คงไม่ผิดนัก ถ้าจะบอกว่างาน Bike For Mom ได้ปลุกกระแสไลฟ์สไตล์การปั่นจักรยานขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้คนไทยทั้งประเทศหันมาสนใจเจ้าสองล้อปลอดมลพิษกันอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นจักรยานใหม่หรือจักรยานมือสอง ก็ถูกถามหากันมากขึ้น
โดยเฉพาะจักรยานมือสองที่หลายคนมองหากันอยู่ ว่าแต่ จะซื้อที่ไหนดีล่ะ? ถ้ายังไม่รู้ว่าจะไปร้านไหน วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีร้านจักรยานมือสองคุณภาพดีแห่งหนึ่งมาแนะนำ ซึ่งบรรดานักปั่นและนักสะสมจักรยาน ต่างรู้จักกันดีในชื่อ BB Bike ร้านจักรยานมือสองนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
จุดเด่นของร้านนี้ นิมิตร อนันต์ธนานุกูล เจ้าของร้านบอกว่า จักรยานมือสองที่ร้านนำเข้าจากญี่ปุ่นทุกคัน 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีญาติอยู่ที่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว ทำให้สามารถคัดเลือกของดีมีคุณภาพได้ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะเจอยี่ห้ออะไร อาจจะเป็นยี่ห้อจากเยอรมันบ้าง จากญี่ปุ่นเองบ้าง คละกันไป
"คือเราซื้อมาทีละคัน ไม่ได้ซื้อเหมาซากมา พอคัดมาแล้ว ก็จะค่อยๆ ใส่ตู้คอนเทนเนอร์จนเต็ม แล้วส่งมาที่เมืองไทย ผมไม่รู้ว่าคนอื่นทำอย่างไร แต่ของผมทำอย่างนี้ ทุกคันต้องขายได้ ไม่มีคันไหนเอามาทิ้ง" หนุ่มเจ้าของร้านบอก
...
สินค้าดีมีคุณภาพแบบนี้ การันตีได้จากลูกค้าที่บอกกันปากต่อปาก และมีสื่อมาสัมภาษณ์จากหลายสำนัก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทำให้ลูกค้าชาวต่างชาติรู้จัก โดยเป็นกลุ่มนักปั่นจากต่างประเทศ มีทั้งกลุ่มนักปั่นชาวจีน ชาวเยอรมัน ก็เคยปั่นมาเยี่ยมชมที่ร้าน และสิงห์นักปั่นกลุ่มคนไทยเองก็มาเยี่ยมกันบ่อย
ไม่เฉพาะคนกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ลูกค้าจากต่างจังหวัดก็สั่งจักรยานมือสองจากร้านนี้ด้วย โดยทางร้านจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ มีลูกค้าจากทั้งเชียงใหม่ เชียงราย โคราช ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ฯลฯ เรียกว่าเป็นคลังจักรยานเก่าขวัญใจสิ่งห์นักปั่นทั่วประเทศ
และต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ของหนุ่มหน้าตี๋เจ้าของร้าน ที่จะมาบอกเล่าถึงร้าน BB Bike ร้านจักรยานมือสองที่คุณอาจสนใจมาซื้อไปใช้สักคัน
Q : เล่าถึงที่มาที่ไปของร้าน BB Bike ให้ฟังหน่อยค่ะ
แรกเริ่มเลย คือ ผมเพิ่งกลับมาจากไปดูงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นพอดีเพื่อนของพ่อ เขามาฝากจอดจักรยานตรงนี้ ฝากไว้ประมาณ 1,000 คัน แล้วเพื่อนเดือดร้อนเรื่องเงิน พ่อเลยอยากช่วย ก็รับซื้อมา ก็ไม่คิดว่าจะเอามาทำเป็นธุรกิจอะไรหรอก คือกะจะช่วยเพื่อนเฉยๆ ผมกลับมาพอดี พ่อก็เลยให้ผมมาช่วยทำ
