เคยเป็นมั้ยกินไปเมื่อกี้ แป๊บๆ หิวอีกแล้ว ต้องทำยังไงถึงจะควบคุมความหิวนี้ได้ ไทยรัฐออนไลน์ นำเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญมาฝาก รับรองถ้าคุณปฏิบัติตามนี้ หุ่นสวย สุขภาพดีอย่างแน่นอน...
"นนท์ อัลภาชน์" หรือมิกกี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน สเตท ของสหรัฐฯ สาขาฟิตเนส แอนด์ นิวทรีชั่น และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย ECU Edith Cowan University สาขา Strength and Conditioning จากประเทศออสเตรเลีย จะมาบอกว่าเคล็ดลับควบคุมความหิว ทำได้ยังไง
1. ลดน้ำตาลให้น้อยลง
เพราะเวลาทานหวานเยอะๆ จะทำให้ตับเราทำงานหนักขึ้น และมีผลต่อฮอร์โมน Leptin (ฮอร์โมนความอิ่ม) และ Insulin เพราะตับจะควบคุมฮอร์โมนสองตัวนี้ด้วย และตับเรายังเป็นตัวสำคัญในการเผาผลาญไขมันอีกเช่นกัน
2. ทานอาหารให้เป็นเวลา
การทานเป็นเวลา สำคัญเพราะ เวลาก่อนหรือหลังเราทานอาหาร จะมีผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวของเรา เช่น Ghrelin (ฮอร์โมนความหิว) ยกตัวอย่าง ถ้าปกติทานข้าวเช้า 9 โมง บ่อยๆ เข้าร่างกายก็จะชินและปรับตัวได้ว่า "เออ 9 โมงแล้วนะ หลั่งฮอร์โมนหิวแป๊บ” แต่ถ้าปกติทาน 9 โมง แต่อีกวันทานเร็วขึ้นเป็น 7 โมง ร่างกายก็จะบอกว่า "เออ 9 โมงแล้วนะ หลั่งฮอร์โมนหิวดีกว่า" แต่จริงๆ แล้วเราทานเรียบร้อย ดังนั้นอาจทำให้หิวอีกได้ แบบนี้ก็จะทำให้บางคนที่คุมตัวเองไม่ได้ทานสองรอบซะงั้น
...
3. นอนให้พอ 7-8 ชม.
ถ้านอนพอ และเป็นเวลาทุกๆ คืน ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความหิวของเราก็จะคงที่มากขึ้น และไม่ทำให้เรารู้สึกหิวเรื่อยเปื่อย พอไม่ทานเรื่อยเปื่อย ก็จะไม่อ้วน
4. อย่าไดเอทนานเกินหรือมากเกิน
เวลาเราไดเอท ไขมันลด ฮอร์โมน Leptin ก็จะลด และระบบเผาผลาญเราก็จะลดเช่นกัน Leptin ถูกผลิตจากเซลล์ไขมันเรา ดังนั้น เราจึงควรมีวันที่ทานแป้งเยอะกว่าปกติประมาณเท่านึง! หรือเวลาเราไดเอทมาหลายๆ เดือน เราก็ควรจะกลับมาทานปกติสักประมาณเดือนนึง เพื่อให้ฮอร์โมนพวกนี้กลับมาอยู่ในระดับปกติ และเพิ่มระบบเผาผลาญเรา ขอย้ำว่ากินปริมาณแคลอรีปกติ ไม่ใช่กินตบะแตกมากกว่าปกติ
5. ออกกำลังกาย
ในระยะยาวแล้ว การออกกำลังกายนี้แหละจะช่วยควบคุมฮอร์โมนและความหิวได้ดีที่สุด หลักๆ เลยการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายเรามีความสามารถดึงน้ำตาลมาใช้ได้ดีขึ้น หรือเพิ่ม insulin sensitivity และยังเพิ่ม leptin sensitivity อีก จึงจะทำให้เรารู้สึกอิ่ม และไม่หิวตลอดเวลาไดเอท รู้แบบนี้ลองดู เพื่อการลดน้ำหนักที่มั่นคง และสุขภาพที่ดี
ข้อมูล :Fit-Athletics
ภาพ : sparkpeople