คุ้นๆ หน้าเธอไหม เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ได้สร้างนักวาดภาพประกอบจิตอาสาที่มีผลงานที่น่าติดตาม หลายคนอยากรู้จัก อยากเห็นหน้า ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสไปสัมภาษณ์พิเศษมาให้ชมกัน...
เหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อ 3 ปีก่อน อาจเป็นวันร้ายของใครหลายคน แต่สำหรับน้ำน้อย-ปรียศรี พรหมจินดา ในวิกฤตินั้นกลับทำให้ดำดิ่งไปค้นพบเส้นทางชีวิตของตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะแม้จะมีใจรักด้านศิลปะเป็นทุนเดิม แต่การทำงานด้านกราฟิก งานโฆษณา อาศัยความสามารถด้านขีดเขียน วาดภาพ กลับไม่ใช่สิ่งที่ปลุกแพชชั่นในตัวเธอ เพราะสุดท้ายน้ำน้อย พบคำตอบแล้วว่าการทำงานที่ได้แบ่งปันความสุขไปสู่สังคมและคนรอบข้างต่างหากคือ สิ่งที่ทำให้เธอมีพลังที่จะเดินต่อไป ไทยรัฐออนไลน์พาไปพูดคุยกัน
น้องน้ำ พาน้องน้อยแจ้งเกิด!
ด้วยความที่เรียนด้านศิลปะ เรื่องขีดเขียนวาดรูปไม่ใช่อุปสรรคใดๆสำหรับน้ำน้อย แต่ที่ผ่านมา น้ำน้อยยังไม่พบทางของตัวเอง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศไทย มวลน้ำครั้งนั้นได้แจ้งเกิดนักวาดภาพประกอบคนหนึ่งอย่างสวยงาม
...
“ย้อนไปจุดเริ่มต้นที่วาดภาพประกอบจริงๆ คือ ช่วงน้ำเริ่มท่วม ด้วยความที่บ้านอยู่อยุธยา น้ำท่วมบ้านจนชิน แต่ตอนที่น้ำท่วมครั้งใหญ่ บ้านเราก็หนัก กำแพงบ้านที่อยุธยาในปีนั้นถึงขั้นทะลุ เราว่าชินยังเครียด เลยเริ่มวาดภาพเพื่อบรรเทาอาการจิตตก รูปแรกที่วาดเป็นรูปเรือเป็ดที่มีตัวเองกับหมาเก๋านั่งอยู่ หลังจากนั้นก็วาดมาเรื่อยๆ จนตอนหลังมีคนส่งข้อมูลมาให้ช่วยวาดภาพให้กำลังใจคนที่กำลังประสบภัยอยู่ ให้เน้นนำเสนอออกมาในมุมบวกสนุกๆ ให้คนเห็นอีกด้านของน้ำท่วม”
จากจุดนี้เองจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้น้ำน้อยสร้างเพจขึ้นมา ชื่อ น้ำน้อย แอนด์ เดอะ แก๊ง เพื่อแชร์ภาพวาดชุดน้ำท่วมในมุมต่างๆ ให้กำลังใจ อาทิ เซตภาพชุดให้กำลังใจ “รักษาใจตกน้ำ” “ข้อคิดจากคุณน้ำท่วม” “พาผู้ใหญ่ดื้อหนีน้ำ”
“ต่อมา ช่วงที่น้ำยังไม่ท่วมเข้ากรุงเทพฯ เราเริ่มทำถุงผ้า ตั้งชื่อว่า “กระเป๋าน้อยคอยน้ำใจ” ออกแบบมา 2 ลาย คือ น้ำน้อยขี่ปลาวาฬ และเด็กผู้ชายใส่ห่วงยาง ตอนนั้นทำออกมา 100 ใบ เพื่อนำไปขายทางหน้าเฟซบุ๊กของเราเอง เพื่อไปช่วยผู้ประสบภัย ปรากฏฟีดแบ็กดี ขายหมดเร็วมาก ต่างประเทศก็มาซื้อ ต่อมามีเพจที่ทำเสื้อยืดขาย เลยไปช่วยออกแบบลายเสื้อยืดใหม่ให้เขา เอาไปสกรีนขายแบบไม่คิดเงิน”
หลังจากนั้น น้ำน้อย ยังมีโอกาสไปร่วมเป็นจิตอาสากับ กลุ่มจิตอาสา Design for Disasters น้ำน้อย เล่าว่า จริงๆ แล้วกลุ่มนี้ตั้งมาก่อนจะเกิดน้ำท่วม ตั้งโดยเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน เพราะเขาอยากให้คนตระหนักรู้ถึงภัยน้ำท่วม และรู้วิธีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้ เพื่อนคนนี้ศึกษาเรื่องน้ำท่วมเยอะ เพราะเขามักฝันว่าตัวเองต้องเสียชีวิตเพราะน้ำท่วม ด้วยเหตุนี้ พอเกิดน้ำท่วมจริงๆ น้ำน้อยเลยไปช่วยจัดนิทรรศการ สิ่งประดิษฐ์ และดำเนินรายการช่วงเสวนาเกี่ยวกับน้ำท่วม ที่หอศิลปกรุงเทพฯ
“นอกจากนี้ ยังได้วาดภาพประกอบทำเสื้อชูชีพ การทำน้ำสะอาด เพื่อให้คนนำไปใช้งานได้ง่ายขึ้น ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะเรานำเสนอน้ำท่วมในมุมต่าง เป็นมุมบวก ตอนนั้นช่วยวาดอยู่ประมาณ 4-5 เดือน เราเองก็ภูมิใจ และมีความสุข เพราะอย่างน้อยสิ่งที่เราทำไป เป็นประโยชน์ ใช้สิ่งที่เราถนัดคือการวาดรูปไปต่อยอด สร้างประโยชน์ให้ชาวบ้านได้จริงๆ คือถ้าเราถนัดอะไร รู้ตัวว่าชอบอะไร ทำแล้วมีความสุข ถ้าสิ่งนั้นทำแล้วเกิดประโยชน์ในวงกว้าง ในสังคมได้ด้วย จะฟินเป็นสามเด้ง”
...
“น้ำน้อย แอนด์ เดอะ แก๊ง”
หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วม น้ำน้อยยังคงวาดภาพประกอบเป็นงานอดิเรกอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีแฟนเพจที่ชอบผลงานติดตามอยู่เยอะ ประกอบกับแฟนๆ ที่รู้จักจากเพจอาสาสมัครฟื้นฟูประเทศไทย และจิตอาสากลุ่มต่างๆ เอารูปที่วาดตอนช่วงน้ำท่วมของเราไปแชร์ เลยทำให้มีคนจำได้บ้าง โดยตัวละครที่น้ำน้อยเอามาใช้ตอนนั้น มีน้ำน้อยเป็นหัวหน้าแก๊ง และมี “หมาเก๋า” เป็นหัวหน้าแก๊งร่วมกับหมาพันธุ์อื่นๆ อาทิ หมาปั๊ก หมาพันธุ์อื่นๆ และแมว
“ไม่น่าเชื่อว่า จากจุดเริ่มต้นที่อยากเอาสิ่งที่เราถนัดมาช่วยคน จะทำให้เราค้นพบอีกงานที่เรารัก นั่นคือ งานวาดภาพประกอบ น้ำน้อยเริ่มทำจริงจังตอนปี 2012 หลังจากเริ่มเป็นที่รู้จักจากการวาดภาพประกอบชุดน้ำท่วม เริ่มมีแบรนด์ให้ความสนใจวาดภาพประกอบให้ อาทิ เอสซีจี, ดีแทค และเคเอฟซี”
เธอบอกว่า ระหว่างเริ่มสร้างผลงานในฐานะนักวาดภาพประกอบ เราได้สร้างคาแรกเตอร์ภาพวาดหลักตัวใหม่ ซึ่งต่อมากลายเป็นขวัญใจแฟนๆ นั่นคือ คาแรกเตอร์ “หมาซ่า” สุนัขพันธุ์บอสตัน เทอร์เรียร์ ที่ได้แรงบันดาลใจมา จากสมาชิกใหม่ของบ้านน้ำน้อย โดยหมาซ่า กลายเป็นผลงานภาพวาดที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะด้วยคาแรกเตอร์ที่เป็นหมาตลกหน้าหัก ดูทะเล้นแก่นซ่าแสนซน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดบุคลิกเฉพาะตัวออกมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่แฟนเพจมากมาย อาทิ เป็นหมาที่ชอบตด ชอบกรน และขี้สงสัย ทำให้หลายครั้งมันกลายเป็นตัวแทนที่น้ำน้อยนำมาใช้ในการตั้งคำถามกับประเด็นต่างๆในสังคม อาทิ เมื่อครั้งอดีตนายกรัฐมนตรีหย่อนบัตรเลือกตั้งผิดกล่อง
...
“หมาซ่าเปรียบเหมือนแบรนด์แอมบาสเดอร์ของน้ำน้อย แอนด์ เดอะ แก๊ง เพราะคนที่เห็นจะจำได้ว่า เพจนี้น้ำน้อยเป็นคนวาด แต่ถ้าพูดถึงที่มาของโลโก้ หจก.น้ำน้อยแอนด์เดอะแก๊ง และโลโก้ของแบรนด์สินค้าทุกอย่าง น้ำน้อยยังยกให้เป็นภาพของหมาเก๋ายืนเด่นเป็นสง่าคู่กับด.ญ.น้ำน้อย เด็กหญิง 5 ขวบ เวอร์ชั่นผมกะลาครอบ นุ่งกางเกงชั้นในตัวเดียว เพราะหมาเก๋าคือหมาตัวแรกที่เกิดมาพร้อมกับการก่อตั้งแบรนด์น้ำน้อย แอนด์ เดอะแก๊ง แม้ตอนนี้จะถูกหมาซ่าแย่งซีนอยู่เสมอก็ตาม”
นอกจากนี้ เพียงปีแรกของการเป็นนักวาดภาพประกอบ น้ำน้อยยังมีภาพประกอบส่วนตัวที่เป็นที่นิยมและเป็นที่จดจำของผู้คน อาทิ ภาพวาดประกอบ “คนไทยรักในหลวง” ซึ่งเปิดโอกาสให้คนนำไปแชร์หรือใช้ฟรีได้ นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบลายสมุดคอลเลกชั่นหน้าปกน้องหมาหลากหลายรูปแบบให้กับแบรนด์สมุดโน้ตของคนไทยชื่อ “Appa” ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด กลายเป็นลายปกสมุดที่ขายดีที่สุดของร้าน มีลูกค้าชื่นชอบทั้งในไทยและต่างประเทศ อาทิ สวีเดน สิงคโปร์ ญี่ปุ่นและเวียดนาม ที่มาตามหาชื่อน้ำน้อยจากอินสตาแกรม (@Naamnoi) เพื่อติดตามและฝากคอมเมนต์ว่าชอบลายสมุดของน้ำน้อย
...
ทั้งหมดนี้ยังไม่นับรวมผลงานการวาดภาพประกอบอีกหลากหลายรูปแบบ ที่น้ำน้อยอยู่เบื้องหลัง หนึ่งในนั้น คือเป็น Local Artist ของไทยคนแรกๆ ที่ได้รับเลือกจากไลน์ คาเมร่า ให้ออกแบบสติกเกอร์แต่งภาพ ซึ่งสามารถสร้างยอดดาวน์โหลดฟรีได้สูงเกินคาดภายในสัปดาห์แรก หลังออกสติกเกอร์มาชิมลางครั้งแรก จนได้รับโอกาสให้ทำสติกเกอร์แต่งภาพเซตต่อๆ มาอีก 2 ครั้ง ต้อนรับวันวาเลนไทน์ แต่ต้องจ่ายเงินเพื่อดาวน์โหลด ตามด้วยสติกเกอร์เซตต้อนรับสงกรานต์ ที่เปิดให้โหลดฟรีอีกครั้ง จนสร้างยอดดาวน์โหลดถล่มทลายอีกครั้ง โดยสติกเกอร์แต่งภาพเซตใหม่ล่าสุด กำลังเตรียมออกมาให้แฟนๆ ได้ลุ้นความน่ารักของแก๊งหมาซ่าในช่วงต้นปีหน้า
“งานที่ถือเป็นความท้าทายของน้ำน้อย คือ งานวาดภาพประกอบบนกำแพง ตอนนี้มีผลงานบนกำแพงที่สร้างสรรค์ออกมาเป็นหมาในรูปแบบลายเส้นของน้ำน้อยหลายสถานที่ อาทิ ชมรมคนรักเฟรนซ์ บูลด็อก แห่งประเทศไทย, คลินิกรักษาสัตว์, สปาและสระว่ายน้ำสัตว์เลี้ยง, สตูดิโอสำหรับถ่ายภาพ หลักการวาดของน้ำน้อยคือ ภาพของเราต้องไปเสริมสถานที่นั้นๆ ให้ดูดีขึ้น ต้องดูว่าบริเวณที่วาดให้บรรยากาศและทำหน้าที่ใดแก่สถานที่นั้นๆ เรียกว่า ต้องตีความการทำผลงานให้ต่างจากการวาดภาพประกอบทั่วไปพอสมควร โดยภาพประกอบกำแพงล่าสุดของน้ำน้อย คือ การวาดภาพประกอบซ่อมแซมทัศนียภาพของอาคารสำหรับผู้ป่วยเด็กโรคไข้เลือดออกของโรงพยาบาลเด็ก ราชวิถี”