ผมก็เรียกเพื่อนมาช่วยกันทำ 5 คน ก็ออกมาทำตรงนี้ ทำไปเรื่อยๆ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็เข้ามาซื้อเอง เพราะตอนนั้นเฟซบุ๊กอะไรก็ยังไม่มี สังคมออนไลน์ไม่ได้เยอะขนาดนี้ คือลูกค้าเป็นลักษณะบอกปากต่อปากไปเรื่อยๆ จนเริ่มมีคนรู้จักเยอะขึ้น เราเองก็ค่อยๆ เริ่มจัดระบบซื้อขาย บริหารจัดการร้านทุกอย่าง เริ่มนำเข้าเอง
Q : ทำไมต้องนำเข้าจากญี่ปุ่น
จริงๆ ไปเอาจากที่ไหนก็ได้ แต่พื้นฐานที่บ้านผมอยู่ที่ญี่ปุ่น ช่องทางก็เลยง่ายกว่าคนอื่น ที่นั่นมีจักรยานเยอะด้วย เพราะเขาใช้จักรยานกันเยอะ และคุณภาพจักรยานดีด้วย ที่ได้มาก็คือคุณภาพดีหมด ราคาก็พอซื้อได้ ไม่เหมือนจีน แบบนั้นราคาถูกจริงแต่ใช้ไม่ได้ ใช้แล้วทิ้งเลย ญี่ปุ่นจะใช้ได้ยาว
Q : จากวันนั้นถึงวันนี้ ทำมากี่ปีแล้ว
ประมาณ 4 ปีกว่า เรามี 2 สาขาด้วยกัน คือ สาขาแรกอยู่ที่ วิภาวดีรังสิต 60 เข้าซอยมาประมาณ 200 เมตร และสาขาที่สองเป็นโชว์รูมอยู่ติดถนนวิภาวดีรังสิต 64 ซึ่งจักรยานของร้านเราราคาก็จะถูกกว่ามือหนึ่งเกือบครึ่ง บางคันก็ครึ่งหนึ่งเลย บางคันเกินครึ่งก็มี ราคาเริ่มต้นที่ของเราจะไม่ถูกมาก ประมาณ 2,000 ส่วนแพงสุดก็เป็นหลักแสน
...
Q : ปีนี้มีงาน Bike For Mom คนหันมาซื้อจักรยานมือสองมากขึ้นไหม
สำหรับร้านผมเองนะ ผมว่าคนรู้จักเราเยอะ ยอดขายก็ไปได้เรื่อยๆ ครับ ไม่ได้ฟู่ฟ่าอะไร แต่ช่วงนี้ยอดขายดีขึ้นกว่าช่วงที่มีข่าวนักปั่นจักรยานโดนรถชน คือช่วงนั้นเงียบมาก แต่พอมีงานนี้ก็กลับมาดีขึ้นครับ
Q : จักรยานรุ่นไหนคนนิยมที่สุด
ตรงนี้เราตอบไม่ได้เลย เพราะลูกค้ามาจากหลายกลุ่มมาก ส่วนมากเขาก็ไม่ได้ฟิกซ์มาว่าจะเป็นรุ่นอะไรนะ แต่จะมี Budget มาก่อน และนิยมราคาไม่เกิน 10,000 บาท จะขายดี เขาเข้ามาแล้วก็เลือกของเขาเอง คือกลุ่มลูกค้าที่มาหาเรา เขามีพื้นความรู้เรื่องจักรยานอยู่แล้ว บางคนรู้เยอะกว่าเราด้วยซ้ำ มาเดินดูก็บอกได้เลยว่าเป็นรุ่นอะไร ผลิตปีอะไร ส่วนเราเอง ส่วนใหญ่ก็จะช่วยแนะนำเขาว่าในราคาที่ตั้งไว้ ซื้อได้รุ่นไหน แล้วก็ให้ลองขี่เลยว่า ชอบไหม ปั่นแล้วโอเคหรือเปล่า
...
Q : มีคนบอกว่า ซื้อจักรยานให้ดูการใช้งานเป็นหลัก ?
ใช่ครับ ต้องรู้ว่าลักษณะการใช้งานจะเอาไปไหน ไปปั่นจ่ายตลาด ปั่นไกล เอาขึ้นรถไหม พกพารึเปล่า หรือว่าจอดอยู่กับที่แล้วก็ปั่น ถ้าบอกการใช้งานมาก่อนเราก็จะแนะนำได้ถูกว่าควรจะใช้แบบไหน
Q : แล้วสำหรับคนที่มาซื้อไปปั่นงาน Bike For Mom ล่ะ ?
ถ้าถามว่าต้องเลือกแบบไหน จริงๆ มันเอาไปปั่นในงานได้หมดทุกคันนะ คือการไปปั่น Bike For Mom จะปั่นไม่เร็วอยู่แล้ว มันปั่นได้หมด อยู่ที่เราชอบน่ะแหละครับ ว่าเราจะเลือกเสือหมอบ เสือภูเขา รถพับ แต่เน้นให้มีเกียร์ก็พอ เพราะถ้าไม่มีเกียร์มันก็เหนื่อย ถ้ามีเกียร์บางทีเราอยากจะปั่นเบาๆ ปั่นหนักๆ ก็แล้วแต่เรา ถ้าเป็นแอดเวนเจอร์จะเป็นเสือภูเขาไปเลย ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง
...
Q : ข้อดี-ข้อเสียของจักรยานมือสอง ?
ข้อดีคือราคาถูก คุณภาพดี ข้อเสียอยู่ที่ตาลูกค้ามากกว่า เวลาลูกค้ามาดูแล้วดูไม่ขาด ถ้าเขาไปซื้อตามร้านอื่นไม่ใช่ร้านผม เราเห็นว่าพอมาใช้จริงแล้วมันไม่ได้ เหมือนดูไม่ละเอียดพอว่ามันร้าวไหม ยางมันเสื่อมรึเปล่า คือของมือสองเนี่ยเราต้องดูให้ขาด ดูให้ละเอียด แต่ถ้ามาซื้อร้านเรา เราจะแนะนำให้ทุกคันนะ ถ้าสมมติเห็นคันไหนเฟรมแตก เราจะไม่ขายเลย
Q : อยู่ในแวดวงจักรยานมาสักพัก แนะนำมือใหม่หัดปั่นหน่อยว่าควรเริ่มยังไงดี
อย่างแรกเลยศึกษาเรื่อง Safety ก่อน ว่าเราควรจะป้องกันตัวเองยังไง แล้วค่อยมาเลือกจักรยาน มาศึกษาว่าเราชอบแบบไหน มาลองปั่นดู ส่วนเรื่องคุณภาพก็ให้ทางร้านแนะนำก็ได้
สำหรับผมในฐานะที่เป็นคนแนะนำ ก็จะดูให้แบบละเอียด คือดูเฟรมว่ามีแตกร้าวไหม อันนั้นคือส่วนหลัก แล้วก็มาดูว่าระบบเกียร์ใช้ได้ไหม สภาพเป็นยังไง สุดท้ายก็ดูยางว่าสภาพใช้งานได้ไหม ล้อมีแตกไหม ยางที่มามันปั่นได้ไกลไหม มีรอยแตกลายงาไหม ถ้ามี เราก็ต้องบอกให้เขาเปลี่ยน ไม่งั้นปั่นไปก็แตก
Q : จักรยานดีๆ สักคันดูกันที่ตรงไหน
จักรยานดีไม่ดี จะรู้เรื่องตอนปั่นไกลๆ 40-50 กิโลฯ ปั่นแค่ 10 กิโลฯ ไม่รู้หรอกครับ รถดีจะวัดกันที่ปั่นไกลๆ ว่ามันจะพาเราไปได้ถึงจุดหมายไหม คือตัวรถจะเบา เกียร์จะนิ่ม ปั่นแล้วไม่ปวดหลังไม่เมื่อย อยู่ที่การเซตรถให้พอดีกับตัวเราด้วย ยี่ห้ออะไรตอนนี้มันดีหมด อยู่ที่เราชอบมากกว่า บางคนไปปั่นจักรยานคันละสามแสน แต่สรีระไม่ได้ มันก็เมื่อย แต่ปั่นคันละหมื่นกว่าบาทกลับดีกว่า
Q : สำหรับจักรยานมือสอง ควรทดสอบก่อนซื้อยังไงบ้าง
เราจะเทสให้หมด ปั่นแล้วเกียร์ไม่ข้าม เกียร์เชตดี อะไรแบบนี้ ไม่คาบ ลื่น ยางไม่แตกลายงา แล้วก็ให้ลูกค้าลองปั่นทุกคัน ไม่พอใจตรงไหนเราแก้ให้หมด และเราก็รับประกันตลอด คือปั่นไปมีปัญหาเราก็ดูแลให้ฟรี ปั่นไปยางแตก เราก็มียางเปลี่ยนให้ ซ่อมที่นี่ได้โดยไม่คิดค่าแรง คิดแต่ค่าอะไหล่
Q : เห็นว่าที่ร้านมีโปรโมชั่นให้เฉพาะช่วงนี้ด้วย?
ใช่ครับ ตอนนี้เรามีโปรโมชั่นลดราคาจักรยาน สำหรับคนที่อยากจะปั่น Bike For Mom เราลดให้ 40-50 เปอร์เซ็นต์ เพียงแค่เแชร์เพจ BB Bike ก็ได้ส่วนลดเลย โปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 12 สิงหาคม 2558 นี้ครับ
*ล้อมกรอบ*
ที่ตั้ง : 21/59 ถ.วิภาวดีรังสิต ซ.วิภาวดี 60 แยก 1 แขวงตลาดบางเขน หลักสี่ 10210
เบอร์ติดต่อ : 08 6939 9639, 0 2579 0144, 08 7988 2992
เวลาให้บริการ : ร้านเปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.