จังหวะและโอกาสทำให้หนุ่มไฟแรงคนนี้ได้พิสูจน์ความสามารถที่มีอยู่ในตัว ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารตั้งแต่วัย 20 ปีต้นๆ และในวัย 31 ปีขณะนี้ ประวีร์ เครือโชติกุล ต้องรับผิดชอบงานบริหารทั้งของที่บ้าน คือบริษัท โซลิแมคกรุ๊ป จำกัด และ บริษัท โซลิแมค ออโตเมติกส์ จำกัด และร่วมก่อตั้งบริษัทของตนเอง Hair & Skin Expert Co., Ltd. โดยเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ชื่นชอบและเรียนรู้ในงานที่ท้าทาย

ประวีร์ หรือ ทิม เป็นลูกชายคนที่ 2 ในจำนวนหนุ่ม 3 ใบเถาของครอบครัว รศ.สุภาวดี และ บรรเจิด เครือโชติกุล เจ้าของบริษัท โซลิแมคกรุ๊ป จำกัด ซึ่งทำธุรกิจผลิตกระดาษทรายในงานอุตสาหกรรม จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรไฟฟ้า สถาบันนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้ทุนเรียนต่อปริญญาโท สาขาวิศวกรรมศาสตร์เมคคาทรอนิกส์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ซึ่ง ทิม เล่าว่า เป็นลูกคนเดียวในบ้านที่ไม่ได้เรียนในต่างประเทศ เพราะช่วงที่เรียนจบปริญญาตรี บริษัทโซลิแมคกรุ๊ปของที่บ้าน อยากขยายธุรกิจไปในงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก ซึ่งเป็นเรื่องของเทคโนโลยีเครื่องจักร และตอนที่เรียนอยู่ปี 3 ตนมีโอกาสได้ไปฝึกงานที่โรงงานผลิตเครื่องจักร ที่ประเทศอิตาลี ได้เห็นความก้าวหน้าในการนำหุ่นยนต์มาใช้ในโรงงาน พอจบก็เลยรับโปรเจกต์นี้มาสร้างทีมทำงานกันเลย ซึ่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว การนำเข้าสมองกลมาจำหน่าย ยังเป็นเรื่องใหม่ในวงการอุตสาหกรรม นับว่าเป็นงานที่ท้าทายมากทีเดียว

“ตอนนั้นเพิ่งจบมาใหม่ๆ เลยครับ และเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ แต่เรามีความเชี่ยวชาญ เลยทำให้มีความเชื่อถือ ความยากจะอยู่ที่การดีลกับบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งผมเดินงานแฟร์ เข้าไปคุยกับบริษัทท็อปๆ 30 ราย ได้มา 5 รายก็นับว่าดีแล้ว เป็นการเรียนรู้งานที่ดี และทำให้ผมรู้ข้อมูลที่เขาต้องการติดต่อ และมีความมั่นใจมากขึ้น งานที่เราทำก็โตขึ้น จนปี 2553 คุณพ่อให้ออกมาตั้งบริษัท โซลิแมค ออโตเมติกส์ จำกัด ทำธุรกิจนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาโดยเฉพาะ แล้วผมก็ยังคงเป็นบอร์ดในบริษัท โซลิแมคกรุ๊ป ซึ่งยังต้องเข้าไปช่วยในเรื่องของการบริหาร นอกจากนี้ ส่วนตัวผมสนใจเรื่องสุขภาพความงาม แล้วได้ศึกษามาด้วย เลยมาร่วมกับหุ้นส่วน ตั้งบริษัท Hair & Skin Expert จำกัด นำเข้าเวชสำอาง Skin Medica ที่ได้รับการยอมรับ และมีโครงการทำคลินิกและสปา ซึ่งกำลังจะเพิ่งเปิดในเร็วๆนี้ครับ”

เส้นทางความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ก้าวกระโดดนี้ นักธุรกิจหนุ่มคนนี้ บอกว่า ไม่มีใครที่เก่งมาตั้งแต่เริ่มต้น ทุกคนก็ต้องเรียนรู้ ตนคิดว่า ถ้าเรามีความมุ่งมั่น ศึกษาอย่างจริงจัง รู้จริง ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร เราก็ต้องทำได้ และเมื่อก่อนเป็นคนคิดเป็นแต่แนวตรง ไม่เคยคิดนอกกรอบ แต่พอเจอคนหลากหลาย ทำให้เราทันคน พร้อมทั้งมีความคิดหลากหลาย ปัจจุบันก็ยังไม่คิดว่าตนเองประสบความสำเร็จ ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ ความสำเร็จในนิยามของตน ไม่ได้มองเรื่องเงิน จุดประสงค์คือ อยากให้องค์กรเติบโต เป็นเลิศในธุรกิจนั้นๆ และพนักงานมีความสุข มีรายได้เลี้ยงครอบครัว.....มุมมองของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง.

...