้นงานต้นแบบขี้ผึ้ง จากกระบวนการพิมพ์ขี้ผึ้งสามมิติ โดยใช้เวลาทำไม่เกิน 24 ชม. และสามารถนำเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดต่อไป.