สร้างชื่อเสียงมายาวนานกว่า 54 ปี ในฐานะสายการบินแห่งชาติ สำหรับ “การบินไทย” โดยนอกจากเรื่องบริการอ่อนหวานน่าประทับใจแล้ว ยังเป็นที่ร่ำลือสุดๆถึงฝีมือของกัปตันการบินไทย ที่ขับเครื่องเก่งจอดนิ่ม และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงปรี๊ด


กว่าจะได้กัปตันการบินไทยคุณภาพในแต่ละรุ่น เพื่อนำเครื่องบินประจำฝูงบินทั้ง 99 ลำ ขึ้นเหินฟ้าสู่จุดหมายปลายทาง 63 จุดบิน ใน 34 ประเทศทั่วโลก ต้องผ่านการฝึกเคี่ยวเข้มข้นกันอย่างหนักทีเดียว โดยหนึ่งในเทรนเนอร์ผู้บ่มเพาะกัปตันรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็คือ เครื่องบินแอร์บัส A300-600 ซึ่งเป็น “เครื่องครู” ของลูกศิษย์นักบินใหม่ทุกคน

...


เมื่อเทคโนโลยีการบินพัฒนาก้าวไกล และมีเครื่องบินรุ่นใหม่ๆเข้ามาเสริมทัพการบินไทยต่อเนื่อง รวมถึงเครื่องบินพาณิชย์ทันสมัยสุดของโลก “เครื่องโบอิ้ง 787-8 ดรีมไลเนอร์” วันนี้จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องอำลาอาลัยปลดประจำการเครื่องบินเก่า A300-600 หรือ AB6 ซึ่งทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ตั้งแต่ปี 2528 และได้ทยอยปลดประจำการไปตามอายุการใช้งานเฉลี่ยลำละ 13-15 ปี คงเหลือที่บินจริงเพียง 5 ลำ จาก 21 ลำ ในปัจจุบัน


เนื่องจากเป็น “เครื่องครู” 5 ลำสุดท้าย ที่ทั้งรักและผูกพัน ชาวการบินไทย ทั้งนักบิน, ฝ่ายช่าง, ลูกเรือ และประชาสัมพันธ์ จึงเห็นพ้องว่า ควรจัดพิธีอำลาเพื่อแสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ทางการบิน โดย “เครื่องครู” ลำสุดท้าย เพิ่งเหินฟ้าทำหน้าที่ส่งผู้โดยสารเป็นครั้งสุดท้าย ในเที่ยวบิน TG045 ออกบินจากสนามบินขอนแก่นมาลงที่สุวรรณภูมิ หลังจอดส่งผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว จึงเคลื่อนมาจอดหน้าโรงซ่อมอากาศยาน โดยผ่านม่านน้ำ เพื่อสักการะแม่ย่านางที่ปกปักรักษาดูแล ก่อนนำเครื่องมาจอดรวมกับเครื่องบินปลดประจำการอีก 4 ลำ รวมเป็น 5 ลำสุดท้าย เพื่อร่วมรำลึกตำนานของ “เครื่องครู” ลำสุดท้าย ปิดฉากภารกิจรับใช้การบินไทยอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยชั่วโมงบินรวมมากกว่า 1,100,000 ชั่วโมงบิน และจำนวนแลนดิ้งกว่า 550,000 เที่ยวบิน.