หากคุณกำลังท้อแท้ หมดหวังกับชีวิต ขอให้ลองมองครอบครัวของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งระยะสุดท้าย โดยมีครอบครัว และคนในโลกออนไลน์แห่เป็นกำลังใจอย่างล้นหลาม
ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก “แม่นุ่น” มีแฟนเพจเข้ามาติดตามการอัพเดตเกือบ 2 ล้านครั้ง 50,000 กว่าไลค์ เป็นเพจที่ตุลย์-วิทวัส โลหะมาศ ผู้เป็นสามี และพ่อของลูกทั้ง 2 คน “น้องซิดนีย์ และน้องบอสตัน” เขียนบอกเล่าอาการป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายของภรรยา ‘สุพัฒชา ศรีสุวรรณ’ ซึ่งทุกคนรู้จักในชื่อโลกออนไลน์ว่า ‘แม่นุ่น’ ตั้งแต่เริ่มรับรู้สัญญาณอันตราย
เมื่อชีวิตสุข…เปลี่ยนไป
เหตุการณ์ ที่พลิกชีวิตของครอบครัวเล็กๆ นี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2556 หลังจากเดินทางไปเที่ยวเกาะเสม็ด แม่นุ่นรู้สึกปวดท้องมาก จนกลับมาตรวจที่โรงพยาบาลจึงได้รับรู้ว่าตับโต ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้าย ซึ่งพอตรวจไปเรื่อยๆ แพทย์จึงสรุปว่าแม่นุ่นป่วยเป็นมะเร็งแพร่กระจายระยะที่ 4
“เหมือนใครมาปิดไฟให้โลกมืดไปเลยครับ ทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ไม่เคยรู้สึกท้อนะ มีแต่ความเสียใจมากกว่าที่ทำร้ายเรามากที่สุด ยิ่งผมมองเห็นลูกอีก 2 คนที่ต้องดูแล ไหนจะคุณนุ่นอีก เราท้อไม่ได้มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไป” พ่อตุลย์กล่าว
...
โอเอซิสกำลังใจจากโซเชียล มีเดีย
สาเหตุที่พ่อตุลย์เลือกเขียนเรื่องราวของแม่นุ่นตั้งแต่เริ่มป่วยในเฟซบุ๊ก มาจากความเป็นห่วงของญาติและคนรู้จักที่คอยโทรมาถามไถ่อาการของภรรยาอยู่บ่อยครั้ง จึงเริ่มเล่าทุกเรื่องของอาการ วิธีการรักษา มุมมองของคุณหมอ และการดูแลของโรงพยาบาลรวมถึงการดูแลจิตใจของคนดูแลที่สำคัญไม่แพ้กับตัวคน ป่วยเลย พอลงเรื่องราวทั้งหมดไป กระแสตอบรับจากคนในโลกออนไลน์ได้หลั่งไหลเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจอย่างล้นหลาม
"มีคนมากมายหลายอาชีพ หลายวัยเลยที่เข้ามาคอมเมนต์สร้างรอยยิ้มให้กับเรา โดยเฉพาะคุณนุ่นที่จะติดตามเฟซบุ๊กตลอด อย่างน้อยก็ทำให้พวกเรารู้ว่าพวกเราไม่ได้เหงาอยู่คนเดียว ยังมีคนอีกมากที่ยังรอเห็นพวกเรากลับมายิ้มแย้มกลับมาเป็นครอบครัวที่มีความสุขอีกครั้ง"
แม้จะอ่อนเพลียจากความเจ็บปวดที่กำลังเผชิญ แต่ยอดกดไลค์ที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้แม่นุ่นไม่ท้อ ไม่ถอย พร้อมสู้ต่อไป
"ไม่อยากโทษโชคชะตาหรือโกรธอะไรทั้งนั้น (ยิ้ม) เมื่อรู้ว่าป่วยเป็นมะเร็งก็ต้องสู้กันต่อไปเพื่อลูกๆ และสามี อยากขอบคุณผู้ติดตามเฟซบุ๊กทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจให้กับนุ่นและครอบครัว นั่นเป็นพลังใจให้นุ่นพร้อมจะต่อสู้กับโรคภัย ขอบคุณมากๆ ค่ะ"
ณ วันนี้ โซเชียล มีเดีย ไม่ใช่แค่ช่องทางที่กระจายข่าวสาร เป็นที่ระบายเรื่องราวสารทุกข์สุกดิบ แต่กลับกลายเป็นสื่อที่มีพลัง เป็นเพื่อน และเป็นกำลังใจ ให้ครอบครัว “แม่นุ่น” หรืออีกหลายๆ ครอบครัว มีกำลังใจ ที่จะยิ้ม และยืนหยัดต่อสู้กับโรค หรือเคราะห์ร้าย…
...