สะเทือนวงการดนตรีอีกครั้ง กับการเฟ้นหาสุดยอด ดี.เจ.กับ “เรด บูล ทรี สไตล์ เวิลด์ ดี.เจ. แชมเปี้ยนชิพ 2015” ซึ่งผลสรุปประเทศไทยได้ตัดสินให้ ดี.เจ.บอมเบอร์ ซีเล็คต้า (DJ Bomber Selecta) หรือ “บาส” พิทยา อิ่มลมัย เป็นผู้ชนะในประเทศไทย พร้อมเป็นผู้เข้าประกวดบนเวทีระดับโลกในการแข่งขันรอบตัดสินที่ประเทศญี่ปุ่น อย่ารอช้า วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักเขาผู้นี้..

ยอดรัก สลักใจ คือคนที่ทำให้อยากเป็น DJ 

ดี.เจ.บอมเบอร์ ซีเล็คต้า บอกว่า ผมเริ่มเป็น DJ มาเปิดแผ่นตามคลับตอนต้นปี ค.ศ. 2000 แต่ตอนเด็กๆ พ่อของผมท่านเป็นแฟนของ ยอดรัก สลักใจ ผมร้องเพลงลูกทุ่ง ผมโตมากับเพลงพวกนี้ แต่ก็เปิดรับฟังเพลงจังหวะ และสไตล์อื่นๆ ด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมฟังเพลงเยอะมาก ยิ่งเวลาที่พ่อเปลี่ยนม้วนเทปเปิดเพลงของยอดรัก อัลบั้มอื่นๆ เราก็รู้สึกได้ว่าการเปิดเพลงให้อารมณ์ต่อเนื่องกันแบบดีเจที่เห็นอยู่นั้นเป็นแบบไหน สรุปเป็นความขัดแย้งกันกับปัจจุบันนิดหน่อยว่า พี่แอ๊ว ยอดรัก สลักใจ คือคนที่ทำให้ผมอยากเป็น DJ นั่นเอง

...

คิดว่ามันไม่ใช่การแข่งขัน สร้างสรรค์ หมั่นซ้อม

ความรู้สึกหลังได้เป็นตัวแทนในการ เรด บลู ทรี สไตล์ เวิลด์ ดีเจ แชมเปี้ยนชิพ 2015 ? ก็เหมือนผมยังเล่นอยู่ปกตินะครับ ผมทำให้ตัวเองรู้สึกว่าไม่ใช่การแข่งขัน เราแค่มาสร้างสรรค์ผลงานตามสถานการณ์ เมื่อถึงเวลาแสดงจะรู้เองว่าต้องเล่นแบบไหน สำหรับผมคนที่ฝึกซ้อมในห้องทุกวัน เล่นในคลับบ่อยมา 10 กว่าปี เราเลยชินว่าที่เล่นไปวันนี้ไม่ได้เหมือนการแข่งขันเลย อยากเปิดเพลงให้คนที่นี่สนุกกันมากกว่า

แนวเพลงไม่มีอยู่จริง ผสมผสน กลมกลืน ไม่แตกต่าง

สุดยอด ดี.เจ. บอกกับเราว่า เรื่องแนวเพลงไม่มีอยู่จริงสำหรับผม ไม่มีม่านกั้นเราแยกประเภทเพลงไว้เป็นชื่อเรียกกันเท่านั้น แต่เอาจริงๆ ผมไม่เห็นเส้นแบ่ง ทุกแนวเพลงเดินทางไปด้วยกันได้หมด การเปิดเพลงทรีสไตล์ในวันนี้ของผมคือคำว่าฟรีสไตล์ คนฟังอาจจะสัมผัสได้ว่าผมเล่นเน้นแนวเรกเก้ ฮิปฮอป อีดีเอ็ม แต่ทุกอย่างไม่ได้แบ่งเป็นวรรค จะผสมผสานกันเป็นจังหวะเดียวกันแทน ให้กลมกลืนไม่แตกต่าง

งานอดิเรกและอาชีพจริงที่ขัดแย้งแต่ไปด้วยกันได้

เมื่อถามถึงอาชีพจริงของเขา หลายคนต้องอึ้ง เพราะเขาบอกว่า ผมเล่นเพลงเป็นงานอดิเรกทั่วกรุงเทพฯ จริงแล้วผมกำลังทำงานวิจัยด้วยวิศวกรรมวัสดุ ทำวิจัยในห้องแล็บให้โลกได้รู้นวัตกรรมต่างๆ ไม่เกี่ยวกับการเป็นดีเจเลย ผมจบปริญญาโท ด้านวิศวกรรมที่มาเลเซีย แต่ผมคิดเสมอว่าชีวิตเราไม่ต้องมีอะไรด้านเดียวเราต้องมีด้านอื่นที่ขัดแย้งกันบ้าง ตรงนี้สำคัญมากงานอดิเรกคือความสุขที่ติดตัวมากับเรา ถึงจะแก่อายุ 60 อัพเราก็ยังทำได้ คิดว่าคือเรื่องของความสุข ดนตรีคือชีวิตของผม ระหว่างที่เราอยู่กับงานประจำในห้องแล็บ ตอนถึงเวลาที่ต้องรอประเมินชิ้นงานผมก็คิดงานเพลงออกมาได้ หรือถึงเวลาได้นั่งพักเงียบๆ ผมก็คิดถึงเสียงเพลงเสมอ

...

วงการ DJ ในเมืองไทย

วงการดีเจในเมืองไทยเราโตขึ้นมากครับ แต่เราต้องใช้ไอเดียมากกว่านี้ ต้องโตมากกว่านี้ ผมฝากในคลับ DJ นะครับ ว่าพวกคุณเก่งแล้ว แต่เรื่องทักษะเราต้องเอาไปใช้ให้ได้ แรกๆ คนอาจจะต่อต้าน แต่หลังๆ คนจะชินไปเอง

...

คาดหวังอะไรจากการแข่งขัน มันจะช่วยต่อยอดอาชีพ DJ ยังไง

เอาตรงๆ เลย เพลงเป็นสิ่งที่อยู่ในหัว เราต้องทำ ถ้าไม่ทำมันเหมือนมีอะไรอั้นอยู่ในใจเราไม่ได้ปลดปล่อย สิ่งที่คาดหวังคือในปีต่อไปหรือในรายการอื่นๆ ผมอยากเห็นตัวแทนประเทศไทย ซึ่งเป็นใครก็ได้ที่จะเป็นตัวแทนไปแข่งระดับโลก ในชีวิตผมไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แค่ได้เป็นดีเจได้เอาทักษะดีๆ มาเล่นในคลับได้ จะได้อะไรมากกว่าการเปิดเพลงธรรมดาให้คนฟังและให้ดีเจรุ่นใหม่ๆ ได้ตื่นตัวมากขึ้นเท่านั้นเอง

เตรียมตัวเวทีโลก อยากทำให้คนไทยภูมิใจ

การเตรียมตัวของผมจริงๆ คือไม่คิดมาก ถ้าเราคิดมากก็ยิ่งคิดไม่ออก ผมไม่ได้คิดเยอะแค่อยากปล่อยพลังบางอย่างออกมา ถ้ายิ่งมานั่งเรียงเพลงต้องทำนั่นนี่เราจะมีอัตตา มีตัวตนมากไป บางอย่างผมแค่ทำตามใจ ตามสถานการณ์จะมีเสียงจากใจผมบอกมาเองว่าเราควรทำอย่างไรต่อไป แนวเพลงผมว่าดีเจทุกคนในวันนี้มีสไตล์เป็นของตัวเองหมด ไม่มีใครเหมือนใครเลย แต่ว่าสิ่งที่ผมทำในวันนี้อยากให้การเล่นเพลงในคลับ สามารถเอาสกิลการมิกซ์เพลง เข้าไปใช้ได้ ทุกคนฟังได้ง่าย ที่อเมริกาและที่อื่นเริ่มต้อนรับกระแสนี้กันแล้ว แรกๆ คนไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายก็รับฟังและเข้าใจด้วยดี ที่ผมคาดหวังก็มีแค่นี้

ถ้านึกถึงว่าเราต้องไปแข่งที่ญี่ปุ่นผมอยากไปทำให้คนไทยภูมิใจว่าเราคือดีเจคนไทย เป็นมาตรฐานให้ชาวต่างชาติรู้ว่าคนไทยก็เก่งในระดับหนึ่งนะ เล่นเพลงแบบนี้ได้ อยากทำให้เขาเห็นฝีมือคนไทยเท่านั้น

...