เพิ่งจะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความสุขไปกับเทศกาลปีใหม่ คราวนี้ก็ถึงทีของเด็กๆ กันบ้างกับ 'วันเด็กแห่งชาติ' ที่เด็กๆ หลายๆ คนรอคอยให้มาถึงวันนี้ ไทยรัฐออนไลน์จึงไม่พลาดที่จะไปแซะ แกะ เกา เรื่องราวในวัยเด็ก ของว่าที่คุณพ่อมือใหม่ อย่างพระเอกหนุ่มปากกว้าง 'ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล'

ถ้าคิดถึงวันเด็ก สิ่งแรกในตอนนี้ที่ หนุ่มปีเตอร์จะคิดถึง...?


ลูกชาย (ยิ้มกว้าง) เพราะตอนนี้อายุครรภ์ 6 เดือนกว่าแล้ว ผมตื่นเต้นมาก อีกไม่กี่เดือนลูกก็จะออกมาลืมตาดูโลกแล้ว เขาเริ่มดิ้นเป็นเรื่องเป็นราวมากครับ แข็งแรงมาก สงสัยกำลังเต้นอยู่ในท้องแม่(หัวเราะ) ล่าสุดได้ไปอัลตราซาวด์มาเรียบร้อยแล้วครับ เป็นลูกชาย ผมคิดว่าเขาเกิดมาน่าจะปากกว้างกว่าผมอีกนะ เพราะทั้งพ่อและแม่ก็ปากกว้างกันทั้งคู่เลย น่าจะกว้างแบบโจ๊กเกอร์เลยล่ะ ตอนนี้ก็กำลังคิดๆ ชื่อลูกอยู่ครับอาจจะเอาสองชื่อมารวมกัน คือ พลอยพรรณ กับ ปีเตอร์ ออกมาเป็น 'แพนเตอร์' แต่คิดว่าคงใช้แค่เป็นชื่อเล่นครับ เพราะถ้าชื่อจริงเวลาไปเมืองนอกมันอาจจะฟังดูแปลกๆ ไปสักหน่อย

เตรียมเลี้ยงลูก - แบบฉบับพ่อแม่ อิสระ เป็นตัวของตัวเอง !

...

อยากจะสอนแบบที่คุณพ่อคุณแม่สอนเรามา ค่อนข้างปล่อย ให้เป็นตัวของตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบคนอื่น ทำตามคนอื่น หรือว่าเชื่อคนส่วนใหญ่ที่เขามีความคิดแบบนี้ สอนให้คิดเอง ทำเอง เป็นตัวของตัวเองให้ได้มากที่สุด

ตอนนี้ก็มีคุยกันอยู่ กับพลอยเรื่อยๆว่าจะให้เรียนที่ไหน แต่เบื้องต้นน่าจะให้เรียนที่ไทย ชีวิตผมมันอยู่ที่นี่อยู่แล้วจะกลับไปเรียนที่นู่นก็คงจะยุ่งยาก แต่ก็จะสอนให้ลูกพูดภาษาเดนนิชตั้งแต่เด็ก การศึกษาก็เป็นเรื่องที่สำคัญ อยากจะให้เขารู้จักเรียนรู้หลายๆ แบบ หลายๆ ภาษา สร้างพื้นฐานที่กว้างไว้ก่อน

ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ไว้บ้างแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่ เนื่องจากผมเองยังอยากซื้อบ้านหลังใหม่ให้เป็นของขวัญสำหรับลูกก่อน เพราะบ้านที่อยู่ปัจจุบันมันเป็นบ้าน 5 ชั้น ซึ่งผมก็ไม่อยากให้พลอยเขาอุ้มเด็กขึ้นลง กลัวว่าจะเป็นอันตราย ตอนนี้ก็เลยดูๆ อยู่ครับ แต่ยังไม่ได้สรุปว่าเป็นที่ไหนดี


วีรกรรมสุดแสบวัยเด็กของหนุ่มปีเตอร์...?

เด็กๆ แน่นอนว่าใครทุกคนก็ต้องซนกันอยู่แล้ว ชอบลองของ ลองนู่นลองนี่ไปเรื่อย ตอนเด็กๆ เริ่มผสมดินระเบิด ตอนประมาณสิบกว่าขวบซึ่งจริงๆ อันตรายมาก แต่ก็โชคดีที่รอดมาได้ และมันจะมีช่วงหนึ่งในวัยเด็กที่ขี้เกียจเรียน คะแนนตกมากทำให้พ่อแม่เสียใจ เป็นห่วง แต่พอเห็นพ่อกับแม่เป็นห่วงก็ได้กลับมาขยันเรียน ก็ทำได้ดีกว่าเดิม จริงๆ มันก็ไม่ยากนะที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจ

ฝากถึงเด็กๆ เนื่องในวันเด็กนี้ก็อยากให้ทุกคน แค่ตั้งใจทำให้ดีที่สุด มันไม่จำเป็นต้องสอบให้ได้คะแนนสูงสุด ต้องเป็นที่หนึ่งเสมอไป แต่ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อแม่ แค่นี้คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว