ใครว่าของหวานไม่สามารถกินเป็นอาหารเช้าได้ และทำให้อ้วนลงพุงจนเห็นชั้นไขมันเสมอไป วันนี้ไทยรัฐออนไลน์ขอกระตุ้นมื้อเช้าด้วย 5 เมนูของหวานไฮแคลอรี่ที่จะมาเปลี่ยนความคิดคุณให้สนุกกับการกินตอนเช้ามากขึ้น และตัดเรื่องน้ำหนักส่วนเกินออกไปได้เลย ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้คุณรู้สึกดีกับของหวานยามเช้าเท่านั้น แต่มันยังให้พลังงานกับคุณตลอดวัน และทำให้คุณอิ่มได้นานจนลืมของว่างจุกจิกติดมือไปเลยล่ะ
เชื่อหรือไม่ …? ของหวานก็สามารถลดอ้วน ชวนหุ่นสวยเฮลธ์ตี้อย่างมั่นใจได้ ! อย่ารอช้า ไปท้าพิสูจน์เองเลยดีกว่า !
1. แพนเค้กราดเนยถั่ว และซอสบลูเบอร์รี่ (345 แคลอรี่)
ถ้าคุณเบื่อการกินแซนด์วิชแบบเดิมๆ ในตอนเช้า เราขอแนะนำแพนเค้กราดเนยถั่ว และซอสบลูเบอร์รี่แสนอร่อย ที่ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณอิ่มอร่อยไปตลอดวัน และฟินกับของหวานในตอนเช้าเท่านั้น แต่เนยถั่วและบลูเบอร์รี่ยังช่วยลดหุ่นอวบอั๋นของคุณให้เพรียวบางลง อีกทั้งคุณยังได้รับแมกนีเซียม วิตามินอี และสังกะสี จากทั้งเนยถั่วและบลูเบอร์รี่ที่จะช่วยรักษาเมแทบอลิซึมในร่างกาย และทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้นด้วย หลากหลายคุณประโยชน์ในมื้อเช้าแบบนี้มองข้ามแคลอรี่อันหนักอึ้งไปได้เลย!
...
2. สมูทตี้กล้วยเบอร์รี่ (225 แคลอรี่)
หากใครไม่อยากกินอาหารหนักๆ ลงดีเทลของหวานเยอะๆ ก็ลองหันมากินสมูทตี้กล้วยตอนเช้าแทนดูสิ ถึงปริมาณแคลอรี่จะเยอะ แต่รับรองว่าคุณจะอิ่มท้องจนถึงตอนบ่ายแน่นอน แถมยังช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารให้เป็นปกติ และการขับถ่ายในตอนเช้าให้ง่ายขึ้นอีกด้วยนะ เราแนะนำให้คุณกินกล้วยในตอนเช้าทุกวันอย่างมากสุด 2 ผล ไม่ว่าจะด้วยการปั่น หรือกินแบบดิบๆ ก็ตาม เพราะโพแทสเซียมในกล้วยจะช่วยในการหดตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้คุณอยากอาหารน้อยลง และกินน้อยลง ส่งผลให้คุณดูเพรียวลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ
3. แพนเค้กทาเนยถั่วอัลมอนด์ โรยหน้าด้วยผลเบอร์รี่ (333 แคลอรี่)
อาหารเช้าก็ต้องให้น้ำหนักกับการกินที่มากหน่อย แพนเค้กทาเนยถั่วก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะกินอัลมอนด์ดิบๆ หรือเนยถั่วอัลมอนด์ในตอนเช้าก็ดี มันจะช่วยรักษาน้ำตาลในเลือดของคุณให้คงที่ ไม่เพิ่มจำนวนเท่าแคลอรี่ที่คุณกินไปแน่นอน อีกทั้งคุณจะไม่รู้สึกอยากน้ำตาลหรือของหวานในช่วงสายแทน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณอ้วนขึ้นด้วยล่ะ
เมนูง่ายๆ ที่อิ่มอร่อยได้ถึงยามบ่ายแบบไม่ต้องกลัวอ้วน … ลองเปลี่ยนดู แล้วอาหารเช้าทุกวันของคุณที่แสนน่าเบื่อจะน่าสนใจขึ้นอีกเยอะ !
4. ข้าวโอ๊ตบดหยาบๆ ผสมด้วยถั่วพีแคน และผลเบอร์รี่ต่างๆ (351 แคลอรี่)
พักอะไรหวานๆ เลี่ยนๆ มากินอาหารร้อนๆ อุ่นๆ เบาสบายท้องอย่าง 'ข้าวโอ๊ต' กันดีกว่า ซึ่งใยอาหารที่สามารถละลายได้ในข้าวโอ๊ตนั้นจะช่วยให้คุณอิ่มดีขึ้น ทำให้คุณรู้สึกอิ่มเร็ว และอิ่มนานกว่าเดิม ทั้งที่ปกติคุณต้องคิดถึงอาหารมื้อกลางวันแบบจัดเต็มแล้วแท้ๆ แถมมื้อนี้ยังเสริมด้วยโปรตีนจากถั่วพีแคน ซึ่งถ้าคุณกินวันละหนึ่งกำมือ จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ถึงร้อยละ 11.3 เลยทีเดียว และวิตามินจากผลเบอร์รี่หลากหลายชนิดที่มีแคลอรี่ต่ำ ในการช่วยเสริมบำรุงผิวพรรณคุณให้เนียนสวย ช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ดีเยี่ยม และช่วยป้องกันโรคท้องผูกให้ขับถ่ายเป็นปกติดีขึ้น
...
5. มัฟฟินสตรอเบอร์รี่ (330 แคลอรี่)
อาหารเช้าที่ดูแปลกตาเหมือนของว่างกินเล่น คุณอาจจะคิดว่ามันควรกินในยามบ่ายแก่ๆ คู่กับนมซะมากกว่า แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว 'มัฟฟิน' เหมาะกินเป็นอาหารเช้ามากที่สุด เพราะมันอุดมไปด้วยใยอาหารสูงถึง 12 กรัม และทำให้คุณรู้สึกอิ่มได้นานจนมองข้ามมื้อกลางวันไปได้สบาย ไม่รู้สึกหิวจุกจิกระหว่างวัน เมื่อคุณ(รู้สึก) ท้องไม่ว่างก็ไม่ตามใจปาก ต้นเหตุนำพาความอ้วนมาให้กวนใจ … ไม่เชื่อ ลองดูได้เลย
อย่างไรก็ตามถึงคุณจะกินหนักในมื้อเช้า และควบคุมปริมาณอาหาร ค่อยๆ ลดหลั่นสัดส่วนการกินลงมาในแต่ละมื้อ คุณก็ต้องมีการออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยอยู่ดี อย่างน้อยสัปดาห์ละประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อไม่ใช่แค่ให้หุ่นคุณเพรียวสวยเท่านั้น แต่ยังทำให้หุ่นดูฟิตเฟิร์ม กระชับได้สัดส่วน และดูสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย...