"ความคิดในงานดีไซน์ของฉันมักจะวนเวียนอยู่กับสิ่งที่รักหรือชื่นชอบ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่พ้นงานศิลปะ" เอ็กซ์-อัญชลี วิกสิตนาคกุล ดีไซเนอร์มือใหม่ไฟแรงกล่าวไว้เช่นนั้น
เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับคอลเลกชั่นใหม่ Autumn - Winter 2014 จากแบรนด์ห้องเสื้อ "อัญชวิกา" ที่ครั้งนี้เธอได้สร้างสรรค์ผลงานดีไซน์อันโดดเด่นโดยการนำเอกลักษณ์รอยสักของเหล่าบรรดาแก๊งยากูซ่าในประเทศญี่ปุ่นมาเป็นแรงขับเคลื่อนในการคิดคอนเซปต์และนำเสนอได้อย่างสมบูรณ์แบบลงตัวที่สุด แสดงให้ถึงความเชื่อมั่น เข้มแข็ง ทรงพลัง กล้าหาญ และบ่งบอกถึงความรักในศิลปะอย่างสุดหัวใจ สะท้อนความเป็นอัญชวิกา ผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ห้าวหาญ สร้างสรรค์ และพร้อมเผชิญประสบการณ์ใหม่ได้อย่างไม่มีที่ติ
คอลเลกชั่นนี้เธอบอกว่าได้เชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ผ่านงานศิลปะที่มีการผสมผสานระหว่างงานลายปักและลายสักยากูซ่าที่เธอชอบลงไป เพื่อให้เสื้อผ้าดูโดดเด่น มีดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์และมีคุณค่าควรแก่การเป็นเจ้าของมากขึ้น !
ภายในงานมีการแสดงโชว์เรียกน้ำย่อยบอกเล่าเรื่องราวของยากูซ่า ถ่ายทอดอารมณ์สร้างสีสันในงานให้น่าสนใจมากขึ้น พร้อมเหล่าดารา เซเลบคนดังร่วมงานแสดงความยินดีเพียบ…
...
ไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ "เอ็กซ์-อัญชลี วิกสิตนาคกุล" ดีไซเนอร์คนเก่งในแวดวงเซเลบริตี้ ผู้สร้างแบรนด์ก้าวกระโดดติดตลาดระดับแถวหน้าของประเทศได้ภายในเวลาไม่ถึงปี เกี่ยวกับแง่มุมประเด็นต่างๆ ทุกเรื่องราวแบบเจาะลึกของการดีไซน์ ซึ่งกว่าจะมาเป็นเธอวันนี้ไม่ง่ายเลย เราจะพาไปรู้จักตัวตนของเธอ ล้วงลึกความคิดพร้อมผลงานดีไซน์ซิกเนเจอร์กันให้มากขึ้นกว่าเดิม สาวกอัญชวิกาตัวจริงไม่ควรพลาด !
...
** นั่งลงสบายๆ พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง **
เฟส 1 - จุดสตาร์ตความคิด … ริเริ่มดีไซน์
Q : ก่อนมาเป็นดีไซเนอร์เต็มตัว ?
ก่อนมาเป็นดีไซเนอร์จริงๆ เอ็กซ์ทำร้านอาหารอยู่นานมาก (เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว) ตอนนี้ก็ยังทำอยู่นะแต่ว่าทำน้อยลงแล้ว เพราะต้องมาจริงจังกับเรื่องเสื้อผ้าดีไซน์ งานตัวนี้กำลังโต เอ็กซ์เลยต้องเต็มที่กับงานนี้จริงๆ เอ็กซ์ทำธุรกิจเปิดร้านอาหารมา 10 กว่าปี แต่จริงๆ แล้วในทุกช่วงเวลาเป็นคนชอบแต่งตัวมากๆ การแต่งตัวและช็อปปิ้งเป็นการพักผ่อน มันคือความบันเทิงของเอ็กซ์ ในการคิดว่าเราจะใส่อะไรมันเป็นความชอบ … แล้วในที่สุดเอ็กซ์ก็คิดว่าเราก็ทำธุรกิจอยู่ในห้างอยู่แล้ว ถ้างั้นเรามาทำเสื้อผ้าดีกว่าแล้วจะได้อยู่กับสิ่งที่ชอบ มันจะได้ทำสิ่งที่ชอบกลายเป็นงาน
Q :จุดหักเหหันมาทำดีไซเนอร์ หรือแค่ความชอบส่วนตัวล้วนๆ ?
เอ็กซ์ทำตามความถนัด คือความถนัดด้านรสชาติอาหาร ธุรกิจด้านนั้นก็ยังอยู่ แต่ด้านแฟชั่นมันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เอ็กซ์รัก เอ็กซ์คิดว่าร้านอาหารตอนนี้ก็อยู่ตัวแล้ว สามีก็ดูแลอยู่ แล้วคือมันมีจุดที่ว่าเอ็กซ์เริ่มช็อปปิ้งจนรู้สึกอิ่มตัวกับเสื้อผ้าพอดี ทั้งแบรนด์ไทย แบรนด์นอก ใส่เยอะๆ จนมันมีความต้องการที่ต่างออกไป ไม่ได้แค่อยากจะเดินไปช็อปปิ้งแล้วซื้อมาง่ายๆ แต่อยากได้อะไรที่มากกว่านั้น เอ็กซ์เป็นคนคลั่งไคล้เสื้อผ้าประเภทลายปักจะชอบมาก ซึ่งเวลาไปเดินช็อปปิ้งเอ็กซ์ก็อยากจะให้มันเป็นลายนั้นลายนี้ แต่เขาไม่มี เอ็กซ์ก็เลยคิดว่าเอ๊ะ.. แล้วทำยังไงถึงจะทำให้มันมีล่ะ ?!
...
Q : ความยากในการดีไซน์ เมื่อไม่ได้เรียนด้านนี้มาโดยตรง ?
จะว่ายากมันก็ยากนะ แต่ในวันแรกที่เริ่มทำ เอ็กซ์ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีวันนี้ เพราะว่าเอ็กซ์ทำไปเรื่อยๆ ณ ตรงนั้น คิดตรงนั้นให้มันดีที่สุด ถ้าคิดว่าจะดีไซน์เสื้อผ้า ก็ทุ่มสุดตัวไปเลย (หัวเราะ)
Q : มีการศึกษาแบบ ลวดลายต่างๆ เยอะไหม ?
ก็ต้องศึกษาประมาณหนึ่งเพื่อให้เข้าถึง แล้วมันจะคิดออก คิดไปได้เร็ว มันต้องเป็นเรื่องราวที่จริงและมันใช่ มันเหมาะที่จะมาทำ ทำให้เอ็กซ์สามารถคิดต่อยอดไปได้
Q : ได้รับไอเดียดีไซน์เสื้อผ้ามาจากไหน ?
มันเกิดจากข้างในมากกว่า เพราะในการคิดมันจะต้องคิดตลอด ถ้าคิดจากข้างในมันจะมีแรงบันดาลใจ มีฟีลมากกว่า เอ็กซ์จะเอาอะไรที่เป็นตัวเรา ความชอบส่วนตัวมาเป็นแรงบันดาลใจ อย่างคอลเลกชั่นนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับแทททูของยากูซ่า มันก็เป็นแทททูที่เอ็กซ์อยากจะสักมากเลย เอ็กซ์ก็เอามาดีไซน์เป็นแบบหลายแบบที่ชอบ ถ้าคิดอะไรที่มันเป็นเรื่องจริงที่อยู่ในหัว แล้วนำมาขยายความต่อ มันก็จะมีสิ่งที่คิดชอบหลายอย่าง เอ็กซ์จะหยิบเรื่องนึงขึ้นมาแล้วก็มาจดจ่อกับมัน เพื่อที่จะขยายความให้มันกว้างขึ้น บางทีแล้วมันก็เหมือนการแต่งเพลงที่มีอินเนอร์เข้ามาเรื่อยๆ
...
Q : คุณเป็นคนดีไซน์ เลือกวัสดุ และดูทุกขั้นตอนการผลิตเลยรึเปล่า ?
เอ็กซ์เป็นคนแค่คิดชิ้นงาน แต่ไม่ได้ลงมือทำจริงๆ ในการทำเสื้อผ้าแต่ละชิ้นงาน ต้องผ่านช่างหลายคน อย่างผ่านช่างแพทเทิร์น ผ่านช่างตัด ผ่านช่างเย็บ ผ่านคนตกแต่งมาปะมาอะไร ทุกอย่างมันเป็นกระบวนการ แต่ทุกอย่างต้องมาจากภาพสเกตช์ดีไซน์ที่เอ็กซ์วางไว้ ในสเกตช์นี้ทำด้วยวัสดุอะไร เป็นทรงยังไง จะเป็นโจทย์เอ็กซ์เอง แล้วในขั้นตอนการผลิตเอ็กซ์ก็ไปควบคุมให้มันออกมาเหมือนภาพที่เอ็กซ์สเกตช์ให้ได้ เอ็กซ์ต้องดูทุกขั้นตอนความละเอียดและดีเทลของงานก่อนส่งออกไป
Q : ยากไหมกว่าจะได้คอลเลกชั่นหนึ่งที่สมบูรณ์แบบที่ต้องการ ?
คิดไม่ยากนะ แต่ในการทำสิ่งที่คิดให้เป็นจริงน่ะยาก (หัวเราะ) อย่างในการดีไซน์คือมันต้องทำได้จริง ต้องใส่ได้จริง บางสิ่งที่เอ็กซ์คิดก็ต้องดูด้วยว่าช่างทำได้ไหมเพราะบางทีเอ็กซ์คิดในมุมยากเกิน เอ็กซ์เป็นคนชอบทำงานยาก ชอบดีเทลที่มันดูมีค่า คู่ควรแก่การเก็บไว้ เวลาดีไซน์เอ็กซ์ก็จะใส่ดีเทลลงในชิ้นงานด้วย ซึ่งมันยากในการทำผลิตชิ้นงาน ทุกวันนี้ต้องใช้ช่างฝีมือของเราเองหมดเลย ใช้ส่งเย็บนอกไม่ได้เลยเพราะงานมันค่อนข้างยากและละเอียด
เฟส 2 - คอลเลกชั่นแทททูฟีเวอร์
Q : พูดถึงคอลเลกชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากไหน ?
มาจากรอยแทททูของยากูซ่าญี่ปุ่น (หัวเราะ) เอ็กซ์เป็นคนชอบลายแทททูมากแล้วอยากจะทำด้วยตัวเอง เอ็กซ์ก็จะเอาลายแทททูแวะเวียนเข้ามาอยู่ในเสื้อผ้าอยู่เสมอ ถ้าเราศึกษาแทททูลงไปคือมันจะไม่เหมือนกัน มันมีหลากหลายมาก ถ้าเป็นแทททูแบบญี่ปุ่นจะมีการสักทำเป็นเนื้อเรื่อง มีการวางแผนทำเป็นเรื่องราวแล้วทำทีเดียว ซึ่งจะไม่เหมือนแทททูฝรั่งที่โดยมากแล้วจะทยอยทำ ทำทีละที่แล้วก็ไม่เป็นเรื่องราวร้อยเรียง มันจะไม่ดูเจาะจง ตั้งใจ แต่เอ็กซ์เป็นคนชอบอะไรที่มีเนื้อเรื่อง เจาะจงและตั้งใจ ซึ่งแทททูของยากูซ่าเขาจะสักลักษณะของการทำเป็นตัวเสื้อ มันจะเยอะมาก เอ็กซ์จะลองดูเลยในแต่ละเวอร์ชั่น
จริงๆ ต้องบอกก่อนว่าตอนแรกที่ทำเอ็กซ์ไม่ได้ทำเป็นคอลเลกชั่นด้วยซ้ำ เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว เอ็กซ์แค่คิดว่าไม่อยากให้เสื้อผ้าตกซีซั่น เอ็กซ์ก็เลยไม่ทำเป็นซีซั่น ก็เลยทำไปเรื่อยๆ อยากจะทำอันนี้ก็ทำ มันจะมีเสื้อผ้าทยอยออกมาเรื่อยๆ แต่ซึ่งเมื่อพอทำไปแล้วมันก็จะเจอปัญหา แน่นอนว่าอย่างสื่อทางแฟชั่นเขาจะบอกว่ามันสวย แต่มันนำเสนอได้ยากเพราะไม่รู้จะเล่าเรื่องยังไงเนื่องจากมันไม่เป็นคอลเลกชั่น ตอนนั้นก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นเริ่มหันมาคิดว่าทำเป็นคอลเลกชั่นดีกว่าไหม
Q : ดีเทลแต่ละลายนานไหมกว่าจะได้ที่ถูกใจ ?
