คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

ใส่บอลลูน ในกระเพาะอาหาร อีกหนึ่งวิธีลดอ้วนให้ได้ผล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 เม.ย. 2558 05:01 น.
SHARE

ในปี 2558 นี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าทั่วโลกจะมีคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานถึง 2,300 ล้านคน และมีคนอ้วนถึง 700 ล้านคน ซึ่งภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน ฯลฯ ส่งผลให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตกว่า 2.8 ล้านคน เพื่อป้องกันอันตรายจากโรคอ้วน นพ.บุญเลิศ อิมราพร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111 ได้ให้ความรู้ว่า คนอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและสมองขาดเลือด เบาหวาน มะเร็งและโรคทางเดินหายใจ โรคอ้วนจึงถือเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด

นพ.บุญเลิศ อิมราพร.

คุณหมอบุญเลิศ กล่าวต่อว่า การลดความอ้วน อาจเริ่มได้ตั้งแต่การลดอาหาร โดยการจำกัดแคลอรี อดอาหาร ออกกำลังกาย ใช้ยาลดความอ้วน หากทำทั้งหมดแล้วยังไม่ได้ผล บางรายอาจจะต้องใช้วิธีทางการแพทย์ช่วยโดยการผ่าตัดกระเพาะ แต่ด้วยวิวัฒนาการเทคโนโลยีทางการแพทย์ปัจจุบัน ได้มีวิธีการรักษาใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยวิธีการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร ด้วยการส่องกล้อง ซึ่งตัวบอลลูนที่ใส่ลงในกระเพาะอาหารจะทำให้รู้สึกอิ่มตลอดเวลา และจะทำให้รับประทานอาหารได้ลดลงกว่าเดิม มีภาวะแทรกซ้อนน้อย และโดยเฉลี่ยสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 24 กิโลกรัม ภายใน 1 ปี วิธีนี้มีมานานแล้ว และเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ซึ่งการใส่บอลลูนนี้จะเหมือนส่องกล้องกระเพาะอาหารทั่วไป หลังจากนั้นจะใส่น้ำที่ผสมกับสารสีฟ้าที่เรียกว่าเมธิลีนบลู เข้าไปในบอลลูน ประมาณ 400-500 ซีซี แล้วจึงนำกล้องออก โดยบอลลูนสามารถปรับขนาดเพิ่มหรือลดได้ตามความต้องการในภายหลัง บอลลูนที่ใส่ในกระเพาะนั้นสามารถใส่ได้นานสูงสุด 1 ปี แต่หากพอใจในน้ำหนักที่ลดลง ก็สามารถเอาบอลลูนออกก่อน 1 ปี โดยปล่อยน้ำในลูกบอลลูนออก และส่องกล้องเพื่อนำลูกบอลลูนออกจากร่างกาย

ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.เวชธานี กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาภาวะแทรกซ้อนจากการใส่บอลลูนนั้น โดยรวมพบเพียง 0.27% เมื่อเทียบกับการผ่าตัดรัดกระเพาะอาหาร ที่มีภาวะแทรกซ้อนมากถึง 7-9% ภาวะแทรกซ้อนส่วนใหญ่จะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้องช่วงสัปดาห์แรกหลังใส่บอลลูน ส่วนข้อห้ามที่จะใช้วิธีนี้ ได้แก่ ตั้งครรภ์, มีความผิด ปกติของหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร เช่น เป็นแผลในกระเพาะ, กรดไหลย้อนรุนแรง หรือเคยผ่าตัดกระเพาะอาหาร และหลอดอาหาร, การแพ้ยางซิลิโคน หรือคนที่เป็นโรคประจำ รุนแรง อย่างโรค หัวใจขาดเลือด เป็นต้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

องค์การอนามัยโลกWHOใส่บอลลูนกระเพาะอาหารลดความอ้วนบุญเลิศ อิมราพรเวชธานีทีมข่าวหน้าสตรีข่าวข่าวฉบับพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้