พันเอก (พิเศษ) หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ, ยุวดี นิ่มสมบุญ 2 อดีตประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ทำหน้าที่ประธานการเลือกตั้ง ร่วมยินดีกับเหล่าคณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ สมัยที่ 25.

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในองค์กรสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ได้รับคะแนนเสียงขาดลอย และได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่ง “ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ” คนใหม่ จากการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 37 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ สมัยวาระที่ 25 จำนวน 19 คน เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ ถือเป็นภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด คนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ นับตั้งแต่ก่อตั้งมา 59 ปี

บรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก แต่เป็นการภายในไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ จนกระทั่งรู้ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ จำนวน 19 คน ซึ่งปรากฏว่า ดร.วันดี ภริยาผู้ว่าฯชัยนาท ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง จ.ชัยนาท ได้รับคะแนนสูงสุด 111 คะแนน นอกจากนี้ ยังมีเหล่าภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดอื่นๆ ติดโผอีก 3 คน คือ เบญจมาศ ปริญญาพล ภริยาผู้ว่าฯอุดรธานี, ไปรยา บุญมี ภริยาผู้ว่าฯอำนาจเจริญ, รชตภร โตดิลกเวชช์ ภริยาผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งมีตัวแทนจากสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัด ติดในโผอีกหลายคน จึงเป็นเหตุให้กลุ่มผู้สมัครแคนดิเดต ซึ่งอยู่ในคณะกรรมการอำนวยการชุดเดิม นำโดย ดร.วีณา เชิดบุญชาติ, ม.ร.ว.เบญจภา ไกรฤกษ์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับที่มาของสถานภาพส่วนใหญ่ขององค์กรสมาชิกที่มาเลือกตั้งพบไม่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย พร้อมกล่าวว่า ทางกลุ่มได้ทำหนังสือให้มีการตรวจสอบไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่ได้รับการท้วงติงในที่ประชุม เมื่อผลออกมาเช่นนี้จึงดูไม่โปร่งใส และขาดการเป็นสากล ทางกลุ่มจึงจะปรึกษากันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

...

ด้าน ดร.วันดี ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯคนใหม่ นอกจากจะเป็นหลังบ้านของผู้ว่าฯชัยนาท ยังเป็นนักธุรกิจคนดัง ซีอีโอของบริษัทเอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ผู้บุกเบิกธุรกิจผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเป็นระบบในไทย จนได้รับรางวัลยกย่อง จาก UNFCC หน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติที่ว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อม เปิดใจว่า

เดิมทีคิดจะทำงานเป็นตัวแทนสตรีชัยนาท แต่ตอนนี้จะรับหน้าที่เป็นตัวแทนสตรีทั่วประเทศสิ่งที่จะทำเป็นอันดับแรกคือการสร้างความรักความสามัคคี โดยใช้บ้านหลังเดียวกันคือสภาสตรีแห่งชาติฯ ส่วนเรื่องการทำงานคือ จะให้ความช่วยเหลือ ลดความเหลื่อมล้ำในด้านสิทธิสตรีและเด็ก เรื่องของอาชีพ สามารถช่วยเหลือสตรีได้ในหลายรูปแบบ ส่วนเรื่องข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งนั้น ตนเห็นว่าในธรรมนูญของสภาสตรีแห่งชาติฯว่า จะไม่ก้าวล่วงเข้าไปในกิจกรรมหรือข้อมูลขององค์กรสมาชิก หากมีการฟ้องร้อง ก็เป็นสิทธิของสมาชิกขององค์กรที่พึงมี เป็นเรื่องของอนาคต และอยู่ในดุลพินิจของศาล สำหรับตนเมื่อมาดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งเป็นงานจิตอาสา มาแล้วก็มีแต่ให้ ต้องเสียสละเวลา ทุนทรัพย์ ดังนั้น สิ่งที่เราแข่งขันกัน คือแข่งขันการให้ เรามีเวลาเท่าไหร่เราก็จะทำแต่สิ่งที่ดีที่สุด.