ใครจะอ้างว่าเศรษฐกิจตกสะเก็ดแบบนี้ เรียกความสวยความงามต้องหยุดไว้ก่อนก้ช่าง เพราะสำหรับผู้หญิงเราต้องสวยไว้ก่อน แต่ใช่ว่าจะหลับหูหลับตาสวย เพราะหากเรามีหลักคิดและการลงทุนอย่างชาญฉลาด เราก็สามารถสวยได่้แบบประหยัด
ปฏิเสธไม่ได้ว่าชีวิตในเมืองใหญ่ ทำให้สาวๆไม่สามารถหลีกเลี่ยงมลภาวะ และฝุ่นควันในเมืองใหญ่ ดังนั้นจะทำอย่างไรเพื่อดูแลผมสวยให้อยู่คู่กับเราไปนานๆ ล่าสุดในแพนทีนเลยถือโอกาสจัดงาน Hair Health Investment & the City เพื่อสานต่อแนวคิด การลงทุนอย่างคุ้มค่าและชาญฉลาดเพื่อเส้นผมสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจไปเมื่อๆเร็วๆนี้ ที่โรงแรมเซ็นทราแกรนด์
ดร.จัสมิน คาร์โซโน่ ผู้จัดการด้านการสื่อสารด้านวิทยาการ ความงามและเทคนิคผลิตภัณฑ์ บริษัท พี แอนด์ จี ประเทศสิงคโปร์ กล่าวถึงสาเหตุของผมเสียและหลุดร่วงว่า ปัจจุบันผู้หญิงส่วนมากให้ความสำคัญและลงทุนกับการดูแลเรื่องผิวภัณฑ์จำนวนมาก จนมองข้ามความสำคัญของเส้นผมที่ถูกทำลายทั้งจากการใช้สารเคมี ความร้อนและมลภาวะ จนทำให้เกร็ดผมถูกทำลาย เรียงตัวไม่เป็นระเบียบทำให้ขาดความเงางาม ดังนั้นจึงควรหันมาใส่ใจ เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเหมาะสมมาดูแลเส้นผม
ขณะที่สาวๆเซเลบคนดังก็มาร่วมสะท้อนปัญหาของเส้นผม พร้อมวิธีการลงทุนเพื่อรับมือกันอย่างคับคั่ง อาทิ หญิงแอร์-ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล บอกว่า ปกติเป็นคนที่มีปัญหาผมแตกปลาย แห้งจากการทำสีและดัดผม ซึ่งตอนนี้ก็พยายามหาเวลาทำทรีตเม้นต์ อบไอน้ำ และเลือกรับประทานอาหารเพื่อบำรุงผม เช่น ถั่ว งา แต่ที่ขาดไม่ได้เลย คือ ต้องสระผมทุกวันเพื่อสร้างความมั่นใจ และที่สำคัญเพื่อไม่ให้เป็นสิว เพราะด้วยความที่เป็นสาวผมมันถ้าปล่ยให้มาโดนหน้าก็อาจจะเป็นสิวได้
“ส่วนเคล็ดลับที่เคยนำมาใช้เพื่อบำรุงผิวนั้น หญิงแอร์บอกว่าเคยลองเอาเบียร์ผสมไข่แดงแล้วมาหมักผม แต่รู้สึกว่าเหม็นคาวไข่มาก และก็ไม่ได้ผลเท่าไร เลยเลิกทำไป” หญิงแอร์กล่าว
ด้านสาววัยใส มิงค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ บอกว่าส่วนตัวเป็นคนผมฟู ทำให้ต้องคอบทำทรีตเมนต์และใช้เซรั่มบำรุงผมเป็นประจำ แต่เทคนิคส่วนตัว คือ ค่อนข้างระวังไม่ค่อยใช้สารเคมีกับผม ทั้งการยืด หรือทำสี เพราะชอบสีผมดำของตัวเอง กลัวว่าถ้าทำผมไปแล้ว สีจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม
ปิดท้ายที่สาวน่ารัก เอ็ม - ศิรประภา จีระพันธุ บอกว่าเป็นคนผมแห้ง เพราะชอบทำสีผม และไม่ค่อยได้เบำรุงหรือดูแล ยกเว้นเวลาว่างก็จะหมักผมอยู่ที่บ้าน หรือไม่อย่างนั้นก็ใช้แชมพูออร์แกนิคที่ไม่มีสารเคมีสระผมเดือนละครั้ง เหมือนเป็นการดีท็อกผม แต่ที่ไม่ใช่ทุกวันเพราะยังติดกลิ่นของหอมของแชมพูทั่วไปมากกว่า ที่สำคัญคือด้วยความที่เป็นแชมพูออร์แกนิค ทำให้ไม่มีส่วนผสมในการบำรุงผมบางตัว จึงจำเป็นต้องใช้สลับกันไป เพื่อเติมเต็มคุณสมบัติซึ่งกันและกัน
...