ไม่มีรักใดยิ่งใหญ่เท่ารักของแม่ และไม่มีสายใยใดจะผูกพันแน่นแฟ้นลึกซึ้งเกินกว่าสายใยรักระหว่างแม่ลูก!! เนื่องในเทศกาลวันแม่ ทีมข่าวสตรีไทยรัฐ ขอนำเสนอเรื่องราวความผูกพันของ 4 คู่แม่ลูกคนดัง 4 สไตล์ ซึ่งเป็นต้นแบบของความมหัศจรรย์แห่งรักแท้ไม่มีวันสิ้นสุด
แม่ลูกคู่ปาท่องโก๋ : หัวใจเธอน่ากราบ!!
“แม่ลี พึ่งบุญพระ” กับ “ลูกปิ๊บ–ภัทรพล”
เป็นคุณแม่สไตล์สบายๆนะ ไม่สปอยลูกเลย แต่ตามใจ (หัวเราะ) แม่คิดว่าสิ่งที่สอนลูกมาตั้งแต่เล็ก ลูกก็ได้ทำตามหมดทุกอย่างแล้ว สำหรับแม่ไม่หวังอะไรมาก แค่อยากเห็นลูกเป็นคนดี ไม่ต้องเก่งไม่ต้องรวยที่สุด แต่ต้องรู้จักช่วยเหลือแบ่งปันให้คนอื่น “ปิ๊บ” เป็นคนดื้อเงียบ ยิ่งห้ามก็จะยิ่งทำ แม่เลยไม่เคยห้ามลูก อยากทำอะไรให้ทำไปเลย และเรียนรู้ผิดถูกด้วยตัวเอง แม่มีลูกชาย 3 คน แต่สนิทกับ “ปิ๊บ” ที่สุด เพราะนิสัยคล้ายแม่ เกิดปีงูเล็กเหมือนกัน เลยเป็นคู่แม่ลูกที่รู้ใจกัน ชอบอะไรสบายๆไม่ซีเรียส ไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด ทุกวันนี้เวลาออกงาน “ปิ๊บ” จะเป็นคนจัดเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้แม่ เขารู้ใจแม่ที่สุด ถ้าแม่ไม่ใส่ชุดที่เลือกให้ก็จะงอนหลายวัน สำหรับแม่แล้ว ลูกชายคนนี้ไม่มีอะไรต้องห่วงนะ ห่วงอย่างเดียวคือสุขภาพ เพราะชอบสั่งอาหารเยอะ แล้วก็กินเยอะ แม่อยากให้ “ปิ๊บ” ออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพอาหารการกินบ้าง ถ้าวันใดแม่ไม่อยู่แล้ว “ปิ๊บ” จะได้สามารถดูแลตัวเอง และเพราะเป็นแม่ลูกคู่ซี้ “ปิ๊บ” จึงมีเทคนิคอ้อนแม่ให้ใจอ่อน โดยเฉพาะเวลาช็อปปิ้งของแบรนด์เนม รูดปรื๊ดจนทะลุวงเงินบัตรเครดิตหลักล้าน ลูกชายมักออดอ้อนว่า “ปิ๊บ” ขอชิ้นสุดท้ายนะแม่ เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น หมดแล้วหมดเลย
...
ด้านลูกชายสุดเลิฟ “Peepy” เล่าเสริมว่า “แม่ลี” เป็นคุณแม่สมัยใหม่ ไม่เคยห้ามทำโน่นทำนี่ แต่จะประมาณว่า เธออยากสูบบุหรี่เหรอ แม่บอกแล้วนะว่าไม่ดี แต่ถ้าอยากสูบ ลูกก็ลองสูบเลย เพื่อให้รู้เองว่ามันไม่ดียังไง หรือถ้าลูกไปทำอะไรผิดพลาดมา แม่ก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาทันที โดยไม่เคยดุด่าว่ากล่าวให้เสียใจ ช่วงหลังแม่เริ่มปล่อยวางเยอะแล้ว หันมาเข้าวัดทำบุญ สวดมนต์นั่งสมาธิ และทานมังสวิรัติ “ปิ๊บ” เองก็ตามคุณแม่เข้าวัดทำบุญด้วย ในฐานะลูกรัก “ปิ๊บ” ตั้งใจว่าจะพยายามเรียนรู้ธุรกิจของที่บ้านคือ อุตสาหกรรมผลิตสี เพื่อจะได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของแม่เร็วๆ “แม่ลี” อายุ 61 ปีแล้ว ก็อยากให้ท่านได้พักผ่อนสบายๆ แม่อยากไปเที่ยวที่ไหนอยากทำบุญอะไร ลูกชายคนนี้จะพาไปให้ทั่ว สำหรับ “ปิ๊บ” รู้สึกโชคดีที่สุดที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ ท่านรักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข ท่านให้ลูกได้ทุกอย่างโดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทน ท่านเป็นแม่ที่เสียสละที่สุด และเข้าใจลูกมากที่สุด ไม่ว่าเราจะเจ็บช้ำผิดหวังอะไร คุณแม่ไม่เคยมาถามมาขุดคุ้ยให้เสียใจ ท่านจะชวนไปทำโน่นทำนี่เพื่อให้สบายใจ
...
แม่ลูกคู่อุดมการณ์ : ต้องแทนคุณแผ่นดิน
“ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี” กับ “ตั๊น–จิตภัสร์ กฤดากร”
สิ่งที่ปลูกฝังลูกๆคือ เกิดเป็นคนไทยต้องรู้จักทดแทนบุญคุณแผ่นดิน และตอบแทนคืนสังคมด้วย โดยให้เดินตามรอยคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายและคุณชวดทั้งสองฝ่าย ตระกูลภิรมย์ภักดีทำธุรกิจมานาน แต่ไม่เคยเสียชื่อเสียง และยังคืนกำไรให้สังคมจนเป็นที่ยกย่อง ด้านพ่อแม่ของ “ต้น” ก็ทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาอย่างต่อเนื่องทั้งชีวิต “ต้น” จะบอกลูกๆเสมอว่า ลูกได้เห็นคุณตาคุณยายตามเสด็จฯไปช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ปีหนึ่งจะอยู่บ้านแค่ไม่กี่เดือน เมื่อลูกเกิดมาตรงนี้สบายทุกอย่าง ก็ต้องรู้จักช่วยเหลือคนที่ไม่มีโอกาสเหมือนเรา และต้องรู้จักทดแทนบุญคุณแผ่นดิน บ้านเรายังเข้มงวดเรื่องกิริยามารยาท ต้องมีความเป็นไทย เพราะ “ตั๊น” ไปเรียนอังกฤษตั้งแต่ 9 ขวบ จนถึงจบปริญญา การส่งลูกไปเรียนต่างประเทศมีข้อดีตรงที่ทำให้เห็นโลกกว้าง แต่ถ้าลูกไปเมืองนอก แล้วโตขึ้นไม่เห็นพ่อแม่อยู่ในสายตา ก็คงไม่ได้!! “ต้น” เลยไม่ยอมปล่อยให้ห่างตาเด็ดขาด จะบินไปอยู่กับลูกทุก 2 เดือน และสอนลูกว่าต้องพูดภาษาไทย อย่าทำกิริยามารยาทแบบฝรั่ง
...
ส่วนเลือดนักสู้และความมีอุดมการณ์คงได้มาโดยสายเลือด และเห็นความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมตั้งแต่เด็ก ตอนเล็กๆ “ตั๊น” เรียนไม่เก่งเลย จนแม่ขี้เกียจไปงานพบผู้ปกครอง แต่พออายุ 15 ปี เขาได้เรียนในสิ่งที่คลิก สอบเข้ามหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจได้ เลือกเรียนด้านภูมิศาสตร์ ทำให้กลายเป็นเด็กเรียนดีไปเลย ทุกซัมเมอร์กลับมาเมืองไทยเขาจะขอทำงานตลอด พออายุ 18 ปี ก็บอกที่บ้านแล้วว่าอยากทำงานการเมือง และขอเรียนปริญญาโทต่อที่เมืองไทย โดยเข้าเรียนคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาฯ ระหว่างนั้น ก็มีโอกาสเรียนรู้งานกับผู้ใหญ่ที่มีความรู้และตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเข้ามาทำงานเต็มตัวกับกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ และร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง ในฐานะแม่คนหนึ่งก็รู้สึกภูมิใจกับลูกทุกคน ไม่มีเด็กคนไหนไม่เคยทำผิด แต่ลูกๆไม่เคยทำผิดร้ายแรงชนิดที่ทำให้พ่อแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ พ่อแม่มีหน้าที่อบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี การปล่อยปละละเลยลูกให้เป็นขยะสังคม มันไม่ถูกต้อง!! ถ้าเราสั่งสอนลูกให้เป็นพลเมืองที่ดี สังคมของเราก็จะเจริญ
...
แม่ลูกหยินหยาง : คิดต่างอย่างเข้าใจ
“แม่ปั๋ม–ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ฯ” กับ “ลูกปอ–ศีกัญญา”
สมัยนี้ต้องเลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน มีอะไรก็คุยกันตรงๆเลย จะได้ช่วยแก้ปัญหาได้ถูก อย่างงไปงงมา เสียเวลาและไม่ถูกทาง ลูกสาวคนนี้เป็นคนละเอียดอ่อนมาก จิตวิเคราะห์สูง คิดช้าทำช้า คิดแล้วคิดอีกกว่าจะทำอะไรแต่ละอย่าง แต่แม่จะไม่เคยบังคับลูกเลย ไม่เคยสั่งหันซ้ายหันขวา เพราะเชื่อว่าในโลกปัจจุบันไม่มีใครบังคับใครได้ ยุคนี้ต้องใช้วิธีหว่านล้อมจนลูกคิดว่าเป็นความคิดของเขาเอง และยอมทำตามด้วยความเต็มใจ “ปอ” แต่งงานแล้วก็ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ ห่วงอย่างเดียวคือ อยากให้มีลูกเร็วๆ คุณพ่อบ้านนี้สปอยลูก แม่เลยต้องรับบทดุลูกเพื่อให้ลูกเป็นคนดี แม่จะขอลูกทั้งสามคนว่า อย่ายุ่งกับยาเสพติดเด็ดขาด มันไม่ดี!! มีเงินเยอะไม่มีประโยชน์ หาเงินเก่งเป็นของดี แต่ต้องรู้จักเก็บและรักษาด้วย สไตล์การเลี้ยงลูกของแม่จะโทร.