ข่าว
100 year

เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และมุ่งมั่นทำงาน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.ค. 2558 05:30 น.
SHARE

เข้ามารับช่วงธุรกิจของครอบครัวอย่างเต็มตัว “เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์” ทายาทคนเล็กของ มร.ฟิลิป เอ.บาชโทลด์ และ ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ หลังจากที่สั่งสมประสบการณ์การทำงาน ทั้งของครอบครัวและบริษัทจิวเวลรี่ชั้นนำมาเต็มตัว จึงนำความรู้เข้ามาต่อยอดธุรกิจของครอบครัวด้วยใจรัก

เทวินทร์ หนุ่มลูกครึ่งไฟแรงคนนี้ เพิ่งเรียนจบจากสถาบัน Berufsbildende Schule Technik Idar-Oberstein ประเทศเยอรมนี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เล่าให้ฟังด้วยภาษาไทยที่ชัดเจนว่า สมัยเด็กค่อนข้างเป็นเด็กซนตามประสาเด็กผู้ชาย คุณพ่อคุณแม่เลยส่งไปเรียนโรงเรียนประจำที่เชียงใหม่ และย้ายมาเรียนโรงเรียนนานาชาติที่ ISB (International School Bangkok) ตั้งแต่เกิดก็เห็นคุณพ่อ-คุณแม่ทำงานปลุกปั้นบริษัท บาชโทลด์ จำกัด ซึ่งนำเข้า “กาโดซ์ จิวเวลรี่” (CADEAUX JEWELRY) และสุดยอดนาฬิกาอย่างโฆรุ่ม (Corum), เซ็นจูรี่ (Century), เลห์มานน์ (Lehmann), ฟาแบร์เฌ (Faberge’) พอที่โรงเรียน ISB มีวิชาที่เกี่ยวกับการทำจิวเวลรี่ เลยลงเรียน และปรากฏว่าค้นพบตัวเองว่าสนใจด้านนี้จริงๆ ซึมซับแบบไม่รู้ตัว จากนั้นตอนมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อนคุณพ่อที่รู้จักกันมา 30 กว่าปี ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์กาโดซ์ จิวเวลรี่ เป็นบริษัทผลิตจิวเวลรี่ชั้นนำของประเทศเยอรมนี ชวนไปฝึกงานเกี่ยวกับการทำทอง การทำเครื่องประดับ การไปฝึกงานครั้งนี้ถึงแม้เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 เดือน แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมมั่นใจว่ารักในงานนี้ และอยากจะเรียนรู้ให้มากขึ้น

“โดยส่วนตัวผมชอบศิลปะอยู่แล้ว พอเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ไปเรียนต่อด้านดีไซน์และการทำจิวเวลรี่ที่เยอรมนีใช้เวลา 3 ปีครึ่ง ได้เรียนรู้แก่นแท้ของแบรนด์กาโดซ์ ทั้งรูปแบบการดีไซน์ กระบวนการทำจิวเวลรี่ที่ใส่ใจทุกขั้นตอน และยังได้เรียนรู้การอยู่ด้วยตัวเอง รู้จักแก้ปัญหา ตอนนี้ก็กลับมาช่วยที่บ้านตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อยู่ในขั้นตอนการเรียนรู้งาน และสร้างความสัมพันธ์ ความสนิทสนม ความไว้ใจกับพี่ๆ พนักงาน เพราะพี่ๆ ทำงานกับบริษัทนี้มานาน บางคน อยู่ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท รู้จักบริษัทดี และรูปแบบการบริหารงานแบบครอบครัว ดังนั้น พนักงาน จึงเป็นหัวใจหลักของการทำงาน หากมีทีมที่ดี ทำงานด้วยความสบายใจ ความสามัคคี ผลงานที่ออกมาก็จะดีตามไปด้วย ผมเข้าใจว่า การทำงานในบริษัทของตัวเอง เราไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนว่าเข้างานเช้าแล้วเย็นจบ เพราะตั้งแต่ผมเกิดมา ผมเห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน กว่าจะสร้างให้ธุรกิจเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ ตรงนี้สอนผมว่า เราเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ไม่มีวันจบ เราทำงานล่วงเวลาโดยไม่มีค่าโอที เป็นหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ทำเพื่อธุรกิจอย่างเดียว แต่เรามีลูกน้องที่ต้องดูแล”

แม้จะเพิ่งเริ่มต้นชีวิตวัยทำงานอย่างเต็มตัว แต่ผู้บริหารหนุ่มคนนี้บอกว่า อายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น การเข้ามาบริหารงานต่อเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถมากกว่า และรู้สึกตื่นเต้นในการทำงาน คิดกลยุทธ์ และวิธีการทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ สามารถไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ โดยตอนนี้เป้า หมายหลักอยู่ที่การเปิดร้านกาโดซ์ จิวเวลรี่ สาขาใหม่ ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า เป็นร้านที่ใหญ่ ที่สุดของกาโดซ์ จิวเวลรี่ ตกแต่งด้วยงานปั้น งานแกะสลักหิน นำเข้าจากประเทศเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผลงานที่มีชิ้นเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้อยากทำร้านนี้ให้ประสบความสำเร็จ วางแผนที่จะขยายกลุ่มลูกค้าของกาโดซ์ จิวเวลรี่ จากเดิมที่ครองใจผู้หญิง มุ่งขยายฐานเจาะกลุ่มผู้ชายด้วย...วิสัยทัศน์ผู้บริหารหนุ่มวัย 23 ปี ที่มุ่งมั่นในการทำงาน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์สร้อยเพชร เรศานนท์จิวเวลรี่กาโดซ์ จิวเวลรี่เจเนอเรชั่นNEXT

คุณอาจสนใจข่าวนี้