พรชัย สวัสดิ์สุขสบชัย ผู้บริหารดัชมิลด์ และ นพ.อรรถฤทธิ์ ศฤงคไพบูลย์ รวมพลังกันร่วมรณรงค์ให้คนไทยหันมาดื่มนม เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน.
ฉลองครบรอบ 30 ปี กลุ่มบริษัทดัชมิลด์ จึงร่วมกับ มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย รณรงค์ให้คนไทยหันมาดื่มนมคุณภาพ เพื่อสุขภาพที่ดี โดยจัดโครงการ “FIT YOUR BONE กระดูกแข็งแรงใครๆ ก็ทำได้” เริ่มด้วยกิจกรรมแรก ส่งมอบผลิตภัณฑ์นมคุณภาพจากดัชมิลด์ จำนวน 30 ล้าน ซีซี ให้กับคนไทย พร้อมทั้งเดินหน้าจัดกิจกรรมให้ความรู้ ความเข้าใจ เรื่องประโยชน์ของการดื่มนมแก่ผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยจัดทำหนังสือ “สาระน่ารู้ โรคกระดูกพรุน” นำเสนอในรูปแบบอินโฟกราฟฟิกที่สวยงาม อ่านเข้าใจง่ายแถมแจกฟรีอีกด้วย
ด้าน นพ.อรรถฤทธิ์ ศฤงคไพบูลย์ ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกระดุกพรุนว่า โรคกระดูกพรุนเป็น 1 ในโรค NCDs (Non Communicationable Diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากนิสัย หรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอาหาร การพักผ่อน และการออกกำลังกาย ตัวอย่างโรคในกลุ่มนี้ ได้แก่ โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ส่วนโรคกระดูกพรุน เป็นภาวะที่ความแข็งแกร่งของกระดูกลดลงด้วย ทำให้กระดูกมีความเปราะบาง เสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักได้ง่ายขึ้น ซึ่งภาวะสูญเสียมวลกระดูกของโรคนี้จะรุกคืบตลอดเวลา โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อกระดูกหักไปแล้ว ซึ่งกระดูกส่วนที่มีโอกาสหักได้ง่ายจากภาวะกระดูกพรุน คือ กระดูกสันหลัง, ข้อสะโพก, ข้อมือ และกระดูกแขนบริเวณหัวไหล่ และจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างต่อเนื่องจนเกิดอันตรายถึงชีวิต
...
จากสถิติพบว่า ในจำนวนผู้หญิงไทยทุกๆ 3 คน และผู้ชายไทยทุกๆ 5 คน จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน การเรียนรู้วิธีการป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรค ทำ ได้ด้วยการดื่มนม ซึ่งมีแคลเซียมธรรมชาติ รับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมและวิตามินสูง เพื่อเป็นต้นทุนสำหรับการสร้างเนื้อกระดูก และต้องทำร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมและถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ การดื่มนมเป็นประจำเพื่อสะสมแคลเซียมธรรมชาติ และจะดีที่สุดถ้าเริ่มดื่มนมตั้งแต่วัยเด็ก หรือในช่วงอายุ 30 ปีแรก เพื่อเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง แต่ถ้าอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป ก็ควรดื่มเพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียมวลกระดูก.