เพราะวิถีการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างเร่งรีบ ทั้งการดำเนินชีวิต และการเลือกอาหารการกิน ดังนั้นจะเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่เหล่านี้จึงมักประสบกับปัญหาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ จากรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ไม่ค่อยเหมาะสม และกลายเป็นที่มาของเทรนด์สุขภาพในแขนงต่างๆ
หนึ่งในเทรนด์สุขภาพที่น่าสนใจในยุคนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของ ANTI-AGING หรือ ศาสตร์ในการชะลอวัย โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ด้วยเหตุนี้ THE AMERICAN ACADEMY OF ANTI-AGING MEDICINE หรือ A4M จึงลุกขึ้นมาเป็นโต้โผใหญ่จัดงานประชุมสัมมนาวิชาการทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ ระดับนานาชาติ ครั้งที่ 1 หรือ BCAARM 2009 เพื่อนำเสนอเนื้อหาและเจาะลึกวงการเวชศาสตร์ชะลอวัยและความงาม พร้อมแสดงผลิตภัณฑ์ การบริการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงการสุขภาพโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 ท่านจากทั่วโลกร่วมแสดงผลงานวิจัยและงานศึกษา ระหว่างวันที่ 12 - 14 พฤศจิกายน 2552 ณ โรงแรมมิลเลนเนี่ยม ฮิลตัน กรุงเทพฯ
นิวัฒน์ กิตติชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท A4M (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของตลาดเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ หรือ Anti-Aging and Regenerative Medicine ว่า ศาสตร์ด้านนี้กำลังเป็นที่จับตามองจากแพทย์ทั่วโลกในการพลิกโฉมการดูแลสุขภาพของทุกๆ คน ไม่ว่าในทางการป้องกัน หรือรักษาโรคภัยต่างๆ เป็นศาสตร์ที่แพทย์เองและบุคคลทั่วไปควรที่จะศึกษาและใช้ประโยชน์ได้ด้วยตัวเอง นับเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่มีการจัดงานประชุมสัมมนาวิชาการทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ ระดับนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศไทยมีมูลค่าตลาดในด้านนี้สูงมาก และเป็นที่ทราบกันดีทั่วโลกว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านระบบการรักษาแบบองค์รวม, สปา, เครื่องสำอาง และการทำศัลยกรรมตกแต่ง พร้อมทั้งการมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงมีแพทย์ที่ผ่านการฝึกจากต่างประเทศมีความชำนาญสูง คนไข้สามารถเลือกใช้บริการที่ครบวงจรในการรักษาเพื่อฟื้นคืนความเยาว์วัย
นิวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอเนื้อหาและเจาะลึกวงการเวชศาสตร์ชะลอวัย (ANTI-AGING) และความงาม พร้อมงานแสดงผลิตภัณฑ์การทำทรีทเมนต์ และให้บริการเพื่อชะลอวัยและให้การบริการทางการแพทย์เพื่อป้องกันการเกิดโรค, การบริการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงการสุขภาพโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 ท่านจากทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, เยอรมัน, รัสเซีย, อินเดีย, ออสเตรเลีย, มาเลเซีย และ ประเทศไทย ร่วมแสดงผลงานวิจัยและงานศึกษา นอกจากนี้ งานนี้ยังได้รวบรวมบุคลากรทางการแพทย์ชั้นสูง ผู้ขายและผู้ซื้อ รวมทั้งผู้ที่อาจมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่มาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้เข้าร่วมงาน อีกด้วย
“ผมมีความเชื่อมั่นว่างานประชุมเวชศาสตร์ชะลอวัยนานาชาติ ครั้งที่ 1 นี้จะสามารถก่อให้เกิดกระแสการพัฒนา และเป็นศูนย์กลางที่ทุกฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และสร้างโอกาสในทางธุรกิจต่อไป” นิวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
...