มนุษย์เราสรรหาวิธีมากมายที่จะนำผู้เป็นที่รักกลับมาจากปรโลก(ภาพจาก Vinyan).
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานต่วย'ตูน ทุกท่าน
ใน ระยะหลังๆมานี้ กระแสหนังผี หรือเรื่องลึกลับทางจิตวิญญาณถือได้ว่ามาแรงทีเดียวนะคะ สังเกตได้จากการที่เราได้เห็นภาพยนตร์แนวนี้ออกฉายจำนวนมาก และแน่นอนว่า ทำเงินกันได้มากด้วย ทั้งหนังไทยและหนังต่างประเทศ
แต่ที่สะดุดใจจน ต้องหยิบมาเล่าสู่กันฟังคือ หนังเรื่อง Vinyan ที่ผู้กำกับ และตัวแสดงส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง แต่ชื่อเรื่องแม้จะเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็คือคำว่าวิญญาณแบบไทยๆ แถมผู้กำกับก็พยายามบอกเสมอว่า นี่คือภาพยนตร์ไทยที่มีฉากหลังเป็นจังหวัดภูเก็ต ด้วยเรื่องราวของพ่อแม่ที่ยังรับความจริงไม่ได้กับการสูญเสียลูกชายไปจาก เหตุการณ์ สึนามิ จนพวกเขาพยายามออกตามหาลูก และเดินทางลึกเข้าไปถึงโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่แตกต่าง และเหนือธรรมชาติ...
อัน ที่จริง ความตายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่เริ่มต้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะหนีพ้น แต่ถึงกระนั้น คนเราส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ ค่อยอยากยอมรับมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้ที่จากไปเป็นคนที่เรารัก ทำให้แต่ไหนแต่ไรมา ก็มีผู้คนมากมายที่ตั้งความหวังว่า ถ้าเป็นไปได้อยากจะตามไปฉุดรั้งดวงวิญญาณของผู้ที่จากไปกลับมาจากปรโลกให้ ได้ และความหวังนี้เอง ก็กลายเป็นตำนานในหลายๆประเทศค่ะ
ออร์ฟิอัสสามารถกล่อมทุกสรรพชีวิตให้เคลิบเคลิ้มได้ด้วยเสียงดนตรี.
เรื่อง ที่น่าจะเก่าแก่ที่สุด และกินใจมากที่สุดเรื่องหนึ่ง น่าจะเป็นตำนานกรีก ในเรื่องเล่าว่าด้วยความรักของออร์ฟิอัส ชายหนุ่มผู้มีชื่อเสียงในฐานะนักดนตรีที่มีฝีมือระดับเทพ ขนาดที่ว่า ไม่มีใคร หรืออะไรเลย ที่เมื่อได้ยินบทเพลงจากออร์ฟิอัสแล้วจะไม่หลงละเมอ หรือหวั่นไหว ถึงขนาดที่ว่า แม้แต่ภูผา หรือลำน้ำ ยังยอมเปลี่ยนเส้นทางเดินตามเสียงเพลงของหนุ่มกรีกคนนี้
เพราะฉะนั้น ก็คงไม่แปลกหรอกค่ะ ที่ออร์ฟิอัสจะสามารถพิชิตใจสาวงามแห่งยุค คือ ยูริดิซี ซึ่งดูๆแล้วน่าจะเป็นตำนานในแนวแฮปปี้ เอนดิ้ง แต่เปล่าเลยค่ะ ชะตากรรมเล่นตลกกับหนุ่มสาวคู่นี้ได้อย่างเจ็บปวด เพราะในค่ำคืนของการฉลองแต่งงานนั่นเอง ที่ยูริดิซีเกิดถูกงูกัดตาย โดยยังไม่ทันได้เข้าหอ
ออร์ฟิอัสหันกลับไปมองยูริดิซี เป็นเหตุให้ต้องสูญเสียนางไป ตลอดกาล.
เจอ เข้าอย่างนี้ นักดนตรีอย่างออร์ฟิอัสก็ถึงกับร้องเพลงไม่ออก ได้แต่นั่งร้องไห้ แต่ร้องไม่ร้องเปล่าค่ะ พ่อหนุ่มนึกหาวิธีไปด้วยว่า ทำอย่างไรจะได้ยอดดวงใจกลับมา ว่าแล้ว งานนี้ถึงไหนถึงกัน ต้องขอลองบุกไปยมโลกดูสักครั้ง แม้ว่าหนทางที่ต้องเดินไปจะยากลำบาก และพบความน่าหวาดหวั่นมากมาย แต่ขอเพียงมีโอกาสตามหาวิญญาณของนางอันเป็นที่รัก ออร์ฟิอัสก็ไม่ยั่น และความบากบั่นก็เป็นผล เมื่อเขาสามารถเดินทางลงไปถึงยมโลก ที่ซึ่งเฮเดสผู้ยิ่งใหญ่ปกครองอยู่ พร้อมเหล่าบริวารที่คอยปิดหนทางไม่ให้คนเป็นได้เดินทางเข้ามาสู่เส้นทางของ คนตาย
แต่ด้วยพรสวรรค์ของออร์ฟิอัส ลำนำเพลงที่พ่อหนุ่มขับขานนั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้เหล่าบริวารของเฮเดสเคลิบเคลิ้มจนลืมหน้าที่เท่านั้น แม้แต่องค์ท้าวเธอผู้ครองยมโลกเอง เมื่อได้ฟังเพลงร้องขอต่อชีวิตแก่ยูริดิซีที่ลาโลกมาตั้งแต่ยังสาวสะพรั่ง ก่อนเวลาอันเหมาะสม เทพเฮเดสปกติเย็นชาและไม่หวั่นไหวกับสิ่งใดถึงกับหลั่งอัสสุชล สรุปว่า งานนี้เทพผู้ครองปรโลกน้ำตาร่วง ยอมมอบยูริดิซีคืนให้แก่เจ้าบ่าวหมาดๆ โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวว่า ระหว่างทางที่ออร์ฟิอัสนำนางกลับคืนสู่โลกมนุษย์เบื้องบนนั้น จะต้องไม่เหลียวกลับมามองนางเป็นอันขาด จนกว่าจะถึงที่หมาย
เฮอร์คิวลิสต่อสู้กับยมบาล (ขวาสุด) เพื่อนำวิญญาณของอัลเซสทิสกลับมา.
ได้ เจ้าสาวคืนอย่างนี้ ออร์ฟิอัสก็ยิ้มแป้น รีบพายูริดิซีกลับบ้านโดยเร็ว และระหว่างที่ไต่สูงจากปรโลกขึ้นไปเรื่อยๆนั้น ด้วยความรักและความเป็นห่วง ชายหนุ่มอยากจะหันกลับมาดูสาวเจ้าให้หายกังวลนับร้อยนับพันหน แต่ก็ทนยืดอก พาเดินหน้าโดยไม่หันกลับตลอดเวลา จนกระทั่งมองเห็นแสงสว่างจากโลกเบื้องบนอยู่ลิบๆ ออร์ฟิอัสก็เก็บอาการ ดีใจไม่อยู่ เหลียวกลับไปมองนางอันเป็นที่รักแว่บหนึ่ง เพราะอยากอุ่นใจว่า ยูริดิซีตามมาติดๆแล้วจริงๆ แต่นั่นก็เป็นการผิดสัญญาเพียงข้อเดียวที่มีต่อเฮเดส วิญญาณของยูริดิซีที่ควรจะได้กลับบ้าน ถูกสายใยจากยมโลกดึงนางกลับสู่ความมืดของดินแดนแห่งความตาย ทิ้งไว้เพียงถ้อยคำสุดท้ายว่าลาก่อน และไม่มีมนุษย์คนไหนที่สามารถลงไปสู่ยมโลกได้เป็นครั้งที่ 2 จึงไม่มีโอกาสอีกแล้วสำหรับออร์ฟิอัส พ่อหนุ่มผู้ใจร้อนจึงได้สูญเสียนางไปตลอดกาล
ในตำนานของแดนอาทิตย์ อุทัยก็มีเรื่องคล้ายๆกันค่ะ ในตอนที่สร้างโลกนั้น เกิดเทพขึ้นมามากมาย รวมถึงท่านเทพอิซานางิ และเทพีอิซานามิ ผู้สร้างผืนแผ่นดินญี่ปุ่น ซึ่งในกาลต่อมา ทั้งสองได้สมรส และครองคู่กันได้ระยะหนึ่ง ก่อนที่เทพีอิซานามิจะสิ้นชีพลง ในระหว่างที่ให้กำเนิดโอรสองค์หนึ่ง
เทพอิซานางิและเทพีอิซานามิ.
