ผศ.ดร.เศรษฐา ปานงาม, พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ ร่วมให้ความรู้ทันโรคอัลไซเมอร์.
เตรียมตัวรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต สิ่งหนึ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับโรคร้าย คือ “อัลไซเมอร์” ซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อมที่ยังหายารักษาไม่ได้ อีกทั้งยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึง หยิบยกเรื่อง “อัลไซเมอร์...ป้องกันได้ ด้วยไลฟ์สไตล์ในยุคไอที” มาเผยแพร่เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องรวมถึงการแนะนำวิธีการดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคนี้ ในการประชุมวิชาการ “ฉลอง 100 ปี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2556 ที่ห้องประชุมเฉลิมพรหมาส ตึก อปร. รพ.จุฬาฯ เมื่อเร็วๆนี้
พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ แห่งภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ปัญหาของโรคอัลไซเมอร์ไม่ใช่โรคความจำอย่างเดียว จะมีโรคสมองเข้ามาด้วย เช่น หลงทิศทาง, ไม่มีสมาธิ, ว่อกแว่ก เป็นต้นแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นอัลไซเมอร์ หรือเป็นความจำที่แย่ลงตามวัยธรรมดา ความจำเสื่อมแบบอัลไซเมอร์ จะเป็นแบบวางกุญแจไว้ในตู้เย็น, วางจานข้าวอยู่ใต้เตียง, กินข้าวแล้วบอกไม่ได้กิน ความจำที่แย่ลงตามวัยจะเป็นแบบเผลอลืมไป หรือลืมสนิทไปเลย เช่น ลืมไปว่าต้มน้ำทิ้งไว้ แต่อาการอัลไซเมอร์จะลืมว่า ตนเป็นคนเอากาน้ำไปต้ม เป็นต้น นอก จากอาการหลงลืมแล้ว คนที่เป็นอัลไซเมอร์บุคลิกจะเปลี่ยนจากสุภาพมาเป็นก้าวร้าว หรือซึมเงียบ ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม อัลไซเมอร์จะใช้เวลา 8-10 ปี ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ระยะสุดท้ายที่ลืมครอบครัว, ซึมตัวเอง ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ทั้งนี้ เพราะโรคนี้จะทำให้สมองเหี่ยวลง อัลไซเมอร์เกิดขึ้นมาได้อย่างไรไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่าสมองคนเราแต่ละส่วน มีเซลล์ประสาทส่งข้อมูลไปยังส่วนต่างๆ ซึ่งยิ่งมีมากยิ่งดี ส่วนคนที่เป็นอัลไซเมอร์จะมีภาวะกระบวนการทำให้เซลล์สมองนั้นตายลง สาเหตุของภาวะสมองเสื่อมเกิดขึ้นจากทั้งมลพิษสิ่งแวดล้อม และจากพันธุกรรม ปัจจัยที่ป้องกันโรคนี้ได้ คือ โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เป็นต้น สำหรับการรักษาในปัจจุบัน โรคนี้มีแต่ยาประคองอาการให้ถดถอยช้าลง แต่ยารักษาให้หายไม่มี ตอนนี้มีการวิจัยวัคซีนแต่ยังมีผลข้างเคียงให้สมองอักเสบ ส่วนการป้องกันที่ทำได้ต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย, มีการปฏิสัมพันธ์ในสังคม คนชอบคุยเจาะ-แจะ ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของสมองทุกวัน หรืออาจจะเล่นเกม เล่นดนตรี ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้สมองเสื่อมช้าลง รวมถึงการเข้าฟังความรู้ใหม่ๆ สุดท้ายถ้า เครียดมาก ให้ออกกำลังกายและไปเที่ยวพักผ่อนด้วยก็ดี
ถึงอย่างไรเทคโนโลยีทันสมัยก็มีส่วนช่วยฝึกสมองได้ ผศ.ดร. เศรษฐา ปานงาม จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า เทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถช่วย ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่ ช่วยเตือนความจำ อาทิ เครื่องเตือนให้กินยา, เครื่องช่วยหาของโดยใช้สัญญาณวิทยุ หรือเครื่องเซ็นเซอร์เตือนคนเข้าและออก, อัลบั้มรูปที่พูดได้ โทรศัพท์แบบกดโทรด้วยรูป นอกจากนี้เกมจากคอมพิวเตอร์บางอย่าง เช่น เกมโยคะ, การทรงตัว หรือการคำนวณฝึกสมองต่างๆ เหล่านี้สามารถช่วยได้.
...