ถือเป็นข่าวดีในรอบปีของราชวงศ์วินด์เซอร์เลยทีเดียว สำหรับการประกาศตั้งครรภ์เป็นท้องที่สองของ “แคทเธอรีน” ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เพื่อปั๊มทายาทองค์น้อยๆไว้สืบราชบัลลังก์เพิ่มอีกหนึ่งองค์ แม้ท้องนี้จะเป็นท้องสองแล้วก็ตาม และคนอังกฤษคงเห่อน้อยกว่าตอนตั้งครรภ์ “เจ้าชายจอร์จ” เหลนองค์แรกของควีนเอลิซาเบธที่สอง แต่สื่อแดนผู้ดีก็ยังไม่ลดละการตามติดทุกความเคลื่อนไหวของดัชเชสคนงาม

สาเหตุที่บอกว่าเป็นข่าวใหญ่ข่าวดี ก็เพราะการมีรัชทายาทองค์เดียวไม่เคยเพียงพอสำหรับราชวงศ์โลก โดยเฉพาะราชวงศ์อังกฤษ มักจะนิยมมีรัชทายาทสำรองหลายๆพระองค์ไว้สืบราชบัลลังก์ตั้งแต่ยุคโบราณกาลแล้ว เพื่อเป็นตัวช่วยเผื่อไว้ในยามเกิดวิกฤติคับขัน หรือมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนตัว ทำลายสถิติมากสุดก็เห็นจะเป็น “พระนางเจ้าวิกตอเรีย” ทรงมีรัชทายาท 9 องค์ และ “พระเจ้าจอร์จที่สามแห่งสหราชอาณาจักร” ทรงมีรัชทายาทถึง 13 องค์


จากสถิติที่บันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ยังพบว่า ไม่แน่เสมอไปที่รัชทายาทองค์แรกจะได้ขึ้นครองราชบัลลังก์เป็นกษัตริย์ เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วก็มีประมุขหลายองค์ของวินด์เซอร์ที่เป็นพระราชโอรสองค์รอง ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 เสด็จขึ้นครองราชย์ ด้วยพระชนมพรรษาเพียง 17 พรรษา หลังการสิ้นพระชนม์กะทันหันของพระเชษฐา “เจ้าฟ้าชายอาร์เธอร์” ขณะที่พระเจ้าจอร์จที่ 5 ทรงได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ เนื่องจากพระเชษฐาองค์โตสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ด้วยโรคติดเชื้อฉับพลันที่ระบบทางเดินหายใจ

...

แม้แต่พระราชบิดาของควีนเอลิซาเบธที่สอง “พระเจ้าจอร์จที่ 6” ก็ทรงเป็นพระราชโอรสองค์รองของพระเจ้าจอร์จที่ 5 ซึ่งไม่เคยมีวี่แววมาก่อนว่าจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ กระนั้น ปาฏิหาริย์ส้มหล่นเกิดขึ้นจนได้ เมื่อพระเชษฐาองค์โตคือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงสละราชสมบัติ เพื่อเสกสมรสกับหญิงม่ายชาวอเมริกัน “วอลลิส ซิมป์สัน” สร้างรอยด่างให้ราชวงศ์อังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับสมาชิกใหม่ของวินด์เซอร์ ที่จะอุแว้ๆในต้นปีหน้า เพื่อเป็นเพื่อนเล่นกับ “เจ้าชายจอร์จ” ไม่ว่าจะเป็นเจ้าชาย หรือเจ้าหญิง ก็มีสิทธิในราชบัลลังก์ไม่แตกต่างกัน เพราะเมื่อปีที่แล้ว ได้มีการแก้ไขกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ของราชวงศ์อังกฤษ เพื่อเปิดทางให้รัชทายาทหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกับรัชทายาทชายในการขึ้นครองราชย์ ซึ่งก็หมายความว่า ในอนาคตหาก “เจ้าชายวิลเลี่ยม” มีทายาทองค์ที่สามเป็นชาย ก็ไม่มีสิทธิเลื่อนลำดับขึ้นแซงหน้าพระขนิษฐา

สื่อแดนผู้ดีพากันประโคมข่าวจี้ใจดำว่า คนที่เดือดร้อนสุดกับข่าวนี้คือ “เจ้าชายแฮรี่” พระอนุชาจอมเฮี้ยวของรัชทายาทอันดับสอง “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ซึ่งจะต้องหล่นไปเป็นรัชทายาทอันดับ 5 เพื่อเปิดทางให้หลานรักองค์ใหม่ขึ้นมาเป็นรัชทายาทอันดับ 4 ตามลำดับการสืบสันตติวงศ์ใหม่