การ สูญเสียนี้ ทำเอาเทพอิซานางิรับความโศกเศร้าไม่ไหวค่ะ ท้าวเธอประกาศกร้าว ไม่ยอมให้ใครมาพรากรักแท้นี้ไป แม้จะเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นความตาย อันเป็นธรรมดาโลกก็ตาม ว่าแล้วอิซานางิก็ทำเหมือนกับออร์ฟิอัสนั่นแหละค่ะ ท่านเทพเดินทางดั้นด้นไปยังยมโลก เพื่อตามหาวิญญาณของนางอันเป็นยอดดวงใจ
แต่ เรื่องตอนท้ายๆนี่แหละค่ะที่ต่างกันไป แม้อิซานางิจะพบวิญญาณของอิซานามิและแสดงความปรารถนาจะนำนางกลับไปครองคู่บน โลก และช่วงแรกที่เห็นนางในมุมมืดสลัวของยมโลกก็ยังพูดดีอยู่ แต่พอมีแสงสว่าง และได้เห็นว่าความตายได้แปรสภาพนางจากเทพีผู้งามพร้อมเป็นวิญญาณที่มีรูป ลักษณ์น่าสะพรึงกลัว งานนี้ความรักยังสู้ไม่ไหวค่ะ อิซานางิที่อุตส่าห์ตามความรักมากลับเปลี่ยนเป็นความกลัวเข้ามาแทนที่ ท้าวเธอวิ่งหนีจากนางที่เคยรัก ในขณะที่เทพีอิซานามิก็ได้เห็นธาตุแท้แห่งรักของสวามี งานนี้นอกจากจะไม่ได้กลับไปครองรักกันแล้ว อิซานามิยังเคืองอย่างหนัก ถึงขั้นประกาศตัดขาด จนแทบจะเรียกได้ว่า จากคู่รักที่เคยหวาน ก็กลับกลายเป็นขม ต่อกันไม่ติดอีกตลอดไปทีเดียวค่ะ
แหมเล่าเรื่อง โศกนาฏกรรมมา 2 เรื่องแล้ว ขอปิดท้ายด้วยความสุขสมหวังบ้างนะคะ แต่ก็เริ่มต้นเรื่องจากความทุกข์โศกของความตายที่พรากคนรักไปเช่นเคยนั่นคือ ในตำนานกรีกนั้น กษัตริย์แอดมีทัสแห่งเธสซาลีทรงครองรักกับพระชายาอัลเซสทิสมาได้พักใหญ่ พระมเหสีสุดที่รักก็สิ้นใจ ทำให้แอดมีทัสทุกข์ระทมอย่างหาที่สุดไม่ได้ และในตอนนั้นเอง ที่เฮอร์คิวลิส วีรบุรุษชื่อดังของกรีก ผู้เป็นเพื่อนเกลอของแอดมีทัสเดินทางมาถึง
กษัตริย์แอดมีทัสนี้ แต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นเกลอที่แสนดีของเฮอร์คิวลิสเสมอมา ดังนั้น เมื่อเฮอร์คิวลิสรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโศกเศร้าเพราะการสูญเสียมิ่งมเหสี เฮอร์คิวลิสก็ไม่รอช้าค่ะ รีบเดินดุ่มไปยมโลกทันที เพื่อท้ารบกับเฮเดส เทพแห่งปรโลก ซึ่งแม้จะเป็นใหญ่ในดินแดนแห่งความตาย แต่พอมาเจอกับจอมพลังระดับโลกอย่างเฮอร์คิวลิสเข้า เฮเดส ก็เฮเดสเถอะค่ะ แพ้หมดรูปทีเดียว เฮอร์คิวลิสก็เลยรีบไปจูงวิญญาณของอัลเซสทิสกลับบ้าน
ตอน นั้นเองที่กษัตริย์แอดมีทัสกำลังเดินระทมหดหู่อยู่ที่วัง พอมาเจอเฮอร์คิวลิสที่ยืนยิ้มเผล่เข้าก็ตกใจ แถมเฮอร์คิวลิสยังชี้ให้ดูว่า ไม่ได้มาคนเดียวนะ พาสาวนางหนึ่งมาด้วย ทำเอากษัตริย์แอดมีทัสกระโดดโหยงทีเดียวค่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก นึกว่าผีหลอกกลางวันเข้าจั๋งๆเสียแล้ว ก็แหมเพิ่งสั่งให้จัดการงานศพพระมเหสีมาหมาดๆ ดั๊น...น...น มาเจอะยืนยิ้มอยู่กับเฮอร์คิวลิส แต่พอวีรบุรุษเล่าว่า อุตส่าห์ลงไป "ชก" กับยมบาลเพื่อชิงวิญญาณนางมาได้ ก็ทำให้ความหวาดกลัวหมดสิ้นไป กลายเป็นความหวานชื่น
และหลังจากนั้น แอดมีทัสก็ครองบัลลังก์เคียงคู่กับอัลเซสทิส ผู้กลับมาจากโลกวิญญาณได้อีกนานแสนนาน จบสวยๆแบบเทพนิยายที่มักจะบอกว่า แล้วเจ้าชายกับเจ้าหญิงก็ครองรักกันอย่าง มีความสุข...ตลอดไป.
ทีมงาน ต่วย'ตูน
...