เป็นธรรมดาของฮอร์โมนผู้หญิงที่จะมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา ยิ่งช่วงที่เข้าใกล้วันแดงเดือด (ไม่ว่าจะก่อนหรือหลัง) ด้วยแล้ว คุณยิ่งต้องระวังและรับมือกับสารพัดอารมณ์ของเธอให้ดี เพราะมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกๆ นาทีเลยล่ะ ก็เข้าใจนะว่าบางทีคุณรู้สึกรำคาญ และคิดว่ามันอาจมากเกินไปหน่อยจนพลอยทำให้ทะเลาะกันเป็นเรื่องใหญ่โต อย่างไรก็ตาม คุณอย่าเพิ่งอารมณ์เสีย หรือหงุดหงิดไป ที่ต้องคอยตามรองรับอารมณ์เธอตลอดเวลา เพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับวิธีรับมือสถานการณ์เหล่านี้อย่างง่ายๆ มาฝากกัน … รับรองว่าเวิร์กชัวร์ !!

1. วีน เหวี่ยงขึ้นมาซะเฉยๆ 


ภาวะอารมณ์ของผู้หญิงที่น่ากลัวที่สุด หากหนุ่มๆ คนไหนดิ่งเจอเธอในอารมณ์ สถานการณ์แบบนี้เข้า ก็คงประดุจเหมือนเจ้าหน้าที่กำลังทำการเก็บกู้ระเบิดก็ไม่ปาน เพราะอารมณ์เธอสามารถที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ทางที่ดีเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เลวร้ายลงกว่านี้ และเพื่อเรียกสติเธอกลับคืนมา ไม่ให้เกิดการทะเลาะกันรุนแรง คุณควรค่อยๆ บอกให้เธอรู้ตัวว่า ตอนนี้เธอช่างทำตัวงี่เง่า และไม่น่ารักแค่ไหน นอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นมาแล้ว เธอจะขุดหาเรื่องมาชวนทะเลาะเพิ่มขึ้นอีก 108 เรื่อง ถ้าเธอรักคุณมากพอ เธอจะฟังคุณและเอาคำพูดของคุณเป็นที่ตั้ง ค่อยๆ ลดอารมณ์ของเธอลงมาคุยกันด้วยเหตุผล

หากแต่เธอไม่มีวี่แววจะเย็นลงเลย แทนที่คุณจะเหนื่อยมากขึ้นไปอีก สู้ถอยออกมาตั้งหลักก่อน ทำใจร่มๆ แล้วค่อยๆ ย่องกลับไปกู้ระเบิดใหม่อีกรอบก็ยังไม่สาย !


...

2. ขี้งอนเป็นที่หนึ่ง


ผู้หญิงมักจะคิดเล็กคิดน้อย และงอนกับเรื่องเซนซิทีฟที่หนุ่มๆ ส่วนมากคิดว่ามันไม่เข้าท่า โดยแทบจะทุกเรื่องก็มาจากเธออยากได้ความรัก ความอบอุ่น และความเอาใจใส่ตอบกลับจากคุณบ้างเท่านั้นเอง เรื่องเล็กน้อยที่คุณคิดว่าไม่สำคัญ จริงๆ แล้ว มันอาจเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเธอก็ได้นะ เพราะทุกเรื่อง ทุกอย่างมันสื่อถึงความรักที่คุณมีต่อเธอได้หมด แค่คุณบอกรัก บอกคิดถึงเธอบ้างอย่างจริงใจ เธอก็รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้แล้วล่ะ มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย น่าเสียหายตรงไหนเลยนี่หน่า มีแต่จะทำให้คุณรักกันมากขึ้นด้วยซ้ำ เป็นผู้ชายก็สามารถเอ่ยคำหวานได้เหมือนกัน … คุณว่าจริงไหม ?