หัวจิตอาสา ทำเพราะหัวใจอาสา
ในส่วนของการทำจิตอาสา ในฐานะนักวาดภาพประกอบนั้น น้ำน้อยบอกว่ายังคงทำอย่างต่อเนื่อง โดยทำกิจกรรมและร่วมสนับสนุนโครงการต่างๆ ภายใต้รูปแบบของศิลปินจิตอาสาให้กับหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ มูลนิธิสุนัขในซอย, องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก, กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานเอกชนต่างชาติที่กำลังชักชวนให้ร่วมงาน รวมถึงมีการสร้างเครือข่ายการเชิญชวนอาสาสมัครเพื่อประกอบภารกิจช่วยเหลือสัตว์จรจัด ภายใต้ชื่อ กลุ่ม “อาบน้ำหมา ฉีดยาแมว” อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เมื่อกลางปี นอกจากนี้ น้ำน้อยยังสานฝันคนรักสัตว์ ด้วยการก่อตั้งร้าน Petster
“จุดเริ่มต้นของร้าน เกิดจากน้ำน้อยอยากสานฝันในการต่อยอดสร้างแบรนด์ “น้ำน้อย แอนด์ เดอะ แก๊ง” ให้กลายเป็นรูปธรรม ผ่าน Concept Store ที่วางรูปแบบร้านให้เป็นส่วนผสมของสถานที่ซึ่งเหมาะกับทั้ง “Pet Lovers” ผู้หลงใหลในสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ตลอดจนแฟชั่นคนเลี้ยงสัตว์ ขณะเดียวกัน “Hipster” ที่ชื่นชอบผลงานดีไซน์ ไอเท็มแบบฮิปๆ ที่มีให้เลือกทั้งสินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับไม่ซ้ำแบบใคร
สาวอาร์ตสู่นักกลยุทธ์วางแผน
น้ำน้อย พานั่งไทม์แมชชีนย้อนวันวานไปสู่จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งสำคัญในชีวิตหลังเรียนจบปริญญาตรี จากคณะครุศาสตร์ เอกศิลปศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ตามสไตล์เด็กศิลปะที่วาดรูปได้ เรียนจบมา เลยมาทำงานด้านกราฟิก แต่ทำได้ 2 ปี ก็ลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์อยู่ 1 ปี ทำทั้งงานกราฟิก และลงขันกับเพื่อนเปิดร้านเสื้อผ้าที่สยามสแควร์ จากนั้นจึงตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ ปัจจุบันน้ำน้อย เบนเข็มชีวิตมาสู่การเป็นนักวางแผนกลยุทธ์ให้กับค่าย Frontage ในเครือแกรมมี่
“เรามีคำถามในใจตลอดว่า ถ้าเราไม่ทำงานเอเจนซี่ เราจะทำงานอื่นอะไรได้อีกบ้าง ตอนนั้นเราเริ่มอยากลองทำสิ่งใหม่ๆ พอมีเพื่อนชวนมาทำที่ค่าย Frontage ในเครือแกรมมี่ มาทำด้านการวางกลยุทธ์ทางการตลาดให้กับศิลปินที่จะออกสู่ตลาด วางโรดแม็ปให้กับศิลปินในค่าย หลังจากทำมาได้ 1 ปี เราโอเค เพราะงานนี้เป็นอะไรที่ใหม่สำหรับเรา ได้มาวางแผนปั้นคน วางแผนทำยังไงให้แฟนๆ ของศิลปินมีความสุข เป็นการทำงานให้ความบันเทิง”
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีงานประจำที่มอบความสุขให้ผู้คนได้เช่นกัน แต่สิ่งหนึ่ง ที่น้ำน้อยยังคงทำคู่ขนานกับงานประจำ จนเปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว นั่นคือ การเป็นนักวาดภาพประกอบ เพราะงานนี้ถือเป็นอีกงานหนึ่งที่ทำให้เธอได้มีโอกาสสร้างรอยยิ้ม กำลังใจให้คนรอบข้าง และสังคมได้เสมอ
ถามถึงที่มาของชื่อ “น้ำน้อย” เธอเล่าว่า ชื่อเล่นจริงๆ คือ ”น้ำ” ส่วน “น้ำน้อย” ได้มาจากตอนทำงานเอเจนซี่เมื่อ 4 ปีก่อน มาจากสำนวนที่ว่า “น้ำน้อยแพ้ไฟ” แต่ของเราเปลี่ยนเป็น “น้ำน้อยไม่แพ้ใคร” เพราะ สมัยทำงานเอเจนซี่ เวลาเจอลูกค้าเล่นบทโหดมา เราจะไม่นิ่ง แต่เถียงทุกคนกลับเสมอ ชนิดไม่แพ้ใคร”
**รู้ไว้ใช่ว่า ผลงานที่ผ่านมา**
- ภาพกระเป๋าน้อยคอยน้ำใจ หารายได้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
- ภาพจากกิจกรรมจิตอาสา Design for Disaster/ ผลงานลายเส้นที่วาดให้กลุ่มจิตอาสา ฟื้นฟูประเทศไทย
- ภาพวาดชุดน้ำท่วมในมุมต่างๆ ให้กำลังใจ อาทิ เซตภาพชุดให้กำลังใจ “รักษาใจตกน้ำ” “ข้อคิดจากคุณน้ำท่วม” ภาพชุด พา “ผู้ใหญ่ดื้อ” หนีน้ำ ภาพ “แต่งตัวตุ๊กตา” เซตแต่งตัวช่วงน้ำท่วม และเซตคู่มือซ่อมบ้าน
- ผลงานภาพประกอบที่วาดให้กับแบรนด์ต่างๆ อาทิ SCG Catalyst ภาพประกอบลงบนกระเป๋าพลาสติกรีไซเคิล
- ผลงานจากแคมเปญออนไลน์บนเพจของดีแทค ชุด Feel Good Artist และแคมเปญ Love Dad, KFC วาดภาพประกอบแอพพลิเคชั่น / ผลงานที่วาดให้กับลูกค้าต่างชาติ
- ผลงานผลิตภัณฑ์ของน้ำน้อยแอนด์ เดอะ แก๊ง
- ภาพวาดประกอบ “คนไทยรักในหลวง”
- ภาพสมุดลาย “น้ำน้อย แอนด์ เดอะ แก๊ง”
- ภาพสติกเกอร์ผลงานกับ “ไลน์ คาเมร่า”
- ภาพ Capture บางส่วนของมิวสิกวิดีโอเพลง We love Siam
- ภาพประกอบหนังสือธรรมะ “ธรรมมะทวนกระแส”
-งานวาดภาพประกอบบนกำแพง
-ภาพผลงานเสื้อยืดที่ออกแบบหารายได้ช่วยมูลนิธิ Soi dog
-ภาพสติ๊กเกอร์ดุ๊กดิ๊กของ We Chat เป็นต้น