'ดร.ภาวศุทธิ์ พิริยะพงษ์รัตน์' ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ควบคุมวงร้องประสานเสียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวางเดิมพันกับประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวมาตลอดชีวิตเพื่อนำวงร้องประสานเสียงสัญชาติไทยก้าวให้ไกลคว้าชัยระดับโลก...

"เพราะเรามั่นใจว่าคณะนักร้องประสานเสียงของเราทำได้ เราถึงกล้าที่จะไปแข่งกับชาติอื่น" ประโยคแสดงความมั่นใจนี้ออกมาจากปากของ 'ดร.ภาวศุทธิ์ พิริยะพงษ์รัตน์' ผู้ซึ่งเป็นวาทยกรของคณะนักร้องประสานเสียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Concert Choir) โดยได้รวบรวมนิสิต นักศึกษาที่มีความสามารถในการร้องเพลงจำนวน 40 คนไปประกวดในรายการ "Venezia in Musica 2014" ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี


'ดร.ภาวศุทธิ์ พิริยะพงษ์รัตน์' หรือคุณครูเต้ของเด็กๆ เป็นผู้ควบคุมการร้องประสานเสียงของวง CUCC มานานหลายปี สอนเด็กๆ ให้ประสบความสำเร็จในอาชีพร้องเพลงและเล่นดนตรีมาหลายต่อหลายคนอย่าง กิตตินันท์ The Voice 2, ปาน ธนพร, ต่อ นันทวัฒน์, ขวัญข้าว เศวตวิมล และศิลปินอีกหลายท่าน แต่ใครจะรู้บ้างว่าจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้อำนวยเพลงที่ทรงพลังเช่นนี้ได้เริ่มต้นมาจากครอบครัวของครูเต้ที่มักจะไปโบสถ์เป็นประจำ มองเห็นนักร้องและนักดนตรีร้องเพลงประสานเสียงกัน จึงทำให้รู้สึกอยากที่จะศึกษาอย่างจริงจัง จึงเริ่มเรียนเปียโนและยิ่งศึกษาในลึกลงไปก็ยิ่งพบว่าดนตรีและเสียงร้องต่างๆ มีเสน่ห์และอยากควบคุมทุกอย่างให้ไพเราะ ที่มาของคอนดักเตอร์หรือผู้อำนวยเพลงจึงเกิดขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

"ตอนที่ขึ้นเวทีอำนวยเพลงครั้งแรกในชีวิต ไม่รู้สึกตื่นเต้นเลยสักนิด ออกจะรู้สึกเฉยๆ มากกว่า(หัวเราะ) เพราะตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมงาน เรามีทีมงานช่วยเหลืออย่างดี ทั้งสูจิบัตรเข้างาน นักดนตรี คอรัส พอขึ้นไปบนเวที มันมีแค่เรากับนักดนตรี เราทำการแสดงออกมาให้ดีที่สุด พอการแสดงจบลงได้รับเสียงปรบมือจากคนดู แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับอาชีพอย่างเราแล้ว"

...


เส้นทางในวงการดนตรีของวาทยกรผู้นี้อาจสวยหรูและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ซึ่งความมั่นใจเหล่านี้เองที่ได้มอบส่งต่อให้กับเหล่านักศึกษาและนิสิตผู้มีใจรักในการร้องประสานเสียงว่าสิ่งที่พวกเขากำลังพยายามฝึกซ้อม กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ว่านักร้องประสานเสียงของไทยกำลังก้าวไปได้ไกลถึงระดับโลก

"การที่เรามั่นใจว่า CUCC จะแข่งขันกับชาติอื่นๆ ได้ไม่อายใครนั้น เพราะโจทย์การแข่งที่กำหนดขึ้นเป็นสไตล์คลาสสิก ซึ่งเป็นแนวเพลงที่เด็กๆ ทั้ง 40 คนคุ้นเคยเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เพลงทุกเพลงที่เลือกมาก็มีรายละเอียดที่หินและโหดท้าทายความสามารถของผู้ร้องที่แตกต่างกัน โดยนี่ก็คือจุดประสงค์หลักที่เราตั้งใจนำมาพัฒนาความสามารถของเด็กๆ ให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ" ครูเต้กล่าวอย่างมั่นในศักยภาพของคณะนักร้องประสานเสียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกครั้ง


แน่นอนว่าการเตรียมตัวอันยาวนานและจำนวนผู้ร้องถึง คนย่อมต้องอาศัยระเบียบวินัยในการฝึกซ้อมมากขึ้นตามไปด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ครูเต้ของเด็กๆ จะกลายร่างเป็นครูสุดเฮี้ยบเมื่อต้องมายืนหน้าชั้นเรียน โดยมีนักเรียนคนนึงเล่าให้ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า เคยมาฝึกซ้อมช้ากว่าเวลาที่กำหนดไปหนึ่งชั่วโมง ครูเต้ได้เรียกไปดุกลางชั้นอย่างไม่ไว้หน้าใคร แม้ว่าหลังการฝึกซ้อมจบลงแล้ว นักเรียนผู้นี้ก็เดินไปขอโทษอาจารย์อีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้ใครได้ยินคงไม่กล้าไปซ้อมสายอีกต่อไป เพราะครูเต้พูดว่า "ไม่ต้องมาขอโทษด้วยคำพูด แต่พิสูจน์ให้เห็นจะดีกว่า"

ชื่อเสียงและเงินทองไม่ใช่คำตอบของคณะนักร้องประสานเสียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด ก็คือการพัฒนาศักยภาพของนักร้องประสานเสียงชาวไทยที่แม้ทุกวันนี้จะเริ่มมีคนหันมาฟังและชมการขับร้องประสานเสียงมากขึ้น แต่ก็ยังถือว่าไม่มากเท่าไหร่ ดังนั้นก้าวแรกที่จะทำให้คนไทยรู้จักและมองเห็นเสน่ห์ของการรร้องประสานเสียงได้นั้น เวทียิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง "Venezia in Musica 2014" อาจเป็นคำตอบและความหวังที่เราชาวไทยอยากที่จะสัมผัส!

...