เข้ามาสานงานของผู้เป็นแม่อย่างเต็มตัวในการผลิตรายการสารคดีน้ำดีที่ยาวนานมาเป็นสิบปี อลงค์กร จุฬารัตน์ ทายาทคนที่ 3 ในจำนวน 4 คนของ สุชาดา มณีวงศ์ เจ้าของรายการกระจกหกด้านที่โด่งดังมานานนับ 32 ปีแล้ว ซึ่งปัจจุบันเข้ามาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายผลิต บริษัท ทริลเลียน แอนด์ ทรีไลอ้อนส์ จำกัด อย่างเต็มตัว

อลงค์กร หรือ โอ๊ค เล่าว่า ได้ซึมซับงานของผู้เป็นแม่มาตลอด จนคิดอยากเรียนวิศวะ อิเล็กทรอนิกส์ แต่สอบติดคณะสถาปัตยกรรม ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เลยคิดว่าจะเรียนไปก่อนแล้วค่อยไปสอบใหม่ แต่พอเรียนก็สนุกจึงเรียนจนจบ พอจบก็มาเป็นเด็กฝึกงานที่บริษัทของแม่ 1 ปี ซึ่งแม่เองก็อยากดึงลูกๆ มาช่วยงาน พอได้ทำงานก็ติดลมเริ่มสนุก ทั้งทางด้านโปรดักชั่น และการตลาด เลยคิดอยากเรียนต่อในด้านที่เกี่ยวข้อง จึงไปเรียนปริญญาโทที่ New York Institute of Technology ที่สหรัฐฯ แล้วก็อยากเรียนคอร์สอย่างอื่นเพิ่มเติม แต่แม่ขอให้กลับมาช่วย จึงกลับมาช่วยงานที่บ้านอย่างเต็มตัว

ผู้บริหารหนุ่มคนนี้ เล่าต่อว่า ตอนนั้นไฟแรง ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ก็ทำงานที่บริษัทแม่ ตอน 2 ทุ่มถึงเที่ยงคืนก็ไปเป็นดีเจ รายการวิทยุคลื่นดัง ทั้ง Music Reel และ Love FM ทำงานแบบนี้มาร่วม 10 ปี เพราะรักงานทั้ง 2 อย่าง จนรู้สึกว่างานดีเจเริ่มไม่สนุกแล้ว ก็เลยเลิกทำแล้วมาทำงานที่บ้านอย่างเต็มตัว จากที่ดูด้านการผลิตก็มาดูทางด้านการตลาดด้วย จนตอนนี้เข้ามาดูแลเป็นผู้บริหารรับช่วงต่อจากแม่ทุกบทบาท

“สิ่งที่ภูมิใจในการทำงานที่ผ่านมาคือ การได้เป็นส่วนหนึ่งของรายการกระจกหกด้าน ซึ่งทีแรกผมไม่คิดว่าจะชอบรายการแบบนี้ เพราะด้วยเป็นคนโอ้ลั้ลลา ชอบปาร์ตี้ ชอบสังคม อยากทำรายการวาไรตี้โชว์มากกว่า ไม่คิดว่าจะทำรายการสารคดีแบบนี้ได้ แต่พอได้ทำก็ซึมซับ เริ่มรู้สึกชอบ เพราะเป็นรายการที่นอกจากคนดูได้ความรู้แล้ว คนทำเองยังได้ผลงานจากการผลิตรายการความรู้ไปด้วย บางครั้งทำให้ผมได้รู้ว่า มันมีแบบนี้ด้วยหรือ การที่เราไม่เคยทำรายการที่เป็นพิษต่อสังคม เป็นสิ่งหนึ่งที่เราภูมิใจ”

...

แม้จะมีผลงานมากมายพิสูจน์ฝีมือเป็นที่รู้จักกันมายาวนานนับสิบปี และก็เคยเจอวิกฤติมาด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้บริหารหนุ่มคนนี้ เล่าว่า การทำรายการสารคดีไม่ใช่เป็นการขายของ ดังนั้น หากเขาจะตัดงบเขาก็ต้องตัดรายการของเราก่อน ที่ผ่านมา เราก็เจอปัญหา แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมาได้ การแก้ปัญหาต่างๆ เราต้องมีสติ เอาตัวเองถอยออกมาแล้วมองดู และค่อยๆแก้ทีละอย่าง มันอาจจะไม่ง่ายอย่างที่พูด แต่ก็ต้องคิดเสมอว่า คนเราล้มได้ แล้วเราต้องลุกขึ้น ต้องสู้ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ สิ่งเหล่านี้ตนได้เรียนรู้จากผู้เป็นแม่ที่สู้ทุกอย่างโดยไม่ถอย!!!