คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล และนวลพรรณ ล่ำซำ นำทีมดึงพลังบุรุษหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง-เด็ก.

ดึงบุรุษเข้าร่วมต้านความรุนแรงที่เกิดในครอบครัว  พร้อมเปลี่ยน  ทัศนคติคุณค่าและศักดิ์ศรีระหว่างชายหญิง ...

ประกายในการดึงพลังบุรุษให้ร่วมต้านภัยความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงจัดงานเสวนาเรื่อง "พลังบุรุษ พลังเครือข่ายร่วมใจต้านภัยความรุนแรงต่อสตรีและ ครอบครัว" ขึ้น ที่หอประชุมบ้านมนังคศิลา เมื่อเร็วๆนี้ ภายในงานจึงมีเครือข่ายร่วมอุดมการณ์มาร่วมงานคับคั่ง เริ่มด้วย นวลพรรณ ล่ำซำ มาร่วมงาน ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษว่า สถานการณ์ความรุนแรงต่อสตรีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากข้อมูลศูนย์พึ่งได้ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าผู้กระทำความรุนแรงส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิด เป็นสามีหรือบุคคลในครอบครัวกว่าร้อยละ 80 นอกจากนี้ ทัศนคติและค่านิยมของสังคมส่วนรวมยังขาดความเข้าใจ มองว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องส่วนตัวที่คนนอกไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว ทำให้ผู้ถูกกระทำรุนแรงไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างทันท่วงที ดังนั้นจึงอยากปรับทัศนคติของครอบครัว สังคม รวมทั้งการ ขัดเกลาลูกสาวและลูกชายโดยไม่ผูกติดกับบทบาทตามเพศอย่างตายตัว ตลอดจนปลูกฝังการเคารพในคุณค่า และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ระหว่างหญิงชาย 

ในส่วนของการเสวนา  ศาสตราจารย์  (พิเศษ) จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เราจะทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือคนที่ถูกพฤติกรรมรุนแรงในแต่ละบ้านให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที  ซึ่งขัดแย้งกับหลักความคิดเดิมว่าเรื่องในบ้านเป็นเรื่องส่วนตัว คนนอกอย่าเข้าไปแทรกแซง ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือ และทำให้ปัญหารุนแรงมากขึ้น เราควรเปิดประเด็นความรุนแรงในครอบครัวว่าเป็นปัญหาของบ้านเมืองของสังคมที่กระทบกระเทือนความสงบสุขของประชาชนทั่วไป และให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่ามองว่าเป็นเรื่องเฉพาะของสามี-ภรรยา คนนอกไม่เกี่ยว พร้อมกันนี้  เมื่อเรามีกฎหมาย พ.ร.บ.ความรุนแรง ในครอบครัวแล้วน่าจะมีกลไกเครื่องมือ อาทิ เครือข่าย, สหวิชาชีพ เป็นระบบเข้าไปดูแลให้การทำงาน การใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือ

ส่วน พลตำรวจโทวรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การแก้ปัญหาความรุนแรงเป็นเรื่องของทุกภาคส่วน สถิติการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวยังมีน้อยมาก  กล่าวคือ ปัญหามีจำนวนมาก  แต่เข้าสู่ การเยียวยาน้อยมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่สำคัญโดยตรงในการให้ผู้ถูกกระทำ และผู้กระทำเข้าสู่กระบวน การ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติพยายามให้ความรู้ การอบรมเกี่ยวกับกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เพราะอบรมไปได้ 6 พันกว่าคน จากจำนวนนายตำรวจทั้ง หมด 2 แสนกว่าคน นอกจากนี้ ตำรวจยังเป็นอาชีพหนึ่งที่อยู่กลุ่มเสี่ยงที่ก่อความรุนแรงในครอบครัวด้วย เป็นเพราะความเครียดจากหน้าที่การงาน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนัก ปัญหานี้ จึงจัดให้มีแผนพัฒนาชีวิตและสุขภาพตำรวจและครอบครัวด้วย.

...