3. หดหู่ เสียความมั่นใจ


ไม่ว่าเธอเจอกับเรื่องอะไรมา โดยเฉพาะเรื่องแย่ๆ ที่ทำให้อารมณ์เธอแปรปรวน สิ่งที่คุณควรทำไม่ใช่พยายามถามเธอย้ำๆ ซ้ำๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ! หากแต่คุณควรคอยนั่งอยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจให้เธอ ปลอบใจเวลาที่เธอท้อ รู้สึกไม่มั่นใจ หรือนั่งเป็นเพื่อนเธอโดยไม่ปริปากพูดจนกว่าเธอจะเป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อน เพราะบางทีเธออาจยังต้องการเวลาคิดและยังไม่พร้อมบอกคุณในทันที การที่คุณคอยรบกวนจิตใจและถามเธอซ้ำไปซ้ำมา รังแต่จะสร้างความกดดันให้เธอซะเปล่าๆ นะ

4. เครียดเกินเหตุ


ถ้าคุณเจอสถานการณ์เวลาที่เธอจิตตก หรือมีเรื่องเครียดมากจนกลายเป็นคนโวยวายแบบไม่มีเหตุผล ทุกสิ่งทุกอย่างดูน่าหงุดหงิดสำหรับเธอ วิธีการรับมือง่ายนิดเดียว เพียงแค่คุณทำตัวเป็นแฟนที่แสนดี คอยรับฟัง และให้คำปรึกษาเธอใกล้ๆ พยายามปลอบเธอว่าเดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ระวังอย่าเข้าไปสัมผัสโดนตัวเธอ (เฉพาะผู้หญิงบางคน) เพราะเธออาจไม่ชอบให้ใครมาสัมผัสโดนตัวเวลาหงุดหงิด หรือเครียดมากๆ อย่างเช่น ถ้าจะไปจับมือ จับไหล่ของเธอเบาๆ พยายามบีบนวดให้เธอคลายเครียด หรือดึงเธอเข้ามาสวมกอดให้กำลังใจ อันนี้ก็คงต้องแล้วแต่คน แล้วแต่ระดับความสัมพันธ์ แล้วแต่สถานการณ์กันไป อย่างไรก็ตาม แค่นี้ก็ทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ ที่คุณมอบให้จนมีกำลังใจมากขึ้นแล้วล่ะ

5. ตีตัวออกห่าง


ห่างเหินกันไปแบบนี้ถือเป็นอาการโคม่าสำหรับคู่รัก แต่คุณก็อย่าเพิ่งมโนร้อนใจไปเองว่าเธอแอบสนใจใครอื่นอยู่หรือเปล่าจนหาเรื่องทะเลาะกับเธอเข้า เพราะไม่แน่เธออาจมีงานมากมายที่ต้องรับผิดชอบอยู่ หรือความสัมพันธ์ในครอบครัวของเธอกำลังมีปัญหาก็ได้  ซึ่งถ้าคุณเลือกตามตื๊อเธอในช่วงเวลานั้น น้อยอกน้อยใจ ดราม่า หรือแสดงอาการประชดประชันว่าเธอไม่สนใจคุณ นั่นอาจทำให้สถานการณ์เข้าขั้นเลวร้ายลงได้ ถึงขั้นออกอาการรำคาญคุณเลยด้วยซ้ำ

...

ทางที่ดีคุณอย่าเพิ่งไปจุกจิกมากในช่วงเวลาที่เธออยากอยู่คนเดียว ช่วยทำความเข้าใจกับเธอหน่อย ให้เวลาเธอคิด ทบทวน และได้ทำตามใจในสิ่งที่เธอต้องการจะดีกว่า แต่ถ้าคุณไม่สบายใจ ก็แนะนำให้คุยกันด้วยความใจเย็น ใช้เหตุผลเป็นหลัก ถามเธอตรงๆ ว่าทำไมอยู่ๆ ถึงห่างเหินกันไป คุณทำอะไรผิดให้เธอโกรธรึเปล่า เคลียร์กันให้ชัดๆ ไปเลย แต่คุณอย่าไปโวยวายใส่เธอก่อน หรือตั้งข้อครหาว่าเธอนอกใจล่ะ ไม่งั้นงานนี้ไฟคุกรุ่นแทนที่จะได้เข้าใจกันแน่ เชื่อเถอะว่า … ถ้าเธอรักคุณจริง ยังไงเธอก็ต้องกลับมาหาคุณอยู่ดี ไม่ต้องกังวลไปหรอก !