สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะเสด็จไปทรงดนตรีในงานแสดงดนตรีและวัฒนธรรม "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" ครั้งที่ 4 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน...
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะเสด็จไปทรงดนตรีในงานแสดงดนตรีและวัฒนธรรม "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" ครั้งที่ 4 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 12-25 ธ.ค. นี้ ตามคำกราบทูลเชิญของกระทรวงวัฒนธรรมประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ต.ค.) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ประทานสัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการแสดงดนตรีและวัฒนธรรม "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" ครั้งที่ 4 ว่า ทรงตัดสินพระทัยที่จะทรงเครื่องดนตรีกู่เจิง ครั้งที่ 4 ค่อนข้างกะทันหัน เพราะกระทรวงวัฒนธรรมของจีนเพิ่งกราบทูลเชิญพระองค์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และต้องแสดงเดือนธันวาคม "ตอนแรกก็ตกใจ เพราะทิ้งไป 2 ปี เนื่องจากงานวิชาการแน่นมาก ต้องเดินทางไปต่างประเทศและสอนในประเทศ ไทย ตกใจว่าลืมไปหมดแล้ว กลัวเล่นไม่ได้ดีอย่างที่คิด จึงเรียกอาจารย์ลี่หยางมาช่วยรื้อฟื้น ซึ่งก็เล่นได้ดีกว่าเดิม สงสัยคงซ้อมในฝัน (รับสั่งติดตลก) และเล่นเพลงใหม่ด้วย"
ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์รับสั่งด้วยว่า ขณะนี้พระองค์ทรงพร้อมแล้ว ที่จะเล่นดนตรีกู่เจิง และต้นเดือนหน้าก็จะเสด็จไปทรงซ้อมกับวงดุริยางค์จีน และแสดงใน 3 เมืองใหญ่ของจีน ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และเมืองตงกว่าน แต่ระหว่างอยู่เมืองไทยก็ทรงได้รับ ความอนุเคราะห์จากวงดุริยางค์ราชนาวีร่วมฝึกซ้อมให้พระองค์มาตลอด โดยช่วงแรกของการฝึกซ้อม ทรงซ้อมหนักมากวันละ 5-6 ชั่วโมง เพราะ ต้องทรงรื้อฟื้นสิ่งที่ลืมไปแล้ว ให้เล่นได้ จำได้ แต่ใช้เวลาไม่นาน ก็ทรงเล่นได้เหมือนเดิม เพราะเทคนิคต่างๆในการเล่นไม่ได้ทรงลืมเสียทีเดียว กระทั่งระยะหลังๆชั่วโมงซ้อมได้ลดลงเหลือ 2-3 ชั่วโมง ส่วนงานอื่นๆ ก็ยังทรงทำอยู่ ทั้งการเสด็จไปทรงเลกเชอร์ที่ต่างประเทศและในประเทศ รวมถึงยังทรงใช้เวลาในช่วงกลางคืนร้อยสร้อยในโครงการ "ถักร้อยสร้อยรัก" เพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้
สำหรับเพลงที่จะทรงบรรเลงในการแสดงครั้งนี้ ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ จะทรงเล่นทั้งหมด 5 เพลง เปิดตัวด้วยเพลงประจำพระองค์คือ "ระบำเผ่าอี้" ตามด้วยเพลง "เผ่าไทย" ซึ่งเป็นเพลงดั้งเดิมของไทย และเป็นเพลงที่สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค แต่งเนื้อร้อง ทรงได้ยินเพลงนี้มาตั้งแต่พระชันษา 17-18 ชันษา เป็นเพลงที่ไพเราะมากเพลงหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีเพลง "เมฆตามพระจันทร์" เป็นเพลง พื้นเมืองแถบกวางโจว และเป็นเพลงที่เป็นแรงบันดาลพระทัยให้ทรงเล่นเครื่องดนตรีกู่เจิง โดย ทรงได้ยินเพลงนี้ขณะล่องแม่น้ำที่เมืองหลี่เจียง เมื่อปี 2002 เพลงต่อมาคือเพลง "ชุน เต้าลาซา" เป็นเพลงใหม่ที่ยังไม่เคย ทรงแสดงที่ไหนมาก่อน และสุดท้ายเป็นเพลงประจำงานแสดงดนตรีและวัฒนธรรม "สายสัมพันธ์สอง แผ่นดิน" โดยทรงแต่งเนื้อร้องร่วมกับ อ.วิรัช อยู่ถาวร นอกจากนี้ ยังทรง นำการแสดงจากกรมศิลปากรไปแสดง อีกด้วย เพื่อเป็นการเผยแพร่ศิลปะ และวัฒนธรรมอันงดงามของไทย
สำหรับคนไทยที่ไม่มีโอกาส เดินทางไปชื่นชมการแสดงดนตรีและวัฒนธรรม "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" ครั้งที่ 4 ที่เมืองจีน ไม่ต้อง ผิดหวังเพราะฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ จะเปิดแสดงขึ้นในเมืองไทยราวต้นปีหน้า.
...