การเกิดมาเป็นหนึ่งเตรียมจ่อคิวขึ้นครองราชบัลลังก์ถือเป็นภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง แต่คงไม่หนักอกหนักใจเท่ากับการถูกวางตัวให้เป็น “รัชทายาทสำรอง” ซึ่งต้องอยู่ภายใต้เงาบดบังของ “รัชทายาทตัวจริง” ทั้งชีวิต เมื่อสื่อแดนผู้ดีชงประเด็นนี้แหย่ “เจ้าชายแฮรี่” ก็ได้รับคำตอบสั้นๆว่า เยี่ยมไปเลย!! แต่พอโดนถามถึงหวานใจคนใหม่ละม้ายคล้ายพี่สะใภ้ “คามิลลา เทอร์โบว์” อดีตมิสเอดินเบอระ ซึ่งทำงานอยู่ในองค์กรการกุศลของเจ้าหญิงไดอาน่า The Halo Trust เน้นรณรงค์ต่อต้านกับระเบิด เจ้าชายกลับรูดซิปปากสนิท!! ก็ต้องเห็นใจ “เจ้าชายแฮรี่” กันบ้าง เพราะเพิ่งอกหักจากแฟนสาวคนก่อน ที่ตกลงใจจะหมั้นกันอยู่แล้ว หลังคบหาดูใจ 2 ปี โดยสาเหตุของรอยร้าวมาจากฝ่ายหญิงทนแรงกดดันจากการตามล่าของปาปารัสซีไม่ไหว

...

งานนี้ “เจ้าชายแฮรี่” ยังแซวพระเชษฐา “เจ้าชายวิลเลี่ยม” แบบแสบๆคันๆว่า เป็นข่าวน่าตื่นเต้นมาก...เจ้าชายจอร์จคงดีใจสุดๆ!! ส่วนเราก็แทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นพี่ชายวิ่งวุ่น ยิ่งถ้าได้ทายาทเป็นผู้หญิง คงยิ่งหัวปั่นหนักเข้าไปใหญ่ ขณะเดียวกัน ก็ทรงให้กำลังใจพี่สะใภ้ “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” ซึ่งแพ้ท้องอย่างหนัก จนต้องงดพระกรณียกิจทุกอย่าง โดยขอให้ดัชเชสหายไวๆ และยังแหย่ว่า โชคดีที่เราไม่ได้เกิดเป็นผู้หญิง

ตามโบราณราชประเพณีของราชวงศ์อังกฤษ ทันทีที่สมาชิกใหม่ลืมตาดูโลก คนแรกที่จะได้รับรายงานข่าวดีคือ สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สอง ตามมาด้วยนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน และผู้ว่าการแคว้นต่างๆของสหราชอาณาจักร จากนั้น จึงถึงคิวของพระบรมวงศานุวงศ์ใหญ่น้อย และครอบครัวมิดเดิลตัน ในกรณีที่รัชทายาทองค์ใหม่ทรงคลอดกลางดึก ข้าราชบริพารจะต้องรอจนถึงเช้า จึงสามารถกราบบังคมทูลถวายรายงาน

กว่าประชาชนจะทราบข่าวดี ก็ต้องรอรายงานยืนยันจากคณะแพทย์ที่ระบุถึงรายละเอียดต่างๆของทายาทองค์น้อย ไม่ว่าจะเป็นเพศ, น้ำหนัก และเวลาประสูติ จากนั้น สำนักพระราชวังจะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน และต้องรออีก 10 วัน กว่าจะประกาศพระนามของสมาชิกใหม่

...

หลังประกาศข่าวดี “เจ้าชายวิลเลี่ยม” จะเสด็จหน้าโรงพยาบาล เพื่อเปิดเผยความรู้สึกสั้นๆ ในฐานะคุณพ่อคนใหม่ พร้อมด้วยบิดาและมารดาของ “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” ท่ามกลางความสนใจของกองทัพสื่อ ที่ตั้งแคมป์รอทำข่าวใหญ่ สำหรับการเฉลิมฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่จะเปิดฉากด้วยการยิงสลุตปืนใหญ่ของกองทหารม้ารักษาพระองค์ ณ กรีนพาร์ก และทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน

...

ตลอดเวลาที่ผ่านมา รัชทายาททุกองค์ล้วนประสูติในพระราชวัง หรืออย่างน้อยก็ในพระตำหนัก โดย “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” มกุฎราช กุมารอังกฤษ ประสูติในพระราชวังบั๊กกิ้งแฮม ขณะที่ “ควีนเอลิซาเบธที่สอง” ประสูติในพระ ตำหนักเมย์แฟร์ เพิ่งจะมาในยุคของ “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ทรงเป็นรัชทายาทองค์แรกที่ประสูติในโรงพยาบาลเซนต์ แมรี่ส์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเดียวกับที่ให้กำเนิด “เจ้าชายจอร์จ” เมื่อกลางปีที่แล้ว

น้องใหม่ราชวงศ์วินด์เซอร์จะน่ารักน่าฟัดขนาดไหนต้องตามลุ้นกันต่อไป.

ทีมข่าวหน้าสตรี