ข้าอยากได้เลือด..เลือด...เลือดดดด...นี่ไม่ใช่เสียงขอเลือดจากปอบผีฟ้าแต่อย่างใด
แต่เป็นเสียงจากคนไทยด้วยกันเอง ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนระอุ มีการเสียเลือดเสียเนื้อกันแบบรายวัน จนทำให้สภากาชาดไทยต้องระดมขอรับบริจาคโลหิตเตรียมพร้อมในกรณีฉุกเฉิน!! "ไทยรัฐออนไลน์" เห็นอย่างนี้แล้ว คงอยู่เฉยไม่ได้ จึงอยากช่วยให้ประชาชนเห็นถึงข้อดี และเรื่องน่ารู้ของการบริจาคเลือด จะมีอะไรกันบ้าง ไปอ่านกันเลย...
เนื่องจากในขณะนี้โรงพยาบาลต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณสถานที่ชุมนุม ขอเบิกโลหิตจำนวนมาก รวมวันละ 2,000 ยูนิต เพื่อไปสำรองกรณีฉุกเฉิน แต่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ไม่สามารถจ่ายโลหิตได้เพียงพอกับความต้องการดังกล่าว เนื่องจากตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ไม่สามารถจัดหาโลหิตได้ตามเป้าหมาย คือวันละ 1,600 - 2,000 ยูนิต มีผู้มาบริจาคโลหิตที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ และหน่วยเคลื่อนที่ลดลงจำนวนมาก ได้รับโลหิตเฉลี่ยเพียงวันละ 1,400 ยูนิต เท่านั้น
จึงขอวอนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตสำรองเตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉิน ได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ จันทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 08.00 - 16.30 น., อังคาร และพฤหัสบดี เวลา 07.30-19.30 น ., วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 - 15.30 น. และหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ใกล้บ้าน หรือติดตามจากปฏิทินรับบริจาคเลือดได้ที่ http://www.redcross.or.th/calendar-blood/
...
คุณสมบัติผู้บริจาคเลือด
- มีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป
- อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์ (ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรก ต้องอายุไม่เกิน 55 ปี)
- มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่อยู่ระหว่างไม่สบายหรือรับประทานยาใดๆ
- ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือติดยาเสพติด
- สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
รู้ไว้ใช่ว่า! ก่อน- หลังการบริจาคเลือด
การเตรียมตัวก่อนบริจาคเลือด
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคเลือด
- ไม่เป็นไข้ ป่วย หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบใดๆ
- รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคเลือด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้
- ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคเลือด
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคเลือดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคเลือด 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกเลือดได้ดี
ขณะบริจาคเลือด
- สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว
- เลือกแขนข้างที่เส้นเลือดดำใหญ่ชัดเจน ที่สามารถให้เลือดไหลลงถุงได้ดี ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
- ทำตัวตามสบาย อย่ากลัว หรือวิตกกังวล
- ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคเลือด
- ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เลือดไหลได้สะดวก หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที
- หลังบริจาคเลือดเสร็จเรียบร้อย นอนพักบนเตียงสักครู่ ห้ามลุกจากเตียงทันที อาจทำให้เวียนศีรษะเป็นลมได้ ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงลุกไปดื่มน้ำ และรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง
หลังบริจาคเลือด
- ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีบริการให้ ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1 วัน
- หลีกเลี่ยงการทำเซาน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ รวมถึงการหิ้วของหนักๆ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ภายหลังการบริจาคเลือด เพื่อป้องกันการบวมช้ำ
- ไม่ควรรีบกลับ ควรนั่งพักจนแน่ใจว่าเป็นปกติ หากมีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที
- ถ้ามีเลือดซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล อย่าตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อซ กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคเลือดเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล
- ผู้บริจาคเลือดที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน
- รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และรับประทานยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละ 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก
...
4 ข้อดี! การบริจาคเลือด
1. ร่างกายแข็งแรง
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าสุขภาพโดยรวมของผู้บริจาคเลือดดีกว่าคนที่ไม่เคยบริจาคเลือด เลือดที่เสียไปจะไม่เป็นผลเสียต่อร่างกายของเราเลย ซ้ำยังทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงตามมาอีกด้วย
2. ผิวดี หน้าใส ออร่าเปล่งประกาย วิ้งๆ
สาวๆ หลายคนมีความเชื่อกันแบบผิดๆ ว่า ถ้าเราไปบริจาคเลือด ต้องอ้วนขึ้นแน่ๆ เลย ตัดความเชื่อแบบผิดๆ นี้ออกไปจากสมองเราได้เลย จริงๆ แล้วการบริจาคเลือดไม่ได้ทำให้อ้วน แต่กลับทำให้ผู้บริจาคมีรูปร่างที่ดีขึ้น หุ่นเพรียวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และยังช่วยให้หน้าใส เปล่งประกาย วิ้งๆ แบบไม่ต้องพึ่งการฉีด หรือการกินวิตามินคอลลาเจนต่างๆ กันเลย ง่ายๆแค่บริจาคเลือดก็ทำให้มีผิวพรรณสดใสได้เหมือนกัน
3. ห่างไกลมะเร็ง
ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริจาคเลือดมีแนวโน้มจะมีอายุยืน หรือมีโอกาสตายจากโรคต่างๆ น้อยกว่าผู้ที่ไม่บริจาคเลือด นอกจากนี้การบริจาคเลือดมีส่วนลดความเสี่ยงจากมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งคอหอย ในผู้บริจาคเลือด
4. จิตใจดี รู้สึกดี
การบริจาคเลือด จะให้ความรู้สึกดี ความรู้สึกว่าเป็นผู้ให้ ได้ทำทาน ได้ช่วยชีวิตคน ทำให้เรารู้สึกสุขใจเพราะได้ช่วยชีวิตผู้อื่นด้วย เรียกได้ว่าเป็นการทำบุญอีกอย่างหนึ่ง เป็นการต่อชีวิตที่ส่งผลให้ใครหลายๆ คน มีชีวิตรอดปลอดภัย
ขอบคุณข้อมูล : สภากาชาดไทย