เวลาคุณภาพในช่วงเช้า หากเราเตรียมตัวมาดีก็เริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใสได้ไม่ยาก แต่ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน อยากให้ลองทิปส์เหล่านี้ที่บอกเลยว่าอีซี่มากๆ
1. ตื่นเร็วขึ้น 10 - 15 นาที เพื่อให้มีเวลาในการทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่รีบเร่ง
2. นาฬิกาปลุกปั๊บ ตื่นทันที อย่าเลื่อนเวลาปลุกเด็ดขาดเพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้นอนได้นานขึ้นแล้ว ยังรบกวนการทำงานของสมอง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวนและไม่มีสมาธิอีกต่างหาก
3. หลังจากลืมตา สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือควรหายใจลึกๆ ปลุกตัวเองจากความงัวเงีย
4. การนอนในท่าเดิมๆ มาตลอดคืนทำให้ปวดเมื่อยเนื้อตัวไม่น้อย ดังนั้นก่อนลุกจากเตียงยืดเหยียด บิดขี้เกียจสักหน่อยดีกว่าลุกจากเตียงทันที เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ
5. เริ่มวันใหม่ด้วยการนั่งสมาธิเพียง 15 นาทีจะช่วยให้มีสติ รู้สึกสงบและมีสมาธิ
6. ดื่มน้ำอย่างน้อย 5 แก้วหลังตื่นนอนเป็นประจำ ช่วยรักษาสมดุลของระบบน้ำเหลือง เพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเผาผลาญ ทำให้ผิวสุขภาพดีเยียวยาอาการป่วยหรือช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับความเจ็บป่วยได้ดีขึ้น
...
7. ขับถ่ายระหว่าง 05.00 น. - 7.00 น. เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับภารกิจนี้ หากมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายลองปลุกลำไส้ให้ทำงานด้วยการนวดท้องจากขวาไปซ้ายหรือยืนแยกขา มือเท้าสะเอวแล้วหมุนเป็นวงกลมประมาณ 2 - 3 นาที จะทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้ดี ช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้น
8. วางแผนการทำงานด้วย To - do - List จัดระเบียบสิ่งที่ต้องทำเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มทำงาน ซึ่งลดความเครียดและความยุ่งเหยิงระหว่างวันได้
9. หลังตื่นนอนเหมาะกับการทำ Oil Pulling มากๆ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ช่องปากมีแบคทีเรียมากที่สุด เพียงใช้น้ำมันมะพร้าวประมาณ 2 ช้อนโต๊ะกลั้วปากนาน 10 - 15 นาที เพื่อดึงแบคทีเรียที่ก่อตัวขึ้นระหว่างนอนหลับออกมา แล้วบ้วนทิ้ง เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น
10. รับแสงแดดอ่อนๆ ช่วยลดการผลิตสารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนตอนกลางคืน และกระตุ้นการทำงานของร่างกายให้รู้สึกแจ่มใส แถมยังเติมวิตามินดีให้กระดูกแข็งแรงอีกต่างหาก
11. ออกกำลังกายเบาๆ ยามเช้าไม่ว่าจะไปจ๊อกกิ้งหรือเล่นโยคะอยู่ที่บ้าน ต่างก็มีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยกระตุ้นระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย และทำให้สมองได้รับออกซิเจนมากยิ่งขึ้น จึงรู้สึกกระฉับกระเฉงตลอดวัน
12. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นปลุกความสดชื่นให้เช้าวันใหม่กระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนที่ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้เร็ว
13. สมู้ตทีดีๆ สักแก้วช่วยเติมวิตามินยามเช้าได้ดียิ่งขึ้น ลองเติมนมอัลมอนด์แบบไม่มีน้ำตาลลงในสมู้ตทีปั่นรวมกับผักผลไม้ที่ชอบโดยไม่เติมหรือปรุงแต่งรส คุณจะได้เครื่องดื่มสุขภาพที่ประกอบไปด้วยสารแอนติออกซิแดนต์ ไฟเบอร์ และโปรตีน ซึ่งดีต่อสุขภาพ
14. เริ่มต้นวันด้วยเบรกฟาสต์คุณภาพ เน้นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ โดยควรรับประทานภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอนเพื่อเติมพลังงานให้กับร่างกาย และอย่าลืมเพิ่มพลังสมองด้วยโอเมก้า - 3 ง่ายๆ เพียงเติมถั่ว วอลนัทบดหยาบลงในโอ๊ตมีลหรือมูสลี่ขึ้น แถมยังช่วยให้ผิวกระชับเต่งตึงและลดถุงใต้ตาได้อีกด้วย ต่อด้วยอาบน้ำอุ่นสลับเย็นกระตุ้นการทำงานของร่างกาย พร้อมปรับจากโหมดง่วงเหงาหาวนอนเข้าสู่โหมดพร้อมเริ่มต้นวันใหม่
15. หยุดพฤติกรรมเช็กอีเมลเฟซบุ๊ก และคุยไลน์ยามเช้า อย่าให้โซเชียลเน็ตเวิร์กมาแย่งเวลาดีๆ ไปจากคุณ
16. แทนที่จะเริ่มวันด้วยการคิดถึงปัญหาหรือกังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งรังแต่จะทำให้เครียดเสียมากกว่า แนะนำให้มองมุมบวกและคิดถึงสิ่งดีๆ ช่วยให้มีความสุขและเติมกำลังใจได้อย่างดีทีเดียว
...
17. เซตเวลาที่จะออกบ้านเพื่อไปทำงานแล้วทำให้ได้ตามที่ตั้งใจ เพื่อให้ไปถึงที่หมายได้ทันเวลาโดยไม่ต้องกระหืดกระหอบรีบเร่งจนกลายเป็นความหงุดหงิด อารมณ์เสียแต่เช้า
18. เติมแรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ๆ ยามเช้าจากหนังสือ ถ้อยคำดีๆ หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ซึ่งล้วนเป็นแรงกระตุ้นได้เช่นกัน
19. ลองสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวบ่อยครั้งที่ความสุขไม่ได้มาจากที่ไหนไกล แค่ยิ้มให้ตัวเองและผู้คนที่เจอะเจอบ้าง เช้าวันใหม่ของคุณจะสดใสขึ้นเป็นกอง
20. ฟังเพลงจังหวะช้าๆ ประเภท Easy Listening เพลงแจ๊ซ เลือกเพลงที่ชอบ หรือลองฟังเพลงใหม่ๆ ช่วยให้อารมณ์ดี สมองปลอดโปร่ง.
ข้อมูล : https://www.facebook.com/HealthandCuisineMagazine และ http://www.healthandcuisine.com/