ไม่นานนะ เพราะเอ็กซ์ทำลายเสื้อไม่เหมือนกันเลยในแต่ละตัว ในแต่ละคอลเลกชั่น (หัวเราะ) อย่างเอ็กซ์คิดธีมไว้แล้วว่าเป็นยากูซ่า เอ็กซ์ก็จะออกแบบวาดเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นหรืออะไรที่คิดว่ามันเหมาะที่จะแต่งในเสื้อผ้าไว้สัก 10 กว่าลาย แล้วให้เขาปัก พอถึงเวลาที่จะติดลงเสื้อแต่ละตัวก็ค่อยมาวางอีกที จะเห็นว่าคอลเลกชั่นนี้มีลายปักตัวการ์ตูนญี่ปุ่นดูแปลกตา ซึ่งเกิดจากภาพวาดการ์ตูนญี่ปุ่นแนวอาร์ตที่ดีไซน์ขึ้นเพื่อคอลเลกชั่นนี้โดยเฉพาะ เอ็กซ์เป็นคนชอบคิดงานสด อย่างไซส์ S M L XL คือลายและสีจะไม่เหมือนกัน มันเป็นอารมณ์ของเอ็กซ์เลยแบบทำสีนี้มา มันก็ต้องติดลายนี้
ถ้าพูดถึงจริงๆ มันคือความพิเศษนะ ถ้าคุณถูกใจตัวไหนก็เลือกซื้อตัวนั้น แต่มันก็จะมีความหลากหลายให้เลือกซื้อ อย่างใส่เสื้อเหมือนกัน เดินชนกัน ลายยังไม่เหมือนกันเลย คือลายมันพิเศษเพื่อคุณอ่ะ มีแค่คุณเท่านั้น (หัวเราะร่า) มันคือความต่าง เอ็กซ์ไม่ค่อยอยากจะทำซำ้นะ ถ้าลูกค้าไม่รีเควสจริงๆ มันเป็นความสด ความสนุกของชิ้นงาน อย่าง 2-3 คอลเลกชั่นหลังๆ ลูกค้าชิน ลูกค้าเขาก็สนุกกับเรานะ ก็ไม่มีใครมารีเควสว่าเอาเหมือนคนนั้น คนนี้แล้ว
Q : ปัญหาที่พบบ่อยๆ ในการดีไซน์ ?
เดี๋ยวนี้ช่างหายากมากก …กก (หัวเราะ) ในส่วนการคิดลายต่างๆ ไม่มีปัญหาเลย มันคิดออกมาเองตลอดเวลา แต่ติดเรื่องการหาคนทำให้ชิ้นงานเกิดขึ้นน่ะยาก เอ็กซ์ต้องฝึกคนนานมากเลยกว่าที่จะทำได้ตามแบบที่เราต้องการ บางทีฝึกจนเก่งแล้วก็ยังออกเลย แบบเสียดายฝีมือก็ยังออก ตอนนี้คือขาดคนก็ยังเดือดร้อนกันอยู่นะ
Q : คิดจะทำขายแต่แรกเลยไหม ?
