เป็นหนึ่งสาวรุ่นใหม่มากความสามารถน่าจับตามอง พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล ลูกสาวคนโตของ นพ.ประจักษ์–วราภรณ์ บุญจิตต์พิมล เจ้าของโรงพยาบาลนวมินทร์และคลินิกในเครือ ซึ่งมีดีกรีเป็นว่าที่ด็อกเตอร์ รวมทั้งยังเป็นผู้บริหารโรงพยาบาล, อาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ สถานี TNN
พิมพ์–พิมพ์ขวัญ สาวเก่งวัย 25 ปี ผู้ฉีกกฎเด็กเนิร์ดเรียนเก่งด้วยลุคสวยเปรี้ยวเก๋ มีดีกรีระดับปริญญาโท 2 ใบ และกำลังเรียนหลักสูตรปริญญาเอก สาขาสาธารณสุขศาสตร์ ที่วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เล่าพื้นฐานของตัวเองว่า พิมพ์สอบเทียบเลยได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเร็ว โดยสอบเข้าเรียนที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรนานาชาติ ที่จุฬาฯ ได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี พอเรียนจบก็เรียนปริญญาโทต่อเลย ใบแรกเรียนสาขากฎหมายยุโรป ที่คณะนิติศาสตร์ ของจุฬาฯ จากนั้นไปเรียนต่อโทอีกสาขา International Health Management ที่มหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ประเทศอังกฤษ ตอนนี้กำลังทำวิทยานิพนธ์ของการเรียนปริญญาเอก พร้อมๆ กับเข้ามาช่วยงานที่โรงพยาบาลนวมินทร์ของครอบครัว นอกจากนี้ พิมพ์ ยังเป็นผู้ประกาศข่าวไปด้วย เพราะชอบงานวงการทีวี โดยแอบชอบงานวงการบันเทิง แต่ไม่ได้อยากเป็นดารา ตอนเรียนที่จุฬาฯ เคยลองมาประกวดเวทีมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2548 ได้รองอันดับ 2 และได้ประกวดนางสาวไทย ปี 2556 ได้ตำแหน่งนางงามผิวสวย จากนั้นเลยได้เป็นผู้ประกาศข่าวโมเดิร์นไนน์ และเป็นผู้ประกาศข่าวและนักการตลาด ทาง Money Channel แต่ตอนนี้ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ช่องสถานี TNN
“ตอนไปสมัครประกวดทั้งมิสทีน และนางสาวไทย พิมพ์ ไปเอง โดยทางบ้านไม่ทราบ เพราะพ่อแม่ไม่สนับสนุน แต่ก็ไม่ห้าม ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ตอนทำงาน Money Channel ได้รับประสบการณ์ และความรู้มากขึ้น พอพิมพ์มาเรียนปริญญาเอก สาขาสาธารณสุข ก็ได้เข้ามาเรียนรู้งานที่โรงพยาบาล คุณพ่อให้เรียนงานเกือบทุกแผนกทั้งจัดซื้อ การตลาดและบัญชี ตอนนี้พิมพ์ได้เข้ามาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ โดยเรามีแผนขยายงานในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ พิมพ์ สนใจเรื่องสวยๆงามๆ ก็เลยขยายงานด้านศัลยกรรมความงามด้วย”
...
สาวเก่งคนนี้ยังบอกอีกว่า การบริหารงานโรงพยาบาลต้องมีความละเอียด รวมทั้งต้องมีทักษะความรู้ เพราะต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทั้งคุณหมอและพยาบาล ในการทำงาน พิมพ์ เลยมีคุณพ่อเป็นไอดอล เพราะท่านมีวิสัยทัศน์ ท่านเปิดคลินิกตั้งแต่เรียนแพทย์ปี 5 และแพทย์รุ่นพี่เป็นคนรักษา เวลาทำงานท่านจะมีแผนหลัก แผนสำรอง 1, 2, 3 ไว้เสมอ และสิ่งที่สำคัญที่สุดแม้งานจะยุ่งขนาดไหน ท่านก็มีเวลาให้ครอบครัวตลอด “คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงพิมพ์และน้องชาย แบบให้ตัดสินใจเอง น้องชายก็ไม่ได้เรียนหมอ เรียนวิศวะ เพียงแต่ท่านจะสอนว่า ถ้าอยากทำอะไรก็ทำให้สุดไปเลย อย่าทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ เลยกลายเป็นสิ่งที่ พิมพ์ นำมาใช้เป็นหลักการทำงาน สำหรับอนาคต พิมพ์ก็อยากทำงานโปรเจกต์ของตนเองสักชิ้นหนึ่ง ที่ไม่เกี่ยวกับพ่อแม่ อย่างการต่อยอดงานของพ่อให้ประสบความสำเร็จ ในการขยายงานไปในประเทศเพื่อนบ้าน”
ความตั้งใจมีเกินร้อยแบบนี้ ความสำเร็จก็คงไม่เกินเอื้อม.