ยึดคติรักในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่รัก จะไม่มีวันท้อแท้
“ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่รัก เราก็จะไม่มีวันท้อแท้” ความรู้สึกลึกในใจของนักธุรกิจหนุ่ม เกษมธรรม สอนสง ที่เป็นแรงขับให้เขาได้สร้างฝันให้เป็นจริง ด้วยการพัฒนาธุรกิจของครอบครัว จากบังกะโลเล็กๆ ใจกลางหาดเฉวง เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้กลายมาเป็นโรงแรมแนวสร้างสรรค์ “เดอะ ไลบรารี่” (The Library) รีสอร์ตในธีมห้องสมุด ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาค้นคว้าหาความสุขที่แท้จริง
แป๋ง-เกษมธรรม เล่าว่า ตนเป็นลูกชายคนโตของครอบครัว “พ่อผ่อน-แม่สุดจิตร สอน-สง” ชาวสมุยแต่กำเนิด ซึ่งมีธุรกิจเล็กๆ จากผืนดินของตัวเอง ทำห้องบังกะโลให้นักท่องเที่ยวเช่ามานานหลายสิบปี ตอนที่เรียนจบจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และสอบเข้าคณะบัญชีฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ก็ตั้งใจแล้วว่า จะกลับไปช่วยงานที่บ้าน โดยไม่หางานทำที่กรุงเทพฯ แต่กลับไปหาประสบการณ์ทำงานที่โรงแรมต่างๆในสมุย เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ กว่า 3 ปี จนมั่นใจในตัวเองแล้วว่า ถึงเวลาทำอะไรด้วยตัวเองได้แล้ว เลยออกมาลุยงานของตัวเอง ช่วงเวลานั้นก็วางแผนวางคอนเซปต์ รวมทั้งหาเงินทุน โดยมีภาพทุกอย่างในหัวแล้ว พอออกมาทำจึงใช้เวลาไม่นาน
“คอนเซปต์ของโรงแรมเรา เริ่มจากที่ผมชอบงานบริการ แล้วก็เห็นพ่อแม่รับรองนักท่องเที่ยวได้อย่างเป็นกันเองทุกคน เพราะเราเป็นโรงแรมเล็กๆ เลยอยากที่จะคงคอนเซปต์ตรงนี้ไว้ บวกกับที่ผมเป็นคนเพอร์เฟกต์ชั่นนิส อยากได้อะไรที่สมบูรณ์แบบ โจทย์จึงออกมาเป็นโรงแรมขนาดเล็กๆแต่คุณภาพไม่เล็ก โรงแรมเรามีห้องพักเพียง 26 ห้อง บนพื้นที่เกือบ 5 ไร่ ส่วนที่ทำในแนว “เดอะ ไลบรารี่” ห้องสมุดริมทะเลนั้น เป็นเพราะช่วงเวลานั้นมีแต่บูทีค โฮเทล เต็มไปหมด โรงแรมกลายเป็นแฟชั่น เราไม่อยากตามใคร แต่อยากทำโรงแรมที่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคก็ไม่เชย อยู่ได้อย่างคลาสสิก จากที่เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยว ทุกคนชอบอ่านหนังสือ เลยได้ไอเดียมาต่อยอด กลายมาเป็นไลบรารี่ ซึ่งผมคิดว่าหนังสือไม่มีวันตายไปจากโลกนี้” หนุ่มแป๋งเล่าถึงความฝันที่ลงมือทำให้เป็นจริง
กว่าจะประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ แป๋ง เล่าว่า โรงแรมเราเปิดมาตั้งแต่ปี 2550 ผ่านวิกฤติมาหลายระลอก ทั้งเรื่องสึนามิ ความขัดแย้งทางการเมือง ที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว แต่ก็ผ่านมาได้อย่างดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมองโลกในแง่ดีและมองว่า ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ พร้อมกับบอกตัวเองเสมอว่า ให้สู้ๆ เลยไม่มีความรู้สึกท้อ
“ความภูมิใจในวันนี้มาจากความรู้สึกที่ว่า ผมได้ทำในสิ่งที่รักและอยากทำ รวมทั้งยังสามารถนำรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างดี จากที่พ่อเคยไม่เห็นด้วย กลับมายินดีเห็นด้วยกับผม ได้เห็นพนักงานมีงานทำ ได้เห็นคนที่มาพักบ้านไลบรารี่ของเรามีความสุข แค่นี้ผมก็มีกำลังใจและภูมิใจมากแล้วครับ ส่วนอนาคตผมอยากจะผลักดันให้ ไลบรารี่กลายเป็นแบรนด์ ที่อาจจะไม่มีแค่โรงแรม อาจจะเป็นร้านอาหาร จึงเป็นความฝันที่ต้องเดินกันต่อครับ”
ด้วยความตั้งใจที่จะทำ...สิ่งที่ฝันคงไม่ไกลเกินเอื้อม!!!
...