หาลูกทุกคนวันละสามเวลา ทำจนติดเป็นนิสัย อย่างน้อยได้ยินเสียงแม่ จะได้ไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทางลูกสาวคนสวย “ปอ” บอกเล่าความรู้สึกว่า ด้วยความเป็นหลานคนแรกของบ้าน จึงโตมากับคุณตาคุณยาย ท่านไปรับไปส่งโรงเรียนทุกวัน ทำให้ติดนิสัยเรียบร้อยและทำอะไรเนิบๆช้าๆ ทุกวันนี้คุณแม่จึงเป็นโรลโมเดลในเรื่องการทำงาน เพราะคุณแม่ทำงานเก่ง แอ็กทีฟมาก เพื่อนเยอะ เรียนเก่งเกียรตินิยมเหรียญทอง และคิดเร็วทำเร็วทุกอย่าง คุณแม่เป็นผู้หญิงทำงานมาทั้งชีวิต มีพลังเหลือเฟือมาก ท่านประสบความสำเร็จ เพราะใส่ 200% กับสิ่งที่ทำ และรักทุกสิ่งที่ทำ อันนี้เป็นอะไรที่ต้องเดินตามรอยคุณแม่ให้ได้
แม่ลูกไข่ในหิน : กตัญญูคือเกราะป้องกันภัย
“แม่รัตนา นรพัลลภ” กับ “โอ๊ด–ณัฐธีรา บุญศรี” และ “เอ๊ะ–ธาพิดา นรพัลลภ”
ลูกสาวทั้งสองเป็นเด็กดีไม่ออกนอกลู่นอกทาง โดยเฉพาะ “พี่โอ๊ด” บอกให้ทำอะไรก็ทำหมดไม่เคยขัดใจแม่ ตั้งแต่เล็กๆแม่จะให้ “โอ๊ด” เรียนพิเศษและทำกิจกรรมเสริมทุกอย่าง มีคนถามว่า ให้ลูกเรียนเยอะไปหรือเปล่า เราต้องอธิบายว่าถึงลูกจะทำกิจกรรมหลายอย่าง แต่ก็ทำได้ดีทุกอย่าง แถมยังเรียนเก่งด้วย คือเขาจะรับได้หมด ทำอะไรก็ทำได้ดีไปหมด ไม่เคยทำให้แม่หนักใจ แม่จะเลี้ยงลูกอย่างทะนุถนอมมาก ไม่ปล่อยให้ไปเที่ยวค้างคืนที่ไหน ถ้าอยากไปเที่ยว แม่ต้องไปด้วย!! เรียนจบปริญญาตรีจากอเมริกาแล้ว แม่ถึงปล่อยให้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แม่ไม่เคยบังคับลูกๆว่าต้องมาช่วยงานเซ็นทรัล เพียงแต่จะพูดกับพวกเขาตั้งแต่เล็กว่า เซ็นทรัลคือสิ่งที่คุณตาคุณลุงคุณป้าก่อตั้งขึ้นมากับมือ ถ้ามีความรู้ความสามารถเพียงพอ ก็ควรจะเข้ามาช่วยสานต่อธุรกิจ และแบ่งเบาภาระของคนรุ่นก่อน เพื่อแสดงความกตัญญู
ทั้งสองคนถือเป็นเจเนอเรชั่นที่สามของเซ็นทรัล แม่ให้ไปฝึกงานข้างนอกเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก่อนจะเข้ามาช่วยทำงานที่เซ็นทรัล สมัยก่อนตอน “พี่โอ๊ด” ทำงานแรกๆ และกลับบ้านดึกดื่นเที่ยงคืน แม่ยังต้องไปรอรับที่ออฟฟิศ เพราะเป็นห่วงกลัวจะมีอันตราย ส่วน “น้องเอ๊ะ” ไม่ค่อยห่วงเพราะเอาตัวรอดได้ ข้างนอกบุคลิกเปรี้ยว แต่จริงๆเป็นเด็กดีเรียบร้อย แม่ก็ดีใจที่ลูกสาวทั้งสองสามารถช่วยงานเซ็นทรัลได้เยอะ เป็นห่วงก็ตรงที่ทำงานหนักมาก ไม่มีเวลาพักผ่อนเท่าที่ควร อยากให้ลูกๆดูแลสุขภาพมากหน่อย สิ่งที่แม่เน้นตั้งแต่เล็กจนโตคือ ทำอะไรก็ตามให้คิดดีทำดี อย่าเบียดเบียนคนอื่น คนเราเกิดมาต้องกตัญญู และมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนที่ด้อยกว่าในสังคม สมัยก่อนเราฐานะไม่ดี เมื่อมีฐานะขึ้นมาแล้ว ก็ควรแบ่งปันให้คนอื่นบ้าง.
ทีมข่าวหน้าสตรี