คุณยายหงวน เสริมศรี โชว์เสื้อทอเอง ที่มีความทนทาน และงานผ้าทอลาย เอกลักษณ์ของผ้าอ่างศิลา.

การทอผ้าไทย เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่บ่งบอกศิลปวัฒนธรรมของชาติ และการอนุรักษ์สืบสานให้ศิลปวัฒนธรรมล้ำค่านี้คงอยู่สืบไป เป็นหน้าที่ของคนรุ่นหลังที่ต้องสานต่อการทอผ้าแบบโบราณ ก่อนที่จะเหลือไว้เพียงตำนาน และก็เป็นที่น่ายินดีที่ กลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย  ตำบลบ้านปึก อ.อ่างศิลา จ.ชลบุรี ได้พยายามเรียนรู้การทอ “ผ้าอ่างศิลา” ที่ขึ้นชื่อของชุมชนบ้านปึก จาก “คุณยายหงวน  เสริมศรี” ผู้สืบทอดการทอผ้าอ่างศิลาคนสุดท้าย

คุณยายหงวนยังมีสุขภาพแข็งแรง มีความจำเป็นเลิศ แม้วัยจะ 93 ปีแล้ว ได้เล่าว่า ตนทอผ้ามาตั้งแต่อายุ 2-13 ปี ไม่มีคนสอน แต่เห็นแม่ทอผ้ามาตั้งแต่เด็กๆ สมัยก่อนชาวบ้านแถวนี้ผู้ชายขึ้นตาล ทำน้ำตาลขาย ผู้หญิงทอผ้า แล้วไปขายที่ตลาดอ่างศิลา การทอผ้าสมัยก่อนของตนไม่ได้ใช้กี่ แต่ใช้วิธีขึงรางผ้ากับเสาเรือนใต้ถุนบ้าน เรียกว่าโตงเตง เป็นการทอที่ไม่ได้ใช้เครื่อง ส่วนความพิเศษของผ้าอ่างศิลาที่แตกต่างจากผ้าโบราณอื่นๆนั้น คุณยายหงวนบอกว่า ผ้าอ่างศิลาเป็นผ้าที่ทอจากบ้านปึก แล้วนำไปขายที่อ่างศิลา จนเรียกกันว่าผ้าอ่างศิลา เป็นผ้าเนื้อดี ทนทาน เหนียวแน่น ไม่กินตัว อยู่ได้นานเป็นสิบปี ที่เป็นแบบนี้เพราะเอาข้าวสวยหุงสุกมาบี้ขยำกับด้ายจนละลาย จากนั้นนำไปตากจนแห้ง แล้วเอา “จันด้วง” หรือหวีกากมะพร้าว มาแปรงให้ด้ายคลายเป็นเส้นๆ ก่อนที่จะนำไปทอ ซึ่งจะทำให้ด้ายที่ทอนั้นเหนียวทนทาน ส่วนลายผ้าอ่างศิลาที่ขึ้นชื่อนั้น มาลิน อินทโชต์ ประธานกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านปึก กล่าวว่า มีลายพิกุลวรษา ซึ่งเป็นลายที่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงให้คนมาสอนชาวบ้าน เมื่อครั้งที่ประทับอยู่ที่พระตำหนักศรีราชา และเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ได้เสด็จฯมาทอดพระเนตร จึงรับ สั่งให้มีการสืบทอดการทอผ้าด้วยมือให้กับลูกหลานที่บ้านปึก นอกจากนี้ยังมีลายสมุก, ลายนกกระทา

ในขณะที่ทางภาคเหนือ ก็มีคนรุ่นใหม่ที่ช่วยอนุรักษ์ผ้าไทยและได้มีการออกแบบลายผ้าทอจนเป็นเอกลักษณ์ อัญชลี–เสกสันติ์ พงศ์ศิริแสน สามีภรรยาเจ้าของกิจการ “อัญชลี ไหมไทย” อ.สอง จังหวัดแพร่ ที่โด่งดัง เคยได้รับรางวัลผ้าทอยอดเยี่ยมระดับอาเซียน Asean Top Award 2009 ในงานนกยูงพระราชทานสืบสานตำนานไหมไทย พร้อมทั้งได้รับเครื่องหมายตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน ซึ่ง อัญชลี เล่าว่า เคยทำงานอาชีพอื่นในกรุงเทพฯ แต่ตอนหลังอยากกลับไปอยู่บ้านที่แพร่ เลยชวนสามีไปทำอะไรที่โน่นดู แล้วตนได้ไปเรียนการทอผ้ายกที่จังหวัดลำพูน แล้วมาเริ่มทำเองที่บ้านจากกี่ 1 หลัง ที่ใต้ถุนบ้าน แล้วก็ชวนชาวบ้านในชุมชนบ้านท่อสมาน ที่ว่างเว้นจากการทำเกษตรกรรม มาฝึกทอผ้าไหมเป็นรายได้เสริม ตั้งแต่ปี 2544 จนปัจจุบันช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น เอกลักษณ์ของผ้าไหมอัญชลีคือ ลายไก่ฟ้าพญาลอ ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่

การสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่รู้จักนั้น เสกสันติ์ ผู้ออกแบบลายผ้า กล่าวว่า ตนเป็นคนคิดแบบเองทั้งหมด โดยเริ่มศึกษาลวดลายผ้าโบราณ จากรูปภาพบ้าง รวมทั้งลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแพร่ จากนั้นมาออกแบบวางผังลายผ้าลงบนกระดาษ  ก่อนที่จะนำไปคำนวณสัดส่วนในการทอ ลวดลายทุกแบบบนผืนผ้าจะไม่ค่อยซ้ำกัน เพราะไม่ใช่งานก๊อบปี้ การทำให้งานผ้าทอยังคงอยู่และเป็นที่นิยม ซึ่งนอกจากจะได้ในเรื่องการอนุรักษ์แล้ว ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องของธุรกิจการอยู่รอดด้วย ตนจึงต้องใช้วิธีผสมผสานให้ทันยุคสมัยด้วย เช่น ทำผลงานออกมาให้คนรุ่นใหม่รู้สึกชอบและใส่ได้ โดยดูในเรื่องโทนสี เทรนด์สีในบางครั้ง ซึ่งจะไม่ใช้สีหนัก เข้มหรือสีฉูดฉาด รวมทั้งลวดลายที่ใส่แล้วจะทำให้เสริมหุ่น เป็นต้น งานนี้จึงเป็นงานที่ต้องทำด้วยใจและศรัทธาในสิ่งที่ทำ.

...