เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ จัดงาน “ตามรอยพระบาทโครงการพระราชดำริ ของแม่หลวง” โดยรวบรวมพระราชกรณียกิจที่พระราชทาน ไว้ทั่วประเทศ ตั้งแต่การฟื้นฟูงานหัตถกรรมผ้าไทย ไปจนถึงโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริโดยนำมาจัดแสดงผ่านนิทรรศการ พร้อมทั้งการสาธิต การออกร้านและการจำหน่าย โดยมี ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งงานจะมีถึงวันที่ 13 ส.ค. ที่บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
...
ไฮไลต์ในงานนอกจากการนำผลิตภัณฑ์ดาวเด่นประจำโครงการ ฟาร์มตัวอย่าง ที่ปัจจุบันมีกระจายอยู่กว่า 90 แห่งทั่วทุกภาคของประเทศ เช่น หมูจินหัว, เป็ดอี้เหลียง, ข้าวสังข์หยด และผักปลอดสารพิษ โดยนำมาจัดทำเป็นเมนูเด็ดให้ได้ลิ้มลองแล้ว ในงานยังมีการสาธิตงานศิลปหัตถกรรม เช่น การทำหัวโขน และงานหัตถกรรมโบราณอย่างการปักผ้ายกทอง ผ้าไหมทอมือ ที่ทอเป็นภาพอันงดงามมีมิติ โดยผู้เชี่ยวชาญจากสมาชิกบ้านเนินธัมมังและบ้านตรอกแค จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่ง อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงิน หนึ่งในอาจารย์พิเศษของมูลนิธิศิลปาชีพฯ ที่ฝึกสอนเทคนิคการปักผ้ายกทอง ให้แก่ชาวบ้านเนินธัมมังและบ้านตรอกแค กล่าวว่า ตั้งแต่โบราณ ชาวนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะ 2 หมู่บ้านนี้ขึ้นชื่อในการปักผ้ายกทองให้แก่ราชสำนัก จนรัชสมัยล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 5 มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องแต่งกาย การปักผ้ายกทองจึงซบเซาและสูญหายไปในที่สุด จนกระทั่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีรับสั่งให้ศูนย์ศิลปาชีพฯฟื้นฟู โดยส่งครูไปฝึกสอนเทคนิคการทอให้แก่ชาวบ้านของทั้ง 2 หมู่บ้านนี้ ซึ่งชาวบ้านพอมีความรู้ในการทอผ้ายกอยู่บ้าง แต่ไม่รู้ลวดลายของราชสำนัก จึงต้องลงไปสอน เพราะกระบวนการทำยุ่งยากกว่า ต้องมีการเก็บลายตะกอเป็นพันๆไม้ จากเดิมที่ชาวบ้านทอผ้าอื่นๆมีไม่เกิน 5-10 ไม้ และจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีรับสั่งให้มีการฟื้นฟูการแสดงโขน นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์การแสดงศิลปะชั้นสูงของไทยแล้ว ยังส่งผลดีอีกหลายอย่าง ทำให้ชาวบ้านเหล่านี้มีรายได้ในการปักผ้ายกทองสำหรับใช้ในเครื่องแต่งกายของโขนอีกทั้งยังได้ความรู้ และเป็นผลพลอยได้ให้งานหัตถกรรมโบราณยังคงอยู่สืบไปอีกด้วย.