ไม่นะ จริงๆ อย่างที่บอกตอนแรกเอ็กซ์ไปจ้างช่างตัดเย็บมา 2 คน กะจะตัดเย็บให้ตัวเองคนเดียวเอาไว้ที่บ้าน เพราะมันถึงจุดที่อยากจะทำอะไรขึ้นมาใส่เอง ไม่อยากซื้อใส่แล้ว เอ็กซ์ก็เลยขอสามี ขอจ้างช่างเพื่อทำเสื้อผ้าในสิ่งที่เอ็กซ์คิดแล้วใส่ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะทำแบรนด์ แต่พอทำไปแล้วเรากล้าใส่เดินไปโน่นไปนี่ ทั้งๆ ที่เราเป็นคนเลือกมากกับเสื้อผ้ามาก ไม่รู้สิ เอ็กซ์สัมผัสได้ว่ามันดูผอมและดูดีกว่าที่เคยใส่ แต่มันก็มีข้อจำกัดขึ้นมาว่าในการทำเสื้อผ้าที่มีดีเทลเยอะ บางอย่างทำไม่ได้ มันไม่สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาด ต้องสั่งจ้างโรงงานผลิตขึ้นมา ซึ่งถ้าทำอย่างนั้นเอ็กซ์จ้างมาใส่คนเดียว มันก็ไม่ได้เหมือนกัน หรืองานปักที่เอ็กซ์อยากได้ก็ต้องใช้จักรตัวแพง จักรตัวเป็นแสนถึงจะทำในสิ่งที่ต้องการได้ เอ็กซ์เลยคิดว่าถ้างั้นเราหาเพื่อนร่วมแชร์ดีกว่า มันก็คือการเปิดแบรนด์เพื่อหาคนกลุ่มแบบเรา เพื่อที่เอ็กซ์สามารถลงทุนที่จะสร้างชิ้นงานแบบดีขึ้นๆ ได้ ซึ่งพอทำไปแล้วมันก็โอเคนะ มันดี มันไปได้สวยเลย
Q : เลือกวัสดุผลิตชิ้นงานยังไง ?
จริงๆ แนวออกแบบของเอ็กซ์เป็นแบบสตรอง ชอบงานตรีมรวม เอ็กซ์ชอบงานแอ็กติ้งที่มีรายละเอียดนะ มันมีความอุตสาหะ ดูเป็นงานฝีมือไม่ง่าย เอ็กซ์ก็เลยต้องใช้อะไรพวกนี้เยอะ สิ่งที่คิดสิ่งแรกไม่ได้คิดว่าเนื้อผ้าต้องนิ่ม แต่คิดว่าจะทำยังไงให้มันสวยและสตรองแบบที่เอ็กซ์ต้องการ และมันต้องใส่ได้จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าเอ็กซ์จะไม่คำนึงถึงเนื้อผ้าเลย เราก็คำนึงอยู่เสมอว่าเราอยู่ในเมืองไทย เนื้อผ้ามันจะต้องจะไม่หนามากเกินไป คือแน่นอนเสื้อผ้าทุกชิ้นก่อนส่งออกไป เอ็กซ์ต้องเทสว่ามันโอเค ต้องลองทุกตัว เอ็กซ์ลองแล้วเราจะรู้ว่ามันต้องเป็นยังไงดี
Q : เอกลักษณ์ของเสื้อผ้าแบรนด์นี้อยู่ตรงไหน ?
นอกจากดีเทลก็คือความ Unique ที่เห็นได้ชัดเลย อย่างแจ็กเกตที่ทำไปก็มีการติดลายไม่เหมือนกันแน่นอน ถ้าไม่มีการรีเควสจริงๆ ตอนนี้เอ็กซ์ยังไม่เบื่อที่จะคิด ทุกวันนี้ยังสามารถคิดต่อยอดได้อยู่ มันยังสนุกและอยากให้ชิ้นงานเป็นแบบนั้นอยู่ จริงๆ ไม่ชอบด้วยซ้ำถ้าลูกค้าอยากได้แบบลายเหมือนกัน คือจะอยากได้เหมือนเดิมทำไมล่ะถ้ามันมีตัวเดียวคุณเพื่อคุณโดยเฉพาะ มันเหมือนได้รับของที่พิเศษแต่คุณคนเดียว … จริงไหม? (ยิ้ม)
Q : มีการเจาะกลุ่มเฉพาะแบรนด์ไหม ?
