ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว สำหรับงาน Bike for Mom วันที่นักปั่นทุกคนจะไปร่วมใจกันปั่นเพื่อแม่ ในระยะทาง 43 กิโลเมตร นอกจากจะเตรียมร่างกายให้ฟิตแล้ว หลายคนก็ถือโอกาสนี้ ซื้อจักรยานคันใหม่เป็นรางวัลให้ตัวเองอีกด้วย แต่วิธีเลือกซื้อให้เหมาะกับการไปปั่นระยะไกล จะเลือกแบบไหนดีล่ะ?

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ต่อสายตรงไปยังสาวนักปั่นตัวยงอย่าง แนน นนลนีย์ อึ้งวิวัฒน์กุล เจ้าของร้าน คาเฟ่ เวโลโดม (Cafe Velo Dome) ร้านที่เกิดจากความรักในการปั่นจักรยาน เป็นจุดนัดพบแห่งใหม่สำหรับนักปั่นทุกเพศทุกวัย เธอได้มาบอกเล่าและแนะนำ 9 วิธีการเลือกซื้อจักรยานให้เหมาะสม สำหรับคนที่อยากซื้อจักรยานใหม่มาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

แล้วจะต้องดูตรงไหน และเลือกจากอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ดูจากการใช้งานเป็นหลัก

แนน นนลนีย์ บอกว่า ก่อนจะตัดสินใจซื้อจักรยานสักคันจะต้องรู้ก่อนว่า จะเอาไปใช้งานอย่างไร เช่น ดูระยะทางที่จะไปปั่น ดูเส้นทางการเดินทาง เป็นต้น

"ต้องรู้ก่อนว่าเราจะซื้อไปปั่นแถวๆ บ้าน หรือจะปั่นไปตลาด หรือจะไปปั่นออกทริปกับเพื่อน เพราะว่าจักรยานแต่ละประเภท สมรรถภาพของจักรยานของมันไม่เหมือนกันค่ะ ถ้าเราเอาจักรยานแม่บ้านที่มีตะกร้า ไปปั่นออกทริป ก็จะเหนื่อยมาก เพราะต้องใช้แรงเยอะในการขับเคลื่อน ถ้าจะต้องขึ้นลงสะพาน ก็จะไม่มีตัวช่วยเรื่องความเร็ว หรือช่วยเรื่องรอบขาต่างๆ" เธออธิบาย

...

2. ถ้าปั่นในเมือง ต้องพกพาสะดวก

เธอแนะนำอีกว่า สำหรับใครที่เน้นการปั่นในเมือง หรือต้องไปทำงานด้วยรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน ก็ควรจะต้องเลือกจักรยานที่พกพาได้ ใช้เดินทางร่วมกับพาหนะอื่นๆ ได้

"สมมติว่าคุณซื้อคันใหญ่มา พอจะเอาลงใต้ดิน มันก็ไม่ได้ ก็ต้องใช้เป็นจักรยานพับแทน" แนนบอก

3. ปั่นทางไกล ต้องใช้แบบเกียร์

ส่วนถ้าอยากจะปั่นทางไกลกับเพื่อนๆ ก็ต้องใช้จักรยานที่มีเกียร์ ช่วยในการผ่อนแรง ช่วยให้ปั่นได้ไหลลื่น เพราะถ้าไปทริปกับเพื่อน แล้วเราปั่นช้าอยู่คนเดียว มันจะรู้สึกไม่สนุกแล้ว เพื่อนต้องรอเรา มันก็จะลำบาก

4. ปั่นงาน Bike for Mom เลือกได้ทุกแบบ

เธอเล่าต่อว่า จริงๆ แล้ว อาจจะเลือกจากคันที่เราชอบก็ได้นะคะ หรือเลือกจากกลุ่มเพื่อนที่เราจะไปปั่นกับเขาก็ได้ ถ้าเป็นคนที่ปั่นเก่งแล้ว กล้ามเนื้อขามันชินกับการปั่นจักรยานแล้ว แบบนี้คุณจะใช้จักรยานอะไรก็ได้ คุณก็สามารถจะไปถึงจุดหมายได้เหมือนกัน ยิ่งงาน Bike for Mom นี้ เป็นการปั่นทางเรียบ ก็คิดว่าสามารถใช้ได้ทั้งจักรยานพับ ไฮบริด เสือหมอบ หรือจักรยานแม่บ้าน ก็ใช้ได้ทั้งนั้น

แต่ตอนแรกเริ่มที่เพิ่งปั่น เราจะยังไม่มีกล้ามเนื้อขา ก็มักจะปั่นไม่ไหว แต่ถ้ามีจักรยานที่เหมาะกับเรา มันก็เหมือนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราไปได้เร็วขึ้น

5. จักรยานที่เหมาะกับผู้หญิง

แล้วแบบไหนล่ะ ที่ว่าเหมาะ? สาวนักปั่นแนะนำว่า จักรยานที่เหมาะสมกับผู้หญิงจะต่างกับจักรยานผู้ชายตรงที่ เฟรมจักรยาน คือ เนื่องจากทางกายภาพผู้หญิงจะเตี้ยกว่าผู้ชายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตัวเฟรม ก็จะต้องเลือกที่มันโค้งลง เพื่อให้รับกับสรีระผู้หญิง จะได้นั่งคร่อมได้พอดี ไม่สูงจนเกินไป

นอกจากนี้ยังทำให้สะดวกในการคร่อม หรือ ขึ้น-ลงจักรยานได้ง่าย รวมถึงบางคนใส่กระโปรงก็นั่งปั่นได้สะดวกกว่าด้วย อย่างเช่น จักรยานแม่บ้าน ช่วงเฟรมจะเป็นแบบโค้งลง และตัวอานไปจนถึงแฮนมันก็จะตั้งฉากพอดี ไม่ตั้งขวางเหมือนจักรยานผู้ชาย

6. จักรยานที่เหมาะกับผู้ชาย

จักรยานสำหรับผู้ชาย เลือกใช้ได้แทบทุกแบบ โดยตัวเฟรมจักรยานจะตั้งขึ้นมาตรงๆ อานเบาะจะสูง แต่ถ้ากังวลว่าเส้นทางปั่นจะขรุขระ จักรยานพับอาจจะเอาไม่อยู่ ก็อาจจะเลือกเป็นพวก เมาท์เทนไบค์ ไปเลย

...

"อย่างเสือหมอบเนี่ย ถ้าจะซื้อก็ต้องมั่นใจว่าปั่นได้คล่องระดับหนึ่งแล้ว เพราะว่า ยางมันเล็ก หน้ายางแคบ การทรงตัวช่วงแรกที่ขึ้นไปคร่อม จะเมื่อยคอมาก เพราะมันต้องก้มคอตลอด แต่ว่ามันปั่นแล้วเท่มาก มันเร็วมากด้วย แต่ก็ต้องระมัดระวังถนนที่มันเป็นร่อง หรือการเทปูนที่มันไม่เรียบ หรือระหว่างช่องถนน ถ้าล้อจักรยานตกลงไปในร่อง ก็มีโอกาสเสียหลักได้ถ้าทรงตัวยังไม่เก่ง" แนน อธิบาย

7. เวลาซื้อ ปรับอานให้พอดี

อีกอย่าง เวลาไปซื้อให้ลองยืนคร่อมอานจักรยานดู อย่าให้อานมันติดเป้ากางเกงมากเกินไป แล้วลองนั่งคร่อมดู อย่าให้ขาเราหย่อนเกินไป คือปรับให้มันพอดี บางคนอาจจะกลัวเวลาปรับเบาะสูงแล้วเท้าเหยียบไม่ถึงพื้น ก็เลยชอบปรับลงมาให้เท้าถึงพื้น แต่เวลาปั่นมันทำให้เข่างอ

แต่ยังไงเราก็ต้องปั่นให้มันถูกสรีระมากขึ้น ถ้าเกิดปั่นแบบเข่างอเรื่อยๆ บางคนก็จะเกิดอาการปวดเข่า ซึ่งมันเกิดจากการปรับสรีระของตัวจักรยานระหว่างตัวบันไดถีบจนถึงที่นั่ง ขามันเกิดการงอเยอะมาก มันก็ทำให้ปวดเข่า

จริงๆ ต้องปรับอานให้สูงนิดนึง เพื่อให้เวลาปั่น ขาจะได้ไม่งอตลอดเวลา ให้ขาได้ระดับพอดีๆ ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป ก็จะช่วยเรื่องเข่าได้เยอะเลย

...

8. ปั่นไง ไม่ให้เมื่อยก้น?

แนนตอบว่า อันนั้นมันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ข้อแรกคือ เนื่องจากเราเคยชินกับการนั่งเบาะรถมันเรียบๆ กว้างๆ นั่งสบายมาก แต่พอมาเป็นเบาะจักรยาน มันเล็กมาก แล้วก็แข็งด้วย วิธีแก้ไขคือเปลี่ยนชนิดเบาะ คืออานจักรยานโดยทั่วไปมันค่อนข้างจะแข็ง ก็อาจจะลองซื้ออีกแบบที่นิ่มกว่า เรียกว่าเบาะโซฟา คล้ายๆ กับเหมือนมีเจลอยู่ในเบาะ จะช่วยได้เยอะ

"อีกอย่างคือ ใส่กางเกงสำหรับปั่นจักรยานเสริมเข้าไปค่ะ จะมีฟองน้ำเสริมตรงก้น ก็ช่วยได้เหมือนกัน หรือถ้าจะเอานุ่มๆ เลยก็คือซื้อเบาะใหญ่ๆ อย่างเบาะรถจักรยานแม่บ้านมาเปลี่ยน แบบนั้นจะนุ่มจริง แต่พอใส่เข้าไปแล้วทุกคนก็จะรู้สึกว่ารถจักรยานเพรียวๆ แต่ทำไมเบาะใหญ่ มันดูไม่เข้ากัน ทุกคนก็เลยเหมือนไม่เปลี่ยน ยอมปั่นเจ็บก้นจนก้นด้านไปเลย แต่เอาจริงๆ ถ้าปั่นบ่อยๆ แล้วมันจะหายเจ็บไปเองค่ะ" เธอเล่า

...

9. อย่าลืม! แกะพลาสติกออกให้หมด

สุดท้ายนี้ เธอมีคำแนะนำสำหรับคนที่ซื้อจักรยานใหม่ว่า ไม่ว่าจะหวง จะเสียดาย หรือกลัวเลอะแค่ไหน ก็ต้องแกะพลาสติกออกให้หมดก่อนปั่นทุกครั้งนะ จะได้ปั่นได้ลื่น และทำความเร็วได้ดีกว่า

"เท่าที่เห็นวันซ้อมปั่น เจอนักปั่นคนหนึ่ง ปั่นมาจากเยาวราช จนไปถึงแถวเกษตรก็ยังเห็นแกปั่นอยู่ คือแกปั่นมาได้ไกล โดยที่ยังไม่แกะพลาสติกออกจากตัวจักรยานเลย เหมือนเพิ่งซื้อจักรยานมาอย่างใหม่เอี่ยมเลยนะ เป็นจักรยานแม่บ้านธรรมดา แต่ปั่นแล้วมีเสียง ฟึ่บ ฟึ่บ ตลอด เพราะแกไม่แกะพลาสติกออก

เราก็บอกว่าพี่...ไม่แกะพลาสติกหน่อยเหรอคะ

เขาก็แบบ...เขาไม่รู้ว่ามันต้องแกะออก เขาคงอยากให้มันยังใหม่อยู่ตลอด เขาเสียดาย

เราก็เลยบอกไปว่า แกะออกดีกว่าค่ะ จะได้ปั่นลื่นขึ้น ปั่นได้เร็วขึ้น เพราะตอนนี้มันโดนเสียดสีกับพลาสติกอยู่

นี่คือ ถ้าคนปั่นทุกวันจนมีกล้ามเนื้อขาแล้ว จะซื้อคันไหน รุ่นไหน ก็ปั่นไปถึงเหมือนกันค่ะ แบบไหนก็ได้ ตามที่เราถนัดเลย" นนลนีย์ บอกทิ้งท้าย

ที่มาภาพบางส่วน : bikeformom2015