ข่าว
100 year

คู่มือคนเมือง : จับมือลูก จูงหลาน กอดคอคนรักชมนิทรรศการโขน!

ไทยรัฐอออนไลน์2 ส.ค. 2557 10:13 น.
SHARE

ในยุคที่ความทันสมัยเข้ามาครอบครองชีวิตประจำวัน ความสำคัญของประเพณีเก่าๆ ก็ค่อยๆ เลือนหาย สัปดาห์นี้ "คู่มือคนเมือง" ไทยรัฐออนไลน์ พาไปเที่ยวงานโขนสุดอลังการมากมาย พร้อมกับชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติชุด "โขนพระราชทาน ศาสตร์และศิลป์แผ่นดินไทย"

จับมือลูก จูงหลาน กอดคอคนที่รัก เราจะดำดิ่งความอลังการไปด้วยกัน.

เจาะที่มานิทรรศการโขน!

ก่อนจะเข้าพื้นที่นิทรรศการและงานต่างๆ เราพาไปดูจุดเร่ิมต้นของคำว่าโขนกันสักหน่อย  

โขน เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อลังการและอ่อนช้อย การแสดงประเภทหนึ่งที่ใช้ท่ารำตามแบบละครใน แตกต่างเพียงท่ารำที่มีการเพิ่มตัวแสดง เปลี่ยนทำนองเพลงที่ใช้ในการดำเนินเรื่องไม่ให้เหมือนกับละคร แสดงเป็นเรื่องราวโดยลำดับก่อนหลังเหมือนละครทุกประการ ซึ่งไม่เรียกการแสดงเหล่านี้ว่าละคร แต่เรียกว่าโขนแทน มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานจดหมายเหตุลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการกล่าวถึงการแสดงโขนว่า เป็นการเต้นออกท่าทาง ประกอบกับเสียงซอและเครื่องดนตรีประเภทต่างๆ ผู้แสดงจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าตนเองและถืออาวุธ

โขน เป็นจุดศูนย์รวมของศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง เช่น วรรณกรรม วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ หัตถศิลป์ โดยนำเอาวิธีเล่นและการแต่งตัวบางชนิดมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ มีท่าทางการต่อสู้ที่โลดโผน ท่ารำ ท่าเต้น เช่น ท่าปฐมในการไหว้ครูของกระบี่กระบอง รวมทั้งการนำศิลปะการพากย์ การเจรจา หน้าพาทย์และเพลงดนตรีเข้ามาประกอบการแสดง ในการแสดงโขน ลักษณะสำคัญอยู่ที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขน ซึ่งเป็นเครื่องสวมครอบหุ้มตั้งแต่ศีรษะถึงคอ เจาะรูสองรูบริเวณดวงตาให้สามารถมองเห็น แสดงอารมณ์ผ่านทางการร่ายรำ สร้างตามลักษณะของตัวละครนั้นๆ เช่น ตัวยักษ์ ตัวลิง ตัวเทวดา ฯลฯ ตกแต่งด้วยสี ลงรักปิดทอง ประดับกระจก บ้างก็เรียกว่าหน้าโขน

ในสมัยโบราณ ตัวพระและตัวเทวดาต่างสวมหัวโขนในการแสดง ต่อมาภายหลังมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องสวมหัวโขน คงใช้ใบหน้าจริงเช่นเดียวกับละคร แต่งกายแบบเดียวกับละครใน เครื่องแต่งกายของตัวพระและตัวยักษ์ในสมัยโบราณมักมีสองสีคือ สีหนึ่งเป็นสีเสื้อ อีกสีหนึ่งเป็นสีแขนโดยสมมติแทนเกราะ เป็นลายหนุนประเภทลายพุ่ม หรือลายกระจังตาอ้อย ส่วนเครื่องแต่งกายตัวลิงจะเป็นลายวงทักษิณาวรรต โดยสมมติเป็นขนของลิงหรือหมี ดำเนินเรื่องด้วยการกล่าวคำนำเล่าเรื่องเป็นทำนอง เรียกว่าพากย์อย่างหนึ่ง กับเจรจาเป็นทำนองอย่างหนึ่ง ใช้กาพย์ยานีและกาพย์ฉบัง โดยมีผู้ให้เสียงแทนเรียกว่า ผู้พากย์และเจรจา มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้ ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าประกอบการแสดง นิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์และอุณรุท ปัจจุบันสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีหน้าที่หลักในการสืบทอดการฝึกหัดโขน และกรมศิลปากร มีหน้าที่ในการจัดการแสดง

สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ เจ้าของงานบอกว่า เป็นการเปิดโอกาสให้กับประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้สัมผัสเบื้องหน้าเบื้องหลัง เบื้องหลังศาสตร์และศิลป์ทุกแขนงของการแสดงโขนพระราชทานอย่างใกล้ชิด และสมบูรณ์แบบครบถ้วนมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งทุกคนจะได้ปลาบปลื้มปีติ กับความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาคนไทย

พร้อมกันนี้ ก็จะได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้นิทรรศการ เป็นที่กล่าวขานและอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นใหม่ ได้สืบทอดต่อไป ไม่ตายไปกับกาลเวลา

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ
ยุวดี จิราธิวัฒน์, ทินกร อัศวรักษ์ และม.ล. ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี ก็มาร่วมงาน

สแกนพื้นที่นิทรรศการทุกตารางนิ้ว!

สแกนแบบที่ว่าคือเจาะพื้นที่เพื่อเป็นแนวทาง จะได้เดินแบบไม่หลง เพราะงานมันยิ่งใหญ่จริงๆ นะเออ พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน  

1. บริเวณดิ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม จะจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของศิลปะการแสดงโขนในประเทศไทย และประวัติของการจัดแสดงโขนพระราชทาน รวมทั้งนำการจัดแสดงฉากและอุปกรณ์ประกอบการแสดงมาให้ชมกันอย่างครบถ้วน

ประวัติการจัดแสดงโขนพระราชทาน

ส่วนนี้ไม่อยากให้พลาด เพราะนอกจากภาพความสวยงาม ที่เราจะหาดูไม่ได้ง่ายๆ แล้วยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นใหม่ให้ซึมซับความเป็นไทยได้แบบไม่อายใครเลยทีเดียว ส่วนประวัติก็อ่านและเข้าใจง่าย งดงามตามแบบฉบับของไทย แนะนำว่าชาร์ตแบตกล้องไว้ให้มากๆ เพราะคุณจะถ่ายแบบมากมายเอาไว้แชร์อวดกันได้อย่างแน่นอน

2. บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นการจัดแสดงและสาธิตการทำถนิมพิมพาภรณ์ แต่งหน้าโขนละคร และงานนิทรรศการภาพถ่ายการแสดงโขนพระราชทาน โดยช่างภาพมืออาชีพทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

การแต่งหน้าโขนละคร

ส่วนนี้ อยากให้เข้าไปชม เพราะมันมีความประณีต โชว์ศักดิ์ศรีความเป็นคนไทยที่ช่างคิดช่างประดิษฐ์ชนิดที่งดงามแบบไม่อายที่ไหนในโลก โดยไฮไลต์อยู่ที่การแต่งหน้าโขน ที่มีครูโขนมืออาชีพเข้ามาโชว์แต่งหน้ากันถึงที่ ขอคำแนะนำและพูดคุยกันได้แบบตัวต่อตัว

ความเป็นไท ความเป็นไทย!

ยัง ยังไม่หมด ภายในงานบริเวณชั้น G ของห้างเอ็มบาสซี ได้ถูกเนรมิตกลายเป็นเวทีการแสดงโขนพระราชทานสะกดสายตาด้วยฉากวิมานพระพรหมสุดอลังการ บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นไทย พร้อมกันนี้ รอบๆ เวทียังจัดให้มีการสาธิตการทำหัวโขน การปักสะดึงกรึงไหม และจัดแสดงพัสตราภรณ์ ถนิมพิมพาภรณ์ อย่างเครื่องประดับสำหรับตัวพระ ตัวนางด้วย

เครื่องประดับสำหรับตัวนาง
ชุดแต่งกายสำหรับตัวพระ
ชุดแต่งกายสำหรับตัวนาง

อย่างไรก็ดี ความพิเศษของนิทรรศการนี้ ต้องขอยกให้การนำราชรถและการจำลองฉากวิมานพระพรหม ที่ได้รวบรวมศิลปะทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างวิจิตรอลังการ เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติได้ชื่นชมและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และสัมผัสถึงภูมิปัญญาไทย ตลอดจนความงดงามของศาสตร์และศิลป์อันทรงคุณค่าอย่างใกล้ชิด ด้วยความละเอียดอ่อนและประณีต ทำให้ผลงานสวยอลังการและสมบูรณ์แบบสุดๆ

จำลองราชรถ
ฉากจำลองวิมานพระพรหม

นอกจากจะมีการสาธิตและแสดงผลงานด้านศิลปะต่างๆ แล้ว การแสดงรำเบิกโรงชุดต่างๆ และการแสดงโขนพระราชทานก็น่าสนใจ เป็นไฮไลต์เด็ดของงานที่ไม่ควรพลาดชมเช่นกัน จัดทุกเสาร์ - อาทิตย์ ตลอดช่วงการจัดนิทรรศการนี้ 

สุดท้ายแนะนำว่าพลาดไป คุณจะคุยกับใครไม่รู้เรื่องแน่นอน.

**รู้หรือไม่**

สนใจสามารถเข้าร่วมกันได้วันนี้ - 17 ส.ค. 57 ณ ดิ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ฟรีตลอดงาน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คู่มือคนเมืองงานโขนการแสดงโขนโขนพระราชทานนิทรรศการโขนถนิมพิมพาภรณ์แต่งหน้าโขนละครตัวพระตัวนางเซ็นทรัลชิดลมเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

คุณอาจสนใจข่าวนี้