ตอนแรกเอ็กซ์คิดว่าคงเป็นกลุ่มคนที่ชอบความ Unique เหมือนเอ็กซ์ ชอบความต่างเหมือนกัน แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันมีหลายคอลเลกชั่นมากขึ้น เอ็กซ์ก็มีลูกค้าในแนวที่ไม่คิดว่าจะเป็นลูกค้าเราได้ ตอนนี้ก็เลยไม่ได้วางไว้ว่าสำหรับกลุ่มไหนเป็นพิเศษ แต่ว่าพยายามรักษาคุณภาพชิ้นงานให้มันดียิ่งๆ ขึ้น แต่เอ็กซ์ก็โชคดีที่มีกลุ่มคนที่ไม่คาดหมายมาลอง แล้วก็ชอบและสนับสนุนเรา เปิดฐานกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น (ยิ้ม)
Q : วางแผนคอลเลกชั่นใหม่ไว้แล้วรึยัง ?
จริงๆ ต้องคิดแล้ว แต่ขออุ๊บก่อน (หัวเราะ) เพราะมันยังไม่ได้สรุปชัวร์
เฟส 3 - ฝากไว้ … ในใจนักดีไซเนอร์ !
Q : คิดว่าคุณสมบัติของดีไซเนอร์ต้องมีอะไรบ้าง ?
จริงๆ ก็ไม่ต้องอะไรมากเลย แค่รักที่จะทำงานดีไซน์ แล้วก็ทำมันแบบจริงจังก็พอแล้ว
Q : รู้สึกยังไงบ้างเมื่อมองย้อนกลับไป กว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ได้ ?
ก็สนุกดี ไม่เคยคิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ แต่มันมาก็ดี (หัวเราะ)
Q : คติในการทำงาน ?
จริงๆ ก็ไม่ได้มีคติอะไรมาก แค่ตั้งใจทำอะไรแล้วก็ทำเต็มที่ ถ้าไม่สำเร็จไม่เลิก … แค่นั้นเลย คือจะต้องทำให้จริงจัง ทำไม่ได้ก็ทำใหม่เอาให้มันได้ !
Q : เคล็ดลับในการประสบความสำเร็จ ?
เอ็กซ์ไม่มีเคล็ดลับอะไรเลยนะ (หัวเราะ) แค่มีความตั้งใจ จริงจัง แล้วก็คิดว่ามันต้องทำได้
Q : ฝากถึงคนใฝ่ฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังเหมือนคุณสักหน่อย ?
งานดีไซน์ต้องเป็นคนที่รักที่จะคิด แล้วก็คิดอะไรที่มันเป็นตัวเองก็จะคิดออก จริงๆ ไม่จำเป็นต้องเรียนตรงสายก็ได้ อย่างเอ็กซ์แต่ก่อนทำงานด้านอาหารมา 10 กว่าปี เรียนจบหัตถกรรม เอ็กซ์ทำอาหารได้แล้วมันก็เป็นรสชาติที่เราชอบ ก็ทำมันไปทำให้มันจริงจัง ต่อให้คุณไม่เรียนสายตรงมา คุณก็เป็นดีไซเนอร์ได้ … มันอยู่ที่ความตั้งใจ ต่อให้คนที่ไม่มีไอเดียพุ่งอะไรนัก แต่ถ้ามีความตั้งใจจริง มุ่งมั่นอยู่กับมัน ไอเดียมันก็ออกมา ออกมากออกน้อย มันก็ออก
Q : สุดท้ายฝากผลงานคอลเลกชั่นนี้กับแฟนๆ ?
ยากูซ่าเป็นอีกคอลเลกชั่นหนึ่งที่เอ็กซ์ตั้งใจ แต่คอลเลกชั่นนี้มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นซ่าส์ๆ ที่เราว่ามันส์ดีอ่ะ มันเป็นอีกช่วงอารมณ์หนึ่งที่แบบทำให้ชีวิตเรามีสีสัน อยากให้คนที่ไม่เคยลองก็ลองดู บางทีอาจจะคิดว่าดูแรงแต่พอลองใส่แล้ว มันอาจจะใช่ก็ได้ ยังไงก็อยากให้ลองดูกัน
ได้ฟังแล้วต้องบอกเลยว่าเธอเจ๋งจริงๆ ความเก่งไม่เป็นรองใคร แถมแต่ละชุดที่ออกแบบก็เริดไม่เบา โลหะชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพิ่มดีเทลเสื้อผ้าให้มีรายละเอียดมากขึ้น หยิบมาใส่ได้ตลอดไม่ตกเทรนด์แบบนี้ … ต้องขอจับจองสักตัวแล้วสิ !