อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของดารา-นักร้องชื่อดังหลายคน อิศวัชร์ ปิ่นทอง หรือ “ครูมาย” แห่งสถาบันสอนเต้น La Danse by KruMind ที่เดอะซีน ทาวน์อินทาวน์ เป็นหนุ่มรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ โดยนำความชื่นชอบและแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวของร่างกายมาปรับปรุงบุคลิกภาพ ให้มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก และได้นำวิถีพุทธ มาสอดแทรกการสอนและการทำงานได้อย่างน่าสนใจ

ครูมาย–อิศวัชร์ เล่าถึงเส้นทางการทำงานของเขาว่าถูก หล่อหลอมมาจากครอบครัว โดยคุณพ่อ-วีระศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นอดีตวิศวะ ส่วนคุณแม่-ดร.สมคิด ปิ่นทอง นั้นเป็นหญิงเหล็กแห่งวงการกีฬาไทย เป็นอดีตรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ตอนสาวๆ เคยเป็นครูสอนเต้น ตนและพี่สาวเลยได้เห็นคุณแม่อยู่บนเวทีสอนเต้นแอโรบิกมาตั้งแต่เด็ก และคุณแม่ยังเป็นอดีตโค้ชยิมนาสติกทีมชาติไทย ตนและพี่สาวจึงได้เรียนรู้ยิมนาสติกไปด้วย ช่วงที่เรียนปริญญาตรี ที่ศิลปศาสตร์ (รัฐศาสตร์) คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตนเป็นนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย เคยได้ไปแข่งซีเกมส์ 2546 ครั้งที่ 22 ที่ประเทศเวียดนาม และได้รับเหรียญเงิน พอเรียนจบก็เลิก และตามพี่สาวไปเรียนเต้นที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา ได้เรียน Jazz walk ทำได้ดีจนทางโรงเรียนจะให้ทุนเรียนต่อ แต่ด้วยความที่เคยเป็นนักกีฬา มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีก เวลาอากาศหนาวจะมีอาการมาก เลยปฏิเสธ แล้วกลับมารักษาตัวที่เมืองไทย ด้วยความที่อยากรักษาสุขภาพ เลยเรียนต่อปริญญาโททางภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และได้นำความรู้มาสร้างหลักสูตรใหม่ของการสอนเต้น

“ช่วงที่กลับมาเมืองไทย ครูเป็ด-วาเนสซ่า กัณโสภณ ได้ชวนให้เป็นนักออกแบบท่าเต้น ซึ่งเข้าล็อกกับตัวเองมาก เพราะผมชอบการเต้นแบบเคลื่อนไหว แต่สุขภาพไม่เอื้อที่จะเป็นนักเต้น การได้มาเป็นคนสอนเต้นและคนออกแบบท่าเต้น หรือ Choreographer ของนักร้องเอเอฟ รวมทั้งดารา-นักร้องอีกหลายคน จากนั้น ก็ได้คิดต่อยอดเอาประสบการณ์การทำงานและวิชาการที่เรียนมาปรับเป็นหลักสูตรการสอนการเคลื่อนไหวให้สวยงาม สร้างความมั่นใจใน ตัวเองและกล้าแสดงออก ผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกาย สอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เด็กสุดอายุ 4 ขวบ จนถึงอายุ 60 กว่าเลย คือเราอยากสร้างความมั่นใจให้แก่เด็กๆ และคนทั่วไป ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะบางคนขี้อาย ไม่มีความมั่นใจ คิดว่าตัวเองไม่สวย รูปร่างไม่ดี หรือเด็กบางคนไม่กล้าคุยกับผู้ชาย ยกเว้นพ่อ ผมก็จะเสริมความมั่นใจผ่านการเคลื่อนไหว ทำ ให้เขารู้สึกสนุก และมีความมั่นใจ กล้าแสดงออกมากขึ้น การสอนเรา ก็จะสอดแทรกวิถีพุทธ มีการนั่งสมาธิก่อนและหลังคลาส คนที่เก่งกว่าต้องช่วยสอนเพื่อนที่ไม่เก่ง ให้เด็กๆรู้จักเมตตาช่วยเหลือคนอื่นด้วย เพราะสังคมเราไม่ต้องการคนที่เก่งคนเดียว”

...

สำหรับความฝันต่อไปของครูมายบอกว่า อยากเปิดสถาบันศิลปะที่จะปั้นเด็กที่ชื่นชอบศิลปะการเต้นจริงๆ ให้ก้าวไปสู่เวทีระดับโลก ซึ่งต้องทำอย่างจริงจังและมีวินัย เพราะมองเห็นศักยภาพของเด็กไทย....มีครูที่มีศักยภาพแบบนี้ ฝันนี้คงไม่ไกลเกินเอื้อม.