คณะผู้ร่วมจัดแสดง “นิทรรศการภาพถ่ายโบราณ สยาม ผ่านมุมกล้องจอห์น ทอมสัน” ไพศาล เปี่ยมเมตตาวัฒน์, วิลเลียม ชุปบาค จากสถาบันเวลคัม เจ้าของฟิล์มต้นฉบับ, อธิบดี บวรเวท รุ่งรุจี,ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์, รมต.วีระ โรจน์พจนรัตน์ และ เบ็ตตี้ เยา.
เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปี 2558 และเพื่อรำลึกครบรอบ 150 ปี ในการเข้ามาเมืองไทยของ นายจอห์น ทอมสัน ช่างภาพชาวสกอต ที่เดินทางเข้ามายังทวีปเอเชีย ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ พร้อมด้วย กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดงานแสดง “นิทรรศการภาพถ่ายโบราณ สยาม ผ่านมุมกล้อง จอห์น ทอมสัน 2408–2409” โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ พระราชดำเนินเปิดนิทรรศการฯ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา
โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ได้ทอดพระเนตรภาพถ่ายอย่างสนพระทัย ซึ่ง ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ ประธานคณะกรรมการจัดนิทรรศการฯ กล่าวว่า นิทรรศการภาพถ่ายโบราณครั้งนี้เกิดขึ้นจากความสำเร็จในการจัดนิทรรศการเรื่อง “เมืองจีน-ผ่านมุมกล้องจอห์น ทอมสัน” ในหลายประเทศเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา อีกทั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เคยเสด็จฯไปทอดพระเนตรต้นฉบับฟิล์มกระจกที่หอจดหมายเหตุเวลคัม ในกรุงลอนดอน ทางผู้เชี่ยวชาญเรื่อง จอห์น ทอมสัน “เบ็ตตี้ เยา” จึงได้ชักชวนให้จัดนิทรรศการนี้ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ภาพถ่ายสยามของจอห์น ทอมสัน ถูกรวบรวมมาจัดแสดงในที่เดียวกัน
...
นอกจากนี้ ยังได้ผนวกภาพถ่ายของกัมพูชาและเมืองชายฝั่งประเทศจีนด้วย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานใบเบิกทางให้ “จอห์น ทอมสัน” ได้เดินทางไปกัมพูชา อันทำให้เขาเป็นช่างภาพคนแรกที่ถ่ายภาพปราสาทนครวัด นิทรรศการครั้งนี้ได้อัดขยายจากต้นฉบับฟิล์มกระจก เพื่อแสดงรายละเอียดของภาพอย่างชัดเจน และการได้รับมาจัดที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เป็นเรื่องที่เหมาะสม เพราะอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวังและบริเวณใกล้เคียงที่ “จอห์น ทอมสัน” ได้รับพระบรมราชานุญาตและเกียรติอย่างใหญ่หลวงในการเข้าฉายพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่ 5) และพระราชพิธีสำคัญๆ ทั้งยังได้ถ่ายภาพวัดโพธิ์ ภาพมุมกว้างของพระนคร และแม่น้ำเจ้าพระยา จากพระปรางค์วัดอรุณฯ และโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและเพชรบุรี นิทรรศการนี้จะเปิดให้ชมเป็นเวลา 2 เดือน จนถึงวันที่ 28 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. เว้นทุกวันจันทร์และอังคาร.