จากการที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีพระวินิจฉัยให้เรือนจำกลางราชบุรี ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นเรือนจำนำร่องในการนำข้อกำหนดกรุงเทพฯ ไปสู่การปฏิบัติ ในปี 2554 โดยมีการนำโครงการกำลังใจฯ ทั้งโครงการบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบยุติธรรมทางอาญามาผนวกเข้าด้วย และเพื่อติดตามการดำเนินงานของโครงการนี้ พระองค์ภาได้เสด็จเป็นประธานประ-ชุมวิชาการภายใต้กิจกรรม “Prison on the Move : Bangkok Rules Inprogress Platform” หรือ “ก้าวใหม่ของเรือนจำ : เวทีความก้าวหน้าของข้อกำหนดกรุงเทพฯ” พร้อมทั้งทรงติดตามการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ที่เรือนจำกลางราชบุรี เมื่อเร็วๆนี้
นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ได้กล่าวว่า จากการเลือกเรือนจำกลางราชบุรี เป็นเรือนจำนำร่อง เพื่อทดลองนำข้อกำหนดกรุงเทพฯ มาปฏิบัติในทุกมิติ โดยได้จัดกิจกรรม ดำเนินการตามโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 7 โครงการย่อย ได้แก่ โครงการศึกษาสำหรับผู้ต้องขัง, การสร้างความฉลาดรู้ทางกฎหมาย, การบำบัดแบบองค์รวม, การเชื่อมโยงผู้หญิงกับโลกภายนอก, เส้นทางสู่การมีชีวิตที่ดี, การดูแลสุขภาพสำหรับผู้ต้องขังหญิง และโครงการสร้างกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับกระบวนทัศน์ในเรือนจำ และมีการปรับเปลี่ยนไปเป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้มากขึ้น และสามารถที่จะนำไปใช้เป็นต้นแบบให้กับเรือนจำหรือทัณฑสถานหญิงอื่นๆได้
จากนั้น พระองค์ภาได้ทอดพระเนตรผลงานต่างๆ และการแสดงละครโดยผู้ต้องขังหญิงเรื่อง “Victim of Justice” การแสดงโยคะ “Yoga for Lives” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติแบบมีส่วนร่วม พร้อมทรงเป็นองค์ประธานการประชุม “ก้าวใหม่ของเรือนจำ : เวทีความก้าวหน้าของข้อกำหนดกรุงเทพฯ” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมนำเสนอผลการทำงาน ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของการประชุมที่เกิดขึ้นในเรือนจำโดยมีผู้เข้าร่วมฟังทั้งสิ้น 120 คน
โอกาสนี้พระองค์ภามีพระดำรัส ปิดท้ายการประชุมว่า เป็นที่น่ายินดีที่ได้เห็นวิวัฒนาการของการอนุวัตร Bangkok rules มาใช้ในเรือนจำ ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในทั่วโลก และในประเทศไทยแล้วว่า เรือนจำไม่ควรจะเป็นมุมมืดมุมหนึ่งของสังคม มีการยอมรับจากนานาชาติว่ามี Bangkok Rules ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบเรือนจำ การพัฒนาดังกล่าว ก็สามารถแบ่งได้เป็น 2 แง่มุม การพัฒนาทางกายภาพ เช่น เรื่องของชีวิตมนุษย์ทุกคน ต้องการความมั่นคงและปลอดภัย การให้มาตรฐานด้านการกิน การอยู่ การเจ็บป่วย และ การพัฒนาทางด้านจิตใจ หรือ Self Awareness โดยการนำวิธีการทางละครและโยคะเข้ามาเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้มีโอกาสเรียนรู้ ตระหนัก และค้นพบตนเอง และใช้ความเข้มแข็งทางจิตใจเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ซึ่งมิได้เป็นเรื่องสำคัญเฉพาะผู้ต้องขัง แต่ยังมีความสำคัญต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วย ผู้ต้องขังก็ต้องการความมั่นคง ความรู้สึกปลอดภัย และการมองเห็นอนาคตต่อไปในชีวิตว่า เมื่อพ้นจากสถานที่แห่งนี้แล้วจะอยู่อย่างไร ในส่วนผู้ปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องการความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทุ่มเทเหน็ดเหนื่อย ประสบกับความเครียดมากมายนั้น เพื่อนำไปสู่สังคมที่ดีขึ้น และประเทศชาติมีอาชญากรรมลดลง นอกจากนี้ยังรับสั่งต่อว่า ขอให้กำลังใจผู้ต้องขังทุกคนว่า การเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้อาจจะมีความอึดอัด มีความไม่สบายใจ มีความห่วงกังวลมากมาย แต่นับจากวันนี้ การอยู่ที่นี่เราถือว่า เป็นการเรียนรู้ในเรื่องของความรู้ มีการดูแลตนเองและดูแลจิตใจของตนเอง ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเราก็จะก้าวไปข้างหน้าได้.
...