ด้วยความชื่นชอบการค้าขายมาตั้งแต่เด็ก เริ่มต้นจากการเป็นนักสะสมฟอสซิล ทำให้ผู้บริหารหนุ่มอารมณ์ดีอย่าง พิริยะ วัชจิตพันธ์  ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้บริหาร บริษัท เจ้าพระยาทัวริสโบ๊ท จำกัด ซึ่งจัดทำเรือท่องเที่ยวล่องแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกับดูแลบริษัท @เจ้าพระยา จำกัด เจ้าของไอเดียโฆษณาบนเรือด่วนต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในเวลารวดเร็ว กลายเป็นนักบริหารหนุ่มที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง

พิริยะ หรือ พิ เล่าถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ทำให้เขามีความสนใจต่างไปจากเพื่อนรุ่นเดียวกันว่า คุณพ่อ-พอพันธ์ วัชจิตพันธ์ อดีตอาจารย์ประจำที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชอบพาไปเที่ยวตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ และมักจะซื้อฟอสซิลมาให้เก็บเป็นที่ระลึกอยู่เป็นประจำเลยเป็นจุดที่ทำให้ตนสะสมฟอสซิลมาตั้งแต่เด็กๆ จากชิ้นเล็กๆ จนถึงชิ้นใหญ่ สะสมมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีมากเป็นโกดังๆ ด้วยความที่ชอบทางนี้ เลยได้มีประสบการณ์การแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่ใช่การค้าขาย เพราะบ้านเรามีกฎหมายห้ามค้าขายฟอสซิล แต่สามารถเป็นเจ้าของได้ การได้คุยกับคนคอเดียวกันและแลกเปลี่ยนกัน ทำให้ตนชอบในเรื่องการติดต่อค้าขาย ดังนั้น พอเรียนจบจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ก็ไปเรียนต่อด้านการตลาด ที่ University of SanFrancisco ประเทศสหรัฐอเมริกา จบแล้วก็มาเรียนปริญญาโทด้านการตลาดอีกใบ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ด้วยความเป็นคนอัธยาศัยดี ทำให้ พิริยะ ได้งานแรกที่ทำให้เขาได้รับประสบการณ์มากมาย โดยเล่าว่า ตนไปเที่ยวที่ถนนข้าวสาร ได้ไปเจอคุณไทฟ้า ชยวรประภา ผู้ก่อตั้งบริษัท บัดดี้ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งมีกิจการมากมายทั้งร้านอาหาร และโรงแรม คุยถูกคอจึงได้ชวนให้มาทำงานด้วยกัน โดยทำด้านการตลาด และได้เรียนรู้งานตั้งแต่
ตอกเสาเข็มตั้งแต่ต้นจนจบ หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาหลายปี คิดว่าอยากทำงานของตัวเอง เลยลาออกมาทำร้านอาหารที่อัมพวา และร้านเวนิส วานิช ที่ถนนพระอาทิตย์ จากนั้น ป้าใหญ่-ภัทรา ศิลาอ่อน เพื่อนคุณแม่-สุทธิดา แนะนำให้มาช่วยงานคุณป้าสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ที่อยากขยายงานเรือด่วนเจ้าพระยา เลยได้มาทำตรงจุดนี้

“ผมไม่ได้วางแผนอะไรในชีวิตมากนัก อยู่ที่จังหวะและโอกาส โดยยึดหลักว่า เมื่อไหร่โอกาสมา ก็จะไม่ปล่อยให้ผ่านไป งานทุกอย่างที่ผมทำ ทำด้วยความชอบ ความสนุก ดังนั้นทุกเช้าที่ตื่นมาเลยไม่รู้สึกว่าต้องลุกไปทำงาน ผมคิดว่างานเป็นเหมือนงานอดิเรกที่เราชื่นชอบ”

ด้วยความที่มองโลกในแง่ดี ผู้บริหารหนุ่มคนนี้จึงมีสไตล์การทำงานที่อาจจะแตกต่างจากคนอื่นๆ โดยบอกว่า ประสบการณ์ การทำงานที่ผ่านมา สอนให้ตนได้คิดว่า อย่ากลัวที่จะริเริ่ม ไม่มีใครทำได้สมบูรณ์แบบ ซึ่งถ้าคิดว่าจะต้องทำให้สมบูรณ์ทุกอย่าง ก็จะไม่กล้าลงมือ และอย่ากลัวในเรื่องของปัญหา ให้คิดใหม่ว่า ปัญหาเหมือนเกมสนุก ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ใช่กลุ้ม ชีวิตจะเบื่อตาย ถ้าเราไม่มีปัญหาให้เป็นโจทย์แก้ มีปัญหาดีกว่าทำให้ชีวิตสนุก และท้าทายมากกว่า....นับเป็นผู้บริหารหนุ่มที่คิดต่าง โดนใจจริงๆ.

...