ต๊อบ-ปฎิญญา ควรตระกูลกับ “ปีใหม่” แฟนสาวคนปัจจุบัน
ในสังคมที่เปิดกว้างยุคนี้ ความรักคงไม่ได้จำกัดเพียงแค่ชายกับหญิงเท่านั้น เรายังได้เห็นความรักของคนในเพศเดียวกันที่เป็นคู่รักฉิ่งฉับ ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้นในสังคม จนถึงกับมีแบรนด์แฟชั่นทั้งเสื้อผ้าชุดชั้นในที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสาวหล่อโดยเฉพาะ รวมถึงการได้เห็นตัวละครเพศที่ 3 ในสื่อทีวีจนชินตา
แม้มิติทางสังคมปัจจุบันจะยอมรับรักแท้ ที่ไม่อาจกีดขวางด้วยความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และเพศ!! แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ สาวๆเหล่านั้นต้องพิสูจน์ตัวต่อสังคมและครอบครัว เพื่อสร้างจุดยืนของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับมาไม่ใช่น้อยเลย
สาวหล่อรุ่นเดอะในวงการ “ต๊อบ–ปฎิญญา ควรตระกูล” คนดังที่มีความชัดเจนออกสื่อในเรื่องความรักระหว่างหญิงกับหญิง ย้อนเล่าถึงความรู้สึกในช่วงวัยสาวๆ ว่า ตอนสาวๆวัยรุ่นอายุ 17-18 ปี ก็สวยเหมือนกันนะ รูปร่างก็ดี เป็นที่สนใจของหนุ่มๆด้วยนะ แต่เราไม่สนใจ ตอนนั้นก็รู้สึกเหมือนกันว่า ชอบมองผู้หญิงสวยๆ และเล็งๆเพื่อน รูมเมทอยู่ แต่ยังไม่แน่ใจ แต่ก็มีหนุ่มหล่อสุดของโรงเรียนเป็นหนุ่มอิตาเลียนมาจีบ คงเพราะเห็นเราไม่ได้กรี๊ดเขางั้ย นึกว่าเราเล่นตัว แต่พอเขามาจีบเป็นเรื่องเป็นราว ก็หลงรูปร่างแมนมากของเขาเหมือนกัน เลยลองคบกันสักพัก พอเขาเริ่มจะใกล้ชิดเรามากขึ้น ทีแรกก็จับมือ เราก็โอเคไม่เคอะเขิน แต่พอจะเข้ามาหอมแก้ม เราเริ่มไม่พอใจแล้วพอเขาจะเข้ามาจูบ เลยเป็นเรื่อง กระทืบเขาเลย เพราะไม่อยากให้เขาเข้ามาแตะเนื้อต้องตัว เลยเลิกกัน จากนั้นก็เลยมั่นใจในตัวเองว่า เราชอบผู้หญิงด้วยกัน
ย้อนเวลาไปเกือบ 30 ปี สังคมไทยและครอบครัวยังไม่ได้เปิดเหมือนปัจจุบันชีวิตทอมก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด “ต๊อบอยู่เมืองนอกมานานกว่า 10 ปี แล้วอยู่ที่นิวยอร์กด้วยก็ไม่มีใครสนใจใครเท่าไหร่ พอกลับมาเมืองไทย สังคมไทยยังรับไม่ได้ แต่ไม่เคยแคร์ว่าคนอื่นมองอย่างไรส่วนครอบครัว เท่าที่จำได้ พ่อแม่ก็กลุ้มใจ แต่ไม่เคยดุว่าแรงๆ เรารับรู้เองว่า พ่อไม่พอใจ แต่เมินทำเป็นมองไม่เห็น แม่ก็ถามว่า เราเป็นอะไร ตอนนั้นเราก็แรงๆ ทำตัวเลอะเทอะส่วนหนึ่งที่ทำแบบนั้นเป็นเพราะเราอยากเรียกร้องความสนใจ ทำตัวให้พ่อแม่หันมามอง คิดว่าตัวเองเป็นเด็กมีปัญหา อยากได้ความรัก มองย้อนไปแล้วอยากกระทืบตัวเองจริงๆ”
ส่วนจุดพลิกที่ทำให้มีความรู้สึกชื่นชอบเพศเดียวกันนั้น สาวหล่อรุ่นเดอะ บอกว่า เคยถามตัวเองแบบนี้เช่นกัน แล้วก็ได้คำตอบว่า คงเป็นเพราะเราชอบทำหน้าที่ดูแลคนอื่น คอยปกป้องคนอื่น แล้วเราก็รักแม่มาก แม่เป็นผู้หญิงสูงแค่ 4 ฟุตกว่าๆ ตัวเล็กๆ ผอมบาง น่าทะนุถนอม เราก็อยากคอยปกป้องดูแลแม่ แล้วก็เลยเถิดไปถึงสาวๆ และถ้าให้ย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนอะไรได้ ก็คิดว่า จะไม่เปลี่ยนอะไรเลย ขอเกิดเป็นลูกพ่อลูกแม่ และขอเป็นแบบนี้ ไม่ขอเปลี่ยนอะไรในชีวิต เพราะทุกอย่างในอดีตหล่อหลอมให้เราเป็นตัวตนอย่างทุกวันนี้ เมื่อก่อนเคยไปไหว้พระ ขอพรให้ชาติหน้าเป็นผู้ชาย ขอให้สูงสัก 6 ฟุต มีไอ้นั้นใหญ่ๆ (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว พอใจในสิ่งที่ตัวเองได้มา มีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งคงมาจากที่เราได้เห็นความรักของพ่อแม่ ที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร ก็ยังรักลูกเสมอ อยากให้มองว่า ความสุขของพ่อแม่อยากเห็นลูกมีความสุขที่สุดใช่ไหม พ่อแม่ทุกคนรักลูก จึงอยากให้ยอม รับในสิ่งที่ลูกเป็น ดีกว่าให้เขาไปประชดพ่อแม่ด้วยการกินเหล้า ออกไปทำอะไรไม่ดี สู้เราให้เขามีที่ยืนและรองรับเขา ยอมรับในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
...
อีกสาวที่ไม่ได้จำกัดความรักแค่ระหว่างชาย-หญิง ขอให้เพียงมีความเข้าใจกัน “น้อย–ชุติมา จิตพิทักษ์” ผู้จัดการสาวแห่งเดอะไลบรารี่ รีสอร์ทสวยดังสวรรค์บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี บอกความในใจว่า ลุคของตัวเองไม่ได้เป็นแมน เป็นทอมจ๋า ยังใส่กระโปรง แต่งหน้าได้อย่างไม่เคอะเขิน มีความเป็นผู้หญิงตามธรรมชาติ แต่เรื่องบางเรื่อง เราก็ไม่จำเป็นต้องบอกให้ใครรู้ ถึงความรู้สึก ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กๆ มีคนมาชื่นชอบทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพราะตอนอยู่โรงเรียนก็เป็นนักกีฬา เล่นกีฬามาตั้งแต่ 10 ขวบ เล่นเทนนิสจนติดทีมชาติ ความที่เป็นนักกีฬาเลยทำให้เรามีความคล่อง ตัว ลุคเป็นนักกีฬามากกว่า
ส่วนมุมมองด้านความรัก สาวหล่อรายนี้บอกว่า ตนเปิดกว้าง และไม่ได้มีอคติในเรื่องเพศใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่เรื่องความรัก เป็นเรื่องของความเข้าใจมากกว่า แต่ถ้าเรามีคนที่เข้าใจ พูดคุยกันได้ทุกเรื่องมีทัศนคติการมองโลกที่เหมือนกัน มีศีลเสมอกัน ซึ่งก็หาได้ยากที่จะเจอ ถ้าเจอแล้วก็อยากคบหา ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง และด้วยที่เป็นคนที่สนิทกับพี่ชายและพ่อมาก เลยตั้งมาตรฐานผู้ชายไว้ซะสูงนิดหนึ่ง เลยหาคนที่ได้มาตรฐานตามที่คาดไว้ไม่ได้
“การที่ผู้หญิงชอบผู้หญิงมีมากขึ้นในสังคมนั้น น้อย ว่า คงเป็นเพราะความเข้าใจในเพศเดียวกันนั้นมีมากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงพูดกันได้ในทุกเรื่อง มีความลึกซึ้งมากกว่า ในส่วนของสังคมไทยตอนนี้เปิดรับมากขึ้น ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติอะไรในส่วนการยอมรับของครอบครัว น้อย คิดว่า ตราบใดที่เราเป็นลูกที่ดี เป็นคนดี มีหน้าที่การงานดูแลตัวเองได้ และเป็นคนดีของสังคม ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน การยอมรับทั้งในครอบครัวและสังคมก็จะมีมากขึ้น”
สาวลุยเท่อีกคนหนึ่ง “แมนดี้–ชลัสยา อังคสุวรรณศิริ” ผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังรายการกีฬากอล์ฟทางเคเบิ้ลทีวี เปิดใจว่า ลุคตัวเองเป็นผู้หญิงลุยและชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก เคยเป็นนักกีฬาทีมบาสเกตบอลของโรง เรียน เลยค่อนข้างป๊อบปูล่า มีทั้งสาวและหนุ่มๆมากรี๊ด ด้วยความที่ลุคดูเท่นี้ เลยทำให้มีสาวๆ มาเหล่มองมากกว่าหนุ่มๆ ซึ่งตนไม่แคร์ว่า ใครจะมองว่าเป็นอะไร
“ชอบสบายๆ ไม่คิดอะไรมากเวลาแต่งตัว เลยชอบใส่เสื้อยืดกางเกงยีนสบายๆ แต่ก็เคยใส่ชุดกระโปรงเกาะอกไปเที่ยวเหมือนกันนะคะ สวยจนคนจำไม่ได้เลย แต่พอคุยก็รู้ว่าเป็นแมนดี้ ด้วยความที่ที่บ้านเลี้ยงดูแบบให้เป็นตัวของตัวเอง อยากเป็นอะไรก็เป็น ขอให้ลูกเป็นคนดี มีความสุข ซึ่งก็อยากให้สังคมคิดแบบนั้นด้วยว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ ไม่ว่าเราจะเกิดเป็นชายหรือหญิง ขอให้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเป็นคนดี รู้อะไรถูกอะไรผิด และ แมนดี้ ก็เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนรักลูกตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในทุกความสัมพันธ์ relationship ตอนนี้รวมทั้งชายกับหญิงยากขึ้นทุกวัน ความสัมพันธ์ปกติชายหญิงเข้ากันไม่ได้ จนต้องหย่ากันก็มีเยอะ การจูนเข้าหากันไม่ใช่เรื่องง่ายๆใครเจอคนที่ใช่แล้วก็นับว่าโชคดี”
...
สาวหล่อคนสุดท้ายที่ขึ้นเวทีประกวด “สาวหล่อ หนุ่มสวย” ของห้างสรรพสินค้าดัง จนคว้ารางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 “ดา–นนทชา พรหมธนเทพ” วัย 24 ปี คุยให้ฟังว่า รู้สึกชอบมองผู้หญิงว่าน่ารักตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมปลาย ตอนนั้นเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน อยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ รวมกันเป็นแก๊งค์ แต่ที่ชอบผู้หญิงไม่ได้เกิดจากสิ่งแวดล้อมพาไป แต่เป็นความรู้สึกข้างในของตัวเองมากกว่า เพราะถ้าไม่ใช่ก็คงไม่ใช่ ซึ่งที่บ้านช่วงแรกๆ ไม่ใช่ว่าจะรับได้ หรือรับ ไม่ได้ ยังก้ำกึ่ง แต่ด้วยความที่แม่หัวทันสมัย เลยเปิดใจรับได้ ส่วนพ่อทำใจลำบากนิดหนึ่ง
“ตอนนี้ที่บ้านรับได้ เพราะดา ทำให้เขาเห็นว่า การที่เราเป็นแบบนี้ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เราไม่ใช่ทอมกร่าง ห้าวจัดโชว์แมน เราไม่เคยทำเรื่องเสียหาย หรือทำให้ที่บ้านเดือดร้อนใจ การที่เราทำตัวดีให้ที่บ้านภาคภูมิใจ นี่ต่างหากที่จะทำให้เขายอมรับในตัวตนของเรา เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางครอบครัวอาจจะยอมรับไม่ได้ แต่ดา อยากให้เปิดใจมองว่า อย่างไรซะเขาก็เป็นลูกเรา เมื่อเปลี่ยนพฤติ กรรม เปลี่ยนนิสัย การแสดงออกไม่ได้ก็ขอให้เขาเป็นคนดี ยอมรับให้เขามีที่ยืนในครอบครัว ซึ่งอาจจะดีกว่ามีลูกที่ติดยา ติดการพนัน ส่วนคนที่เป็นเพศที่ 3 ก็อยากให้เรายึดถือ การเป็นคนดี รักตัวเอง ซื่อสัตย์กับตัวเอง และรักครอบครัว สิ่งนี้จะทำให้เราเป็นที่ยอมรับในสังคม”
ไม่ว่าจะเกิดมาเป็นเพศอะไร ขอแค่เป็นคนดีของสังคมและครอบครัว เท่านี้ก็เพียงพอ.
...
ทีมข่าวหน้าสตรี