โรคหัวใจ ถือเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตเป็นอันดับ 3 ของคนไทย รองจากโรคมะเร็งและอุบัติเหตุ ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3 เท่าในรอบ 10 ปี ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 17 ล้านคนทั่วโลก และคาดว่าในปี 2573 จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นถึง 23 ล้านคนทั่วโลก โรคหัวใจเกิดจากหลายสาเหตุและหลากหลายโรค หนึ่งในนั้นเกิดจากลิ้นหัวใจ

นพ.ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงษ์ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายถึงโรคลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติว่า ส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เกิดปัญหาต่อการทำงานของหัวใจ ในรายที่รุนแรงจะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ ลิ้นหัวใจจะมีทั้งหมด 4 ลิ้น เป็นลิ้นที่กั้นอยู่ระหว่างห้องต่างๆของหัวใจ และระหว่างห้องหัวใจกับหลอดเลือดแดงที่ออกจากหัวใจ มีหน้าที่กำกับการไหลเวียนโลหิตให้เป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้อง หากลิ้นหัวใจชำรุดเสียหาย ไม่สามารถควบคุมวงจรการไหลเวียนเลือดให้เป็นปกติได้ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจต้องทำงานเพิ่มมากขึ้น เกิดภาวะหัวใจโต ภาวะเลือดคั่งในหัวใจหรือในปอด และเมื่อเป็นมากจะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ และสามารถพบได้ทุกช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ อาการเริ่มต้นมักจะเหนื่อยง่าย หายใจลำบากและเจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อมีการออกแรง จะเกิดการบวมตามตัว โดยเฉพาะขาและเท้า เมื่อมีอาการมากขึ้นจะมีอาการเขียวคล้ำ หัวใจเต้นผิดปกติ ใจสั่น มึนงง วิงเวียน เป็นลมได้ง่าย เมื่อเป็นมากจะมีอาการของภาวะหัวใจล้มเหลว และมักจะนอนราบไม่ได้ เพราะจะทำให้เหนื่อยมาก หายใจลำบาก

...

ส่วนการรักษาโรคลิ้นหัวใจตีบและรั่วนั้น เดิมทำได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมแทน เริ่มจากลิ้นหัวใจที่ทำจากโลหะ ต่อมาพัฒนาทำจากวัสดุสังเคราะห์ต่างๆ จะมีความทนทานดี แต่ก็เป็นวัตถุแปลกปลอมต่อร่างกาย จึงต้องกินยากันเลือดแข็งตัว ภายหลังมีการผลิตลิ้นหัวใจเทียมที่ทำจากเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิต เช่น เนื้อเยื่อลิ้นหัวใจหมู ซึ่งช่วยลดปัญหาสิ่งแปลก– ปลอม จึงลดการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดลงได้บ้าง แต่ก็ยังมีปัญหาอื่นตามมาคือ อายุการใช้งานไม่ทนทานเท่าวัสดุสังเคราะห์ และในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา การผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมเป็นที่นิยมกันมากขึ้น แต่การซ่อมลิ้นหัวใจที่เกิดจากโรคหัวใจรูมาติก ยังไม่เป็นที่นิยมกันนัก เนื่องจากสภาพลิ้นจากโรคหัวใจรูมาติกมักจะเสียหายรุนแรง ซับซ้อน เหลือส่วนที่ปกติไม่มากนัก ทำให้ซ่อมแซมยาก แต่ความเป็นจริงที่โหดร้ายอีกประการคือ โรคหัวใจรูมาติกมักจะพบในคนอายุน้อยโดยเฉพาะผู้หญิง การรักษาโดยการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมจะทำให้ต้องใช้ยากันเลือดแข็งตัวไปตลอด มีความยุ่งยากในการควบคุมและอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนได้

นพ.ทวีศักดิ์กล่าวด้วยว่า จากการศึกษาหาวิธีการรักษาลิ้นหัวใจจากโรคหัวใจรูมาติกมาเป็นเวลากว่า 10 ปีและได้ผ่าตัดผู้ป่วยมากกว่า 300 ราย พบว่า ปัจจุบันโรคลิ้นหัวใจรูมาติกสามารถซ่อมได้แล้ว โดยนำเยื่อหุ้มหัวใจของคนไข้มาซ่อมแซมลิ้นหัวใจ ทำให้ไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย ที่สำคัญไม่ต้องใช้ยากันเลือดแข็งตัว ลิ้นหัวใจที่ซ่อมสามารถใช้งานได้ยาวนาน